บทที่ 1 ภาระที่ต้องแบกรับยน

ตึกเก่าแสนทรุดโทรมตรงหน้าของชายร่างสูงที่เนื้อตัวผอมแห้งแต่ในอ้อมอกของชายคนนั้นก็ยังมีร่างน้อย ๆ ของเด็กชายที่เอาใบหน้าเกยไหล่ของผู้เป็นพ่อเพราะความเหนื่อยและเพลียแดดจากการเดินเท้ามาหลายกิโลฯ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

หญิงสาวที่กำลังนั่งหันหลังเช็ดพื้นภายในห้องอยู่เนื่องจากเธอนั้นดันเผลอทำน้ำหกจึงต้องก้มเช็ดเกรงว่าจะลื่นล้ม แต่ก็ต้องชะงักมือเพราะได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาหน้าประตูห้องเธอ

“ใคร....” เพลงขวัญพึมพำออกมาด้วยความสงสัย คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันก่อนที่ร่างเพรียวจะค่อย ๆ วางผ้าในมือลงบนพื้นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขาเรียวยาวก้าวตรงไปที่ประตูห้องพักของตนเองเพราะเสียงเคาะก็ยังดังต่อเนื่อง

“เพลงขวัญ อยู่หรือเปล่า” ระหว่างกำลังจะเดินไปถึงประตูเสียงของคนที่เธอจำได้อย่างดีและไม่มีทางที่จะลืมเสียงนี้ไปได้ ยิ่งทำให้ขาเรียวเร่งก้าวเข้าไปให้ถึงประตูอย่างเร็วที่สุด

แอ๊ด.....

มือบางครั้นมาถึงประตูก็ไม่คิดจะลังเลเอื้อมไปบิดลูกบิดพร้อมผลักออกไปอย่างช้า ๆ ใบหน้าของชายวัยสามสิบเกือบ

สี่สิบค่อย ๆ ปรากฏขึ้นให้เห็นตามความเร็วของบานประตูที่ถูกเปิดออก

“พะ พี่กร” น้ำตาแห่งความคิดถึงรินไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์ของเพลงขวัญ ไม่ได้เจอพี่ชายมานานแสนนานตั้งแต่ที่ย้ายออกไปอยู่กับภรรยาที่ต่างจังหวัด ไม่คิดว่าพี่ชายของตนเองจะขึ้นมาเยี่ยมเยียน

ร่างเพรียวพุ่งเข้าไปกอดพี่ชายก่อนจะก้มมองเด็กชายตัวน้อยที่หลับอยู่บนอกของพี่เธอ นี่ใช่หลานของเธอใช่ไหม เพลงขวัญ

ไม่อาจจะปิดบังความตื่นเต้นได้เพราะเธอเพิ่งเคยเจอหลานเป็นครั้งแรกเหมือนกัน

ปกรณ์ใช้สายตาจ้องมองน้องสาวที่กำลังมองลูกชายของเขาด้วยความเอ็นดู ใบหน้าหวานเปื้อนน้ำตาของเพลงขวัญคงเพราะดีใจที่ได้เจอกันของสองพี่น้อง แต่อีกไม่นานเพลงขวัญก็คงได้ร้องไห้หนักกว่านี้แน่ ๆ เพราะที่เขามาก็เพื่อ.....

“เพลงขวัญ.....” ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายที่เอ่ยเรียก เธอมองด้วยความสงสัยก่อนจะปาดน้ำตาออกจากใบหน้า สีหน้าของชายร่างสูงผอมทำให้คนเป็นน้องสาวได้แต่เกิดความสงสัยว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า

“พี่กรมีอะไรหรือเปล่า.... ตั้งแต่มาสีหน้าพี่ไม่ค่อยดีเลยนะ” เพลงขวัญถามออกไปตามที่ตาเห็นเมื่อตั้งแต่พบหน้ากับพี่ชาย แววตาเหนื่อยล้าปนเศร้าของตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นก็ดุไม่เหมือนเดินจากที่เธอเคยพบเห็นมาตั้งแต่เกิด

“เมย์ทิ้งพี่กับลุกไปแล้ว อึก” ประโยคที่ดังเข้ามาในหูของเธอทำให้รับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ชายตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าพี่เจ็บเจียนตายมากแค่ไหน น้ำเสียงสะอื้นปนสั่นเครือและแรงกระชับตัวเด็กน้อยที่เหมือนจะรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว

ใบหน้าที่ก้มมองพื้นไม่สบสายตากับเธอของปกรณ์ทำให้เพลงขวัญเองก็ไม่รู้จะปลอบพี่ชายยังไงดี มือบางเอื้อมไปลูบไหล่กว้างอย่างเบามือ เมื่อมันเป็นสิ่งเดียวที่เธอจะทำได้ สายตาของเธอพลันหันกลับไปมองเด็กน้อยที่กำลังก้มมองพ่อของตนเองที่เนื้อตัวสะอื้นจนตัวโยน

ดวงตาสีมะละกอใสแป๋วตามประสาของเด็กวัยไม่น่าจะถึงสองขวบ คงไม่รู้สินะว่าตอนนี้พ่อของตัวเองกำลังเป็นอะไร แล้วรู้หรือเปล่าว่าแม่ไม่อยู่ด้วยแล้ว คำถามที่เพลงขวัญตั้งขึ้น

มาเองในใจแต่ทุกคำตอบที่คิดว่าตอบได้กลับสร้างความสงสารมากกว่าเดิมเพราะหลานของเธอคงไม่รู้สักเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้เลย

“เพลงขวัญ อึก ที่พี่มาวันนี้ก็เพราะ อึก อยากจะมาขออยู่ด้วยได้ไหม อึก เมย์เอาเงินเก็บพี่ไปหมดเลย อึก พี่ไม่มีที่ไปจริง ๆ เพลงขวัญ ฮือ” สุดท้ายคนที่พยายามอดกลั้นและยิ้มหยอกล้อเล่นกับลูกมาตลอดทางก็ได้ปลดปล่อยความเจ็บปวดที่อัดอั้นสักที ส่วนหญิงสาวร่างเพรียวพอได้ยินแบบนั้นก็แอบตกใจบวกชะงักอยู่สักพักเพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะมีการงานที่มั่นคง

ถึงขั้นสามารถเลี้ยงดูใครได้

.....แค่ชีวิตตัวเองยังยากเลย

แต่ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยหรือดูแลใครได้ เธอก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธพี่ชายกับหลานได้ลงคอหรอกนะ ดูสิเนื้อตัวก็เปื้อน

ไปหมดทั้งพ่อทั้งลูก ไม่รู้ว่าทานอะไรกันมาหรือยัง เพลงขวัญถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลงให้พี่ชายและหลานมาอาศัยอยู่ด้วย

ห้องพักที่หญิงสาวเช่าอยู่ก็ไม่น่าอยู่หรือดูดีมาก เนื่องจากมันราคาถูกและยังไม่ไกลจากที่ทำงานของเธอนัก ลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเดินทางได้และก็สามารถเอามาใช้ในค่าอื่น ๆ ได้ 

ทันทีที่ปกรณ์ได้รับอนุญาตจากน้องสาวเขาก็อุ้มลูกชายเข้ามาภายในห้องของเพลงขวัญ ห้องพักขนาดเล็ก ที่ต้องบอกว่าเล็กเพราะมันเล็กจริง ๆ แต่สำหรับสามคนก็พออยู่ได้ไม่อึดอัดจนเกินไป ผนังห้องก็ปรากฏรอยแตกร้าวของซีเมนต์และคาบสีเทาอ่อน ๆ คล้ายมีคนเอาฝุ่นไปปาดเคลือบทับเอาไว้บนผนัง

พื้นก็เป็นพื้นปูนเปลือยไม่ได้มีการปูกระเบื้องให้ดูสวยงาม ข้าวของภายในห้องก็มีเพียงน้อยนิดมีแค่ไม่กี่ชิ้น ฟูกที่นอนขนาดสามจุดห้าฟุตวางชิดติดผนังห้องหนึ่งผืน ทีวีขนาดสามสิบสองนิ้วหนึ่งเครื่อง ตู้เย็นขนาดกลางหนึ่งประตูอีกหนึ่งตู้ เตาแก๊สปิ๊กนิก และชั้นใส่กับข้าวสามชั้นที่เก็บพวกจานชามและกระทะต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำอาหาร

ถึงมันจะไม่ได้มีของเยอะแต่เพลงขวัญถือว่าจัดห้องได้เป็นระเบียบไม่ได้มีตรงไหนดูรกและไม่สะอาดเลย ปกรณ์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อยู่พักใหญ่ ๆ พร้อมกับวางลูกน้อยลงบนฟูกที่นอนของน้องสาว เขาหันไปมองน้องสาวเป็นการขออนุญาต เพลงขวัญเองก็ไม่ได้ว่าทำเพียงพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มตอบมา

“พี่กินอะไรมาหรือยัง ฉันจะทำให้กิน” ขณะที่พี่ชายกำลังมองสำรวจห้องของเธออยู่ เพลงขวัญก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าพี่ชายที่เพิ่งได้รับสถานะเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวกับหลานรักของเธอยังไม่ได้ทานอะไรกันมา เพราะเห็นว่าพี่สะใภ้หอบเอาเงินไปหมด

บทถัดไป