บทที่ 4 หาที่พักแต่ดันได้งานใหม่
ผ่านไปสี่ชั่วโมงตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เข็มนาฬิกาบนหัวนอนหมุนวนบ่งบอกเวลาห้าทุ่มกว่า ๆ สองพ่อลูกข้าง ๆ นั้นหลับสนิท ต่างจากเพลงขวัญหญิงสาวที่นอนไม่หลับเพราะเธอกำลังคิดอยู่ว่าจะไปหาบ้านเช่าที่ไหน หายังไงให้ราคาไม่แพงมากเกินกำลัง ค่าใช้จ่ายของเธอเองก็เยอะมากอยู่แล้ว
มือบางที่วางอยู่บนอกกุมเข้าหากันสองมือ ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์มองผ่านความมืดเมื่อต้องการครุ่นคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อจากนี้ เพลงขวัญคิดเอาไว้ว่าเธออยากจะเพิ่มรายได้สักหน่อยตอนนี้เธอเองก็ทำงานเป็นพนักงานห้างสรรพสินค้าธรรมดา
เงินเดือนก็ไม่ได้มากมายถึงพอมีเงินเก็บแต่มันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น เธอคิดว่าถ้าหาบ้านเช่าได้แล้วเธอจะออกไปหางานใหม่ที่พอจะมีฐานเงินเดือนที่สูงกว่านี้หน่อย
“อึก อื้อ” เสียงร้องในลำคอของเด็กชายข้าง ๆ กายเธอดังเข้ามาในหูทำให้หญิงสาวที่ไม่ได้หลับหันไปมอง ตั้งแต่เป็นไข้กลางดึกเจ้าตัวเล็กก็ไม่ค่อยร้องกลางดึกเท่าไรเพราะเพลียจากฤทธิ์ยาที่ให้ทานก่อนนอน
มือบางผละออกจากอกเอื้อมไปเกลี่ยหน้าผากของเด็กชายปกป้อง จะรู้ไหมนี่ว่าเสียงของตัวเองทำให้น้าแบบเธอต้องหาที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา เธอหรี่ตาด้วยความหมั่นไส้เพราะเด็กน้อยไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่สามารถทำให้เธอวุ่นวายได้น่าดูเลยเหมือนกัน
“.....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“น้าไม่ทิ้งหนูกับพ่อของหนูแน่ ๆ”
คำมั่นสัญญาเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบอย่างแผ่วเบาเพราะเพลงขวัญไม่มีทางทิ้งพี่ชายและหลานแน่ ๆ ไม่คิดที่จะทิ้งด้วย มาด้วยกันแล้วก็ต้องไปด้วยกันลำบากแค่ไหนก็จะทุกข์สุขไปพร้อม ๆ กัน
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา.......
ดวงตากลมโตลืมตาตื่นตอนเวลาหกโมงเช้าแบบพอดีเพราะหญิงสาวได้ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งมันก็ตรงกับวันหยุดของเธอ เธอนัดกับพี่ชายว่าจะพากันออกไปหาบ้านเช่าซึ่งพี่ชายก็ไม่ได้มีท่าทีสงสัยในความเร่งรีบหาบ้านของเธอเลย
“แต่งตัวได้หล่อมาก ๆ ครับ” นิ้วโป้งเรียวของหญิงสาวยกขึ้นชูให้หลานชายที่ถูกจับอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เธอยังไม่ลืมตาตื่น เนื้อตัวที่ขาวอยู่แล้วก็ถูกพอกด้วยแป้งเด็กจนเหมือนจะชุบแป้งทอด
“อย่ามัวแต่เล่นกับหลาน รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ ไหนบอกจะพาไปหาบ้านเช่า” ปกรณ์เอ่ยบ่นพร้อมบอกน้องสาวเมื่อเจ้าตัวนั้นนัดเขากับลูกชายตั้งแต่เช้า แต่ตัวเองนั้นตั้งปลุกหกโมง
“รู้แล้วค่า” เธอเอ่ยเสียงยานก่อนจะรีบลุกจากฟูกไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและแต่งตัวตามที่พี่ชายสั่ง ภายใต้ฝักบัวของหญิงสาวในห้องน้ำ เพลงขวัญไม่รู้เลยว่าเธอนั้นจะไปหาบ้านเช่าได้ที่ไหนและหาที่ราคามันไม่แพงจนเกินไปได้ยังไง
แม้จะยิ้มและดูมีความสุขอยู่ตลอด เรื่องในหัวที่เธอคิดอยู่มันไม่ได้สนุกไปกับเธอเลยสักนิดเดียว ถึงจะไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนเธอก็ต้องลองออกไปหาก่อนเพราะจะช้าหรือเร็วเธอก็ต้องย้ายออกเพราะเจ้าตัวน้อยเริ่มร้องตอนกลางคืนอีกแล้วหลังจากหายไข้
การอาบน้ำแต่งตัวของเพลงขวัญกินเวลาไปได้ไม่นานมาก หญิงสาวก็เดินออกมาพร้อมเตรียมตัวออกจากห้องไปตามหาบ้านเช่า วันนี้เธอคิดว่าจะพาพี่ชายและหลานอย่างปกป้องออกไปทานข้าวเช้านอกบ้านเพราะตั้งแต่ปกรณ์มาอยู่ด้วยพี่ชายเธอกับหลานก็ไม่ค่อยได้ออกจากห้องเลย
“รับอะไรดีคะ” เสียงของเด็กเสิร์ฟชายอายุอานามประมาณสิบสี่สิบห้าคงมาช่วยแม่ขายของแหละทรงนี้ เธอคิดมุมปากก็ยกยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะมองแผ่นเมนูตรงหน้า
“เอาราดหน้าหมี่กรอบทะเล พี่ล่ะเอาอะไร” เธอเงยหน้าขึ้นไปสั่งอาหารกับน้องเด็กเสิร์ฟและหันไปถามพี่ชายที่กำลังมองเมนูอยู่เหมือนกัน
“เอาข้าวผัดครับ” เมนูง่าย ๆ ที่เธอได้ยินก็แอบขมวดคิ้วเล็กน้อย ข้าวผัดเป็นเมนูที่ไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลยเมื่อสำหรับเธอมันไม่ค่อยจะอร่อย ๆ มันออกจืด ๆ เธอไม่ชอบ
“ทำไมพี่สั่งข้าวผัดอะ” ด้วยความสงสัยเพลงขวัญจึงหันไปถามพี่ชายของตัวเองก่อนที่ปกรณ์จะหันมายิ้มให้เล็กน้อยพร้อมก้มมองไปที่ตักของตัวเองที่ตอนนี้มีร่างน้อย ๆ ของปกป้องที่นั่งกวาดสายตาพร้อมหันมองไปทั่ว
“ที่สั่งเพราะลูกจะได้กินด้วย” เพลงขวัญพยักหน้าเบา ๆ เธอเพิ่งรู้ว่าการมีลูกเวลาสั่งอาหารต้องคอยสั่งที่ลูกทานได้ด้วยเหรอ นึกว่าสั่งใครสั่งมัน
หญิงสาวที่แสนจะโสดและไร้คนเคียงข้างมาตลอดชีวิตก็อดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ เธอไม่ติดจะมีแฟนหรือสร้างครอบครัวเพราะเธอแค่เอาชีวิตของตัวเองให้รอดไปวัน ๆ ยังยากจะเอาอะไรกับการมีครอบครัว เธอขอบายรับไม่ไหวจริง ๆ
“ได้แล้วครับ” ใช้เวลานั่งคิดอะไรไปเรื่อยได้ไม่นานข้าวที่สั่งไปก็มาวางตรงหน้าสองจาน เพลงขวัญไม่รอช้ารีบปรุงและทานด้วยความรู้สึกหิว นาน ๆ เธอจะได้ออกมาทานอาหารตามร้านบ้างเพราะความประหยัดเลยชอบทำอาหารทานเองที่บ้าน
ระหว่างที่เธอทานไม่สนใจใคร สายตาของเธอจ้องมองพี่ชายที่ตักป้อนลูกคำ ตักทานคำ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่วันถึงจะทานหมด แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะพอปกป้องเริ่มอิ่มพี่ชายของเธอก็ทานเร็วไม่ต่างจากเธอเลย สองพี่น้องจึงใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีในการทานอาหาร
เมื่อทานอาหารรองท้องเรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็ต้องการปฏิบัติงานจริงเพราะเพลงขวัญกับปกรณ์พร้อมเด็กชายปกป้องต้องออกเดินทางหาบ้านเช่าที่มีขีดจำกัดว่าราคาต้องไปแพงเกินไป ชายหญิงเดินออกจากร้านอาหารตามสั่งและตระเวนหาบ้านเช่า
สองพี่น้องเดินสอดส่องตามทางมาเรื่อย ๆ ซึ่งตอนนี้เพลงขวัญก็เป็นรับหน้าที่ในการอุ้มปกป้องเพราะพี่ชายเริ่มอ่อนล้าและเหนื่อยเธอจึงขออาสาอุ้มให้ก่อนเพื่อปกรณ์จะได้พักเหนื่อย ในขณะที่สองพี่น้องกำลังเดินหาอยู่นั้นสายตาของเพลงขวัญก็พลันไปเห็นบ้านที่เหมือนรีสอร์ตเล็ก ๆ สร้างเรียงกันอยู่สิบกว่าหลัง
