บทที่ 1 ตอนที่ 1 รินดา

ตึกๆ ตึกๆ

เสียงฝีเท้าของร่างบางที่อยู่ในเสื้อแขนยาวสีดำราคาถูกที่หาได้จากร้านแผงลอยในตลาด เดินก้มหน้าพยายามสับขาเรียวที่อยู่ในกางเกงยีนขายาวและรองเท้าผ้าใบสีขาวเปื้อนฝุ่น เป็นประจำของทุกวันที่เธอจะต้องผ่านตรอกซอยไร้ผู้คนแห่งนี้ แต่วันนี้เธอทำงานเลิกดึก จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะอาศัยตรอกซอยนี้กลับบ้านเช่า ที่อยู่สุดซอยแห่งนี้

เพราะมันย่นระยะทาง และทำให้เธอไปขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานได้ทัน เด็กสาวผิวขาวในวัยสิบเก้าย่างยี่สิบจำต้องพักเรื่องเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเอาไว้ก่อน เพราะต้องหาเงินมาเป็นท่าเทอม เธอจึงยังไม่ได้เข้าเรียนตามที่ฝัน หญิงสาว นามว่ารินดา เธอเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่นำเธอว่าทิ้งไว้ที่หน้าบ้านเด็กกำพร้าปรานีตั้งแต่เด็ก แม่ครูหนึ่งไปพบเข้าจึงรับเธอเข้ามาอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าปรานี หลังจากนั้นเธอก็อาศัยอยู่ที่นั้นจนโต และขอออกมาทำงานเก็บเงินเพื่อที่จะได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยตามที่ใฝ่ฝัน

สองเท้าเดินทะลุออกซอยเปลี่ยวออกจนถึงบ้านเช่าขนาดเล็กที่มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ ที่เธอร่วมกันเช่ากับเพื่อนอีกคน มือบางเปิดล้วงลงไปในถุงผ้าคว้านหากุญแจบ้านจนเจอ หัวคิ้วเรียวเล็กขมวดเป็นปมด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นขนาดนี้ทำไมบ้านถึงมืด ราวกับไม่มีคนอยู่ หรือเพื่อนของเธอจะหลับไปแล้วนะ

แกร๊กกกกก!!! แอดดดดดด~~~~

หญิงสาวปลดล็อกกุญแจบ้าน ก่อนจะพลักประตูบานเล็กให้เปิดออกกว้าง มือบางเอื้อมกดสวิตช์เปิดไฟภายในบ้าน สงสัยเพื่อนเธอคงจะออกไปทำงานยังไม่กลับ รินดาคิด ก่อนจะก้มลงไปถอดรองเท้าผ้าใบคู่เก่งวางบนชั้นรองเท้า ที่เธอเป็นคนซื้อมาเอง เพื่อนที่อยู่ด้วยกันกับเธออีกคน ชื่อ ส้มโอ เป็นเด็กจากบ้านกำพร้าปรานีเหมือนกันกับเธอ พอเธอเรียนจนมัธยมปลาย ก็ชวนมาอยู่ด้วยกัน เพราะมีความฝันอยากเก็บเงินเพื่อเรียนต่อ เป็นใบเบิกทางที่จะได้ทำงานดีๆ เธอจะได้ตอบแทนพระคุณแม่หนึ่งและบ้านเด็กกำพร้า แม้จะรำบากแค่ไหนเธอก็จะอดทน

ฟุบบบบบ

รินดาทิ้งตัวลงเบาะเล็กๆที่มีโต๊ะญี่ปุ่นวางไปเป็นโต๊ะหนังสือ ใบหน้าเนียนใส ดวงตากลมโต ริมฝีปากจิ้มลิ้ม ไม่เหมือนเด็กที่อยู่สถานที่เด็กกำพร้าและเด็กวัยเดียวกัน อาจจะเพราะผิวพรรณของเธอที่ขาว เนียน ราวกับลูกคนมีเงิน ทั้งที่ไม่เป็นแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ทุกวันนี้ เธอทำงานสองที่ ตอนเช้าทำร้านกาแฟ และตอนเย็นเธอเป็นพนักงานเสริฟอาหาร เธอต้องเร่งทำงานสองที่ เพื่อจะได้เก็บเงินให้เยอะๆ ริมฝีปากจิ้มลิ้ม ฉีกยิ้มสดใสเพราะคำนวณดูแล้วอีกไม่กี่เดือนเธอจะได้เงินเก็บจนครบ เพื่อยื่นสมัครเรียนได้แล้ว รินดาเก็บสมุดเงินฝากธนาคารไว้ลิ้นชักที่เดิมก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำ

กุ๊กกักๆๆ!!

มือบางที่กำลังเช็ดผมอยู่ชะงักกึก ฟังเสียงด้านนอนคงจะเป็นเพื่อนสาว ที่พึ่งกลับจากที่ทำงานเป็นแน่ เพราะงานที่เธอทำเป็นพีอาร์ในร้านเหล้า งานพวกนี้เธอไม่สนใจเท่าไหร่ เพราะไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาลวนลาม และไม่ชอบใส่ชุดวับๆแวมๆแบบส้ม ที่ชอบแต่งตัวสวยออกไปทำงานทุกวัน

“พึ่งกลับหรอส้ม” รินดาเปิดประตูห้องนอนออกมาถามส้มที่กำลังหยิบน้ำในตู้เย็นขึ้นดื่ม

“ใช่ ลูกค้าเยอะอะริน ร้านเลยให้ส้มอยู่ต่อ”

“อ้อออ..” รินดาพยักหน้าเข้าใจ ไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องสวนตัวของเพื่อนมากไปกว่านี้

“เดี๋ยวสิริน เออออ.. สิ้นเดือนนี้รินจ่ายค่าเช่าบ้านไปก่อนนะ แล้วเดี๋ยวส้มจะออกให้ทีหลัง” ส้มตะโกนเรียกก่อนรินดาจะหมุนตัวเข้าห้องตัวเอง รินดาหันมามองเพื่อนอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ถามมากไปกว่านั้น เธอพยักหน้าหงึกๆ เป็นการตกลงให้กับส้ม

“ได้สิ .. แล้วส้มจะเริ่มไปสมัครเรียนเมื่อไหร่อะ”

“ส้มคงยังอะริน ช่วงนี้ขอเก็บเงินให้เยอะๆก่อน แล้วค่อยเรียนทีหลังก็ได้ …แล้วรินเก็บเงินครบแล้วหรอ“ ส้มเงยหน้ามองรินดา ทำทีเก็บกระเป๋าเข้าตู้ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย ทั้งที่ภายในเต้นตุบตับรอฟังคำตอบจากเพื่อน

“อื้ออ~~ อีกนิดเดียวจ๊ะ เดือนหน้ารินว่าจะไปทำเรื่องยื่นก่อน เพราะค่าเทอมเขาให้จ่ายตอนเข้าเรียนได้นะ”

“ก็ดีนะรินจะได้มีเวลาเก็บตังอีกหน่อย ส้มรู้ว่ารินทำได้อยู่แล้ว “

“ขอบใจจ๊ะ ส้มก็รีบตามเราไปเรียนนะ แม่ครูหนึ่งจะได้ภูมิใจพวกเราไง” รินดายิ้มสดใสเมื่อคิดถึงผู้มีพระคุณของเธอที่บ้านเด็กกำพร้าปรานี

“แน่นอนจ๊ะ งั้นส้มไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ว่าจะออกไปข้างแต่เช้าอะ” ส้มเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเพราะเธอไม่ชอบให้รินดาพูดถึงบ้านเด็กกำพร้าบ่อยนัก เธอเกลียดคำนี้ที่สุด

“อ้อจ๊ะ รินก็จะไปนอนแล้ว ฝันดีนะส้ม”

“อื้ม ฝันดีริน”

ตกดึกรินดาที่กำลังหลับอยู่ต้องสะดุ้งตื่นจากจากเมื่อหูได้ยินเสียงพูดคุยกันนอกห้อง คงจะเป็นแฟนของส้มอีกแล้วที่มาดึกดื่นแบบนี้ เธอเคยเห็นแฟนส้มอยู่ครั้งหนึ่ง จากนั้นเธอก็พยายามหลบหลีกไม่พบ เพราะไม่ชอบสายตาลอกแลกที่มองมายังเธอ เธอจึงตัดปัญหาด้วยการไม่พบหน้าแฟนส้มเสียดีกว่า

กึกๆๆ

เสียงที่ดังติดๆคล้ายของแข็งกระทบผนังเบาๆ และมีเสียงคุยอู้อี้ที่เธอจับใจความไม่ได้ แต่สักพักเสียงก็เสียงไป พร้อมกับประตูบ้านปิดลง พวกเขาคงพากันออกไปแล้ว

“ฟู่~~” รินดาถอนหายใจอย่างโล่งอก หยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าที่พอจะเล่นโซเชี่ยลได้บ้างออกมาดูเวลาบนหน้าจอที่ปรากฏ เวลาตีสามกว่าๆ คิ้วเรียวขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย ว่าแฟนของส้มมารับส้มออกไปไหนกันในเวลานี้ แต่เพราะเธอเคารพเรื่องความเป็นส่วนตัวของกันและกัน และไม่กล้าที่จะถามออกไป ถ้ามีเรื่องอะไรส้มก็คงจะบอกเธอเองแหละ รินดาคิด ก่อนจะวางโทรศัพท์เครื่องเก่าไว้ที่เดิม แล้วพยายามข่มตาหลับอีกครั้ง ไม่นานเธอก็เข้าสู่นิทรา อาจจะเพราะเธอทำงานหนัก จึงทำให้หลับง่ายขนาดนี้ ก็เป็นข้อดีของเธอที่ทำให้ร่างกายได้พักชาร์จแบต เพื่อพร้อมสำหรับวันใหม่ในทุกๆวัน

เช้าวันต่อมา

หญิงที่อยู่ในเสื้อยืดกางเกงยีนขาดๆสีซีด ธรรมดาสำหรับคนอื่น แต่พอมันอยู่บนร่างกายของหญิงสาวที่ไม่ว่าจะใส่อะไร เธอก็สามารถทำให้มันดูดีไปหมด หน้าอกอวบใหญ่ที่เธอไม่เคยจะชอบเลย จึงต้องหาเสื้อแขนยาวมาอำพรางไว้ ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใคร ใบหน้าหน้าเนียนใส ใช่เพียงแป้งฝุ่นเด็กราคาไม่กี่บาท ก่อนจะหยิบลิปมันมันมาทาริมฝีปากเอาไว้ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ เธอพร้อมสำหรับไปทำงานร้านกาแฟแล้ว

แอดดด~~

รินสะพายกระเป๋าผ้าค่อยๆเดินออกจากห้อง เพราะกลัวส้มและแฟนจะยังอยู่ แต่ในบ้านเงียบฉี่ สงสัยจะยังไม่กลับ มือบางจึงหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาก่อนจะพิมพ์บอกว่าเธอจะออกไปทำงานแล้ว เสร็จแล้วจึงเก็บโทรศัพท์ไว้ในถุงผ้าตามเดิม เดินไปหยิบร้องเท้าผ้าใบคู่เก่าออกมาสวมแล้วเดินทางออกไปทำงานทันที

รินดาเดินเข้าตรอกซอยเดิม ไม่ลืมที่จะแวะซื้อขนมปังเจ้าเก่ากินรองท้อง อาศัยกินมื้อกลางวันที่ร้านกาแฟแทน เพราะทางร้านเลี้ยงอาหารหนึ่งมื้อ เธอจึงประหยัดเงินส่วนนี้ด้วย ริมฝีปากจิ้มลิ้มฉีกยิ้มกว้าง ถึงเธอจะทำงานหนักแบบนี้ทุกวัน แต่ก็มีความสุขทุกครั้งตอนสิ้นเดือนที่มีเงินเข้าบัญชี ชีวิตหมุนวนอยู่แบบนี้ทุกวัน ได้แต่หลังว่าสักวันที่เธอเก็บเงินครบ และเข้าเรียนตามที่ตั้งใจไว้ คงจะมีความสุขมากว่านี้

บทถัดไป