บทที่ 6 ชุดฝึกงาน

พอกลางดึกรมิดาก็นอนพักอย่างเหนื่อยๆ เพราะวันนี้เธอพยายามเรียนรู้งานเอกสารที่นันทิตาพยายามจะสอนเธอ เธอจึงไล่เรียนรู้งานเกี่ยวกับไร่นี้อย่างเต็มตัว แต่เพราะไอ้หนวดโรคจิตนั่นคนเดียวที่แกล้งเธอ เอาแต่สั่งให้ทำนั่นทำนี่ทั้งวันจนเธอไม่มีเวลาไปอ่านเอกสารที่นันทิตาสอนเธอ รมิดาคิดไปก็โทรศัพท์ไปฟ้องเจ้หลินทันที เพราะเธอไม่รู้จะไประบายกับใคร

 “ว่าไงจ้ะน้องฟ้าคนสวย ฝึกงานสนุกไหมจ้ะ” เจ้หลินรับสายของรมิดาก็พูดออกไปทันที เพราะวันนี้ทั้งวันเธอยังไม่ว่างโทรหารมิดาเลย เนื่องจากกำลังวุ่นกับดาราใหม่ในสังกัด

“จะเป็นไงล่ะคะเจ้ ฟ้าเหนื่อยจะบ้าอยู่แล้ว เจ้รู้ไหมคะว่าไอ้เจ้าของไร่ที่นี่หน้าเหมือนกับโจรป่า แถมยังโรคจิตอีกด้วย ไม่รู้อาจารย์รันคิดยังไงถึงให้ฟ้ามาฝึกงานที่นี่ ฟ้าไม่อยากฝึกที่นี่แล้วอ่ะเจ้” รมิดาพูดไปด้วยเสียงบ่น ก่อนจะเดินไปปิดผ้าม่านที่ระเบียงแล้วกลับมานั่งที่เตียงนอน

“ใจเย็นๆก่อนสิยัยฟ้า ใครโรคจิต ใครทำอะไรยังไงเล่า เจ้จะได้เข้าใจที่ฟ้าพูด” เจ้หลินพูดไปก็รอฟังคำตอบจากรมิดาที่มาบ่นให้เธอฟัง

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะเจ้ ฟ้าก็แค่บ่นไอ้บ้านั่นก็เท่านั้นแหละค่ะ ฟ้าจัดการได้” รมิดาบอกไป เพราะจะให้พูดได้ยังไงว่าเธอถูกไอ้หนวดนั่นมันจับหน้าอก

“มีอะไรก็บอกเจ้นะยัยฟ้า อย่าเก็บไว้คนเดียวเข้าใจไหม แล้วเรื่องเจ้าของไร่ฟ้าก็ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะเขาเป็นพี่ชายของยัยรัน เขาจะดูแลฟ้าอย่างดี” เจ้หลินพูดเสริมไป เพราะรันทิชารับปากเธอแล้วว่าจะให้ริชาร์ทดูแลรมิดาอย่างดี

“พี่ชายอาจารย์รันเหรอคะ หน้าตาต่างกันมากเลยค่ะเจ้ นิสัยก็ด้วย” รมิดาพูดไปก็นึกถึงใบหน้าของอาจารย์สาวและไอ้หน้าหนวดนั่นที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่พี่น้องกัน

“ก็แน่ล่ะ เมื่อก่อนพี่ริกเขาทั้งหล่อทั้งเท่จนเป็นคาสโนว่าตัวพ่อแบบนั้นก็ไม่แปลกที่ฟ้าจะรู้สึกแบบนั้น แต่ฟ้าไม่ต้องห่วงนะจ้ะ ตอนนี้พี่ริกเขากลายเป็นเสือสิ้นลายมานานแล้ว รับรองว่าไม่มีพิษสงอะไรแน่นอน” เจ้หลินบอกไปอย่างมั่นใจ เพราะรันทิชาก็ขู่พี่ชายของเธอไปแล้ว ริชาร์ทก็คงไม่กล้ามายุ่งกับรมิดา แล้วไหนจะไอ้อาการเสื่อมสมรรถภาพอีกริชาร์ทคงจะไม่สนใจเด็กในสังกัดเธอแน่นอน

“เจ้แน่ใจเหรอคะว่านายนั่นน่ะเสื้อสิ้นลาย ฟ้าว่าเขาน่ะเสือซ้อนเล็บชัด” รมิดาพูดไป เพราะเธอพึ่งเจอกับตัวมาเมื่อคืนแบบสดๆร้อนๆ

“แน่น่ะสิ  เจ้จะบอกอะไรให้นะยัยฟ้า แต่แกต้องห้ามพูดเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ไม่งั้นเดี๋ยวยัยรันจะมาว่าเจได้” เจ้หลินบอกไป เพราะเธออยากจะให้รมิดาสบายใจที่จะอยู่ที่นั่น

“อะไรคะเจ้ บอกมาเลยค่ะ ฟ้าไม่บอกใครแน่ค่ะ” รมิดารอฟังอย่างลุ้นๆ เพราะเธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้เจ้หลินมั่นใจว่าไอ้หนวดนั่นถอดเขี้ยวเล็บแล้ว

“ก็พี่ริกเขาประสบอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อนจนกลายเป็นคนเสื่อมสมรรถภาพทางเพศน่ะสิ อันนี้ยัยรันเอาใบการรักษาให้พี่ดูเลยนะ พี่ก็เลยมั่นใจว่ายังแล้วพี่รกเขาก็ไม่เคลมฟ้าแน่นอนจ้ะ” เข้หลินบอกไป จนรมิดาที่ได้ฟังถึงกับอึ้ง

“เขาเนี่ยนะเจ้ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จะเป็นไปได้ยังไงกัน” รมิดาคิดอย่างสงสัย เพราะคำพูดของเขาเมื่อคืนยังติดหูเธออยู่เลย มันทั้งหื่นทั้งยั่วจนเธอนึกกลัว

“เป็นไปแล้วยะ ถ้าฟ้าไม่เชื่อก็ไปพิสูจน์เอาเองก็แล้วกัน เจ้ก็ไม่รู้จะบอกยังไงแล้ว อ่อ แค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวเจ้ไปดูเด็กๆก่อน” เจ้หลินพูดไปก็วางสายไปทันที ส่วนรมิดาก็ได้แต่คิดสงสัยเกี่ยวกับริชาร์ทว่าเขาจะป่วยเรื่องที่เจ้หลินบอกเธอจริงรึเปล่า

“พิสูจน์งั้นเหรอ” รมิดาพูดทวนคำ ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเจ้า เล่ห์เมื่อเธอนึกวิธีที่จะเอาคืนริชาร์ทได้ แถมเธอยังจะได้พิสูจน์ว่าเขาจะเป็นโรคเสื่อมสมรรถภรรพจริงหรือไม่ พรุ่งนี้สนุกแน่รมิดาคิดในใจอย่างนึกสนุก

เช้าของอีกวันริชาร์ทก็กำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่เขาก็ไม่เห็นรมิดาออกมากห้อง จึงเรียกให้แม่บ้านไปเรียกรมิดา

“ป้านี ไปตามรมิดามาทานข้าวเช้า สายป่านนี้แล้วยังไม่ตื่นอีกหรือไง” ริชาร์ทพูดบ่นออกไปจนมานีที่ฟังก็ทำท่าจะเดินออกไปแต่เห็นรมิดาเดินเข้ามาพอดี แถมการแต่งตัวก็ทำให้เธออึ้งจนพูดไม่ออก เพราะไม่แน่ว่านั่นชุดนักศึกษาหรือไม่ถึงได้สั้นและรัดตัวขนาดนั้น

“ไม่ต้องไปตามหรอกค่ะ ฉันมาแล้ว ไงคะคุณริชาร์ท” รมิดาเอ่ยพูดก็ยืนอยู่ด้านข้างของริชาร์ท ก่อนจะตั้งใจเดินไปหาป้านี แล้วเอ่ยขออาหารเช้า

“ป้านีค่ะ ฟ้าขอน้ำส้มเพิ่มหน่อยนะคะ” รมิดาเดินไปตรงหน้าของริชาร์ทอย่างตั้งใจ ในเมื่อเขาไม่มองเธอ เธอก็จะทำให้เขามองเธอให้ได้

“ได้ค่ะ คุณฟ้าไปนั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวไปไปคั้นน้ำส้มมาให้” มานีเอ่ยพูดก็ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเดินกลับไปในห้องครัว จนที่โต๊ะอาหารมีแค่รมิดากับริชาร์ทสองคน

“ใครบอกให้แต่งตัวแบบนี้” ริชาร์ทพูดออกมาหลังจากที่มองการแต่งตัวของรมิดาตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่รู้ว่าเธอจะใส่เสื้อตัวอะไรขนาดนั้น เพราะมันทำให้เห็นสรีระของเธอว่ามีดีขนาดไหนโดยเฉพาะอกภูเขาไฟที่เขาเคยจับมาแล้ว เขารู้เลยว่ามันใหญ่เต็มมือจริงๆ แล้วก็กระโปรงนั่นอีก มันสั้นแค่คืบเดียวเท่านั้น ทำไมเธอถึงใจกล้าใส่แบบนี้ออกมา

“อ่าว ก็คุณบอกให้ฉันแต่งตัวให้สมกับเป็นเด็กฝึกงานไงค่ะ นี่ไงค่ะชุดนักศึกษาหรือคุณว่ามันไม่ใช่” รมิดาพูดไปอย่างมีเชิง ก่อนจะนั่งลงข้างๆเขา แล้วเอามือเท้าคางรอคำตอบจากชายหนุ่ม

“นั่นชุดนักศึกษาเหรอ ผมนึกว่าเศษผ้า กลับไปเปลี่ยนซะถ้าไม่อยากจะถูกคนงานที่นี่คิดไม่ดีกับคุณ” ริชาร์ทพูดไปก็พยายามไม่มองร่างบางก่อนจะแกล้งทำเป็นเมินรมิดา แต่ให้ตายเถอะ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมีแรงดึงดูดเขาขนาดนี้นะ

“แค่คนงานเหรอคะที่คิดไม่ดีกับฉัน ฉันว่าบางทีคุณก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้ จริงไหมคะ” รมิดาพูดไปก็ยิ้มมุมปากอย่างกวนๆ เพราะเธอจะดูว่าคนเสื่อมสมรรถภาพทางเพศแบบเขา จะรู้สึกอะไรไหมเมื่อเจอผู้หญิงแบบเธอยั่วเข้าให้ รมิดาคิดไปอย่างสนุกๆ เพราะถ้าหากเขาเป็นแบบที่เจ้หลินบอกเธอจริง เธอก็อยากจะแกล้งเขากลับบ้าง

“ผมไม่ชอบเด็กๆแบบคุณหรอก อย่ามาอ่อยผมให้เสียเวลาเลยดีกว่า กลับไปเปลี่ยนชุดซะ” ริชาร์ทพูดออกไปอย่างตัดใจ เพราะเขาต้องรักษาสัญญาที่ให้กับน้องสาวว่าจะไม่ยุ่งกับเด็กนักศึกษาคนนี้

“คงไม่ได้หรอกค่ะ เพราะชุดนักศึกษาของฉันแต่ละชุด มันก็ฟิต แล้วก็สั้น แบบนี้ทุกตัว  อ่อ แล้วอีกอย่างนะคะถ้าฉันจะอ่อยคุณจริงๆ ฉันไม่ทำแค่นี้หรอกค่ะ หน้าโจรป่าแบบคุณอย่าหวังว่าฉันจะชอบเลยค่ะ ไม่ใช่สเปค” รมิดาพูดด้วยเสียงยียวนกวนสุดๆ จนริชาร์ทกัดฟันแน่นอย่างเก็บอารมณ์ เพราะเขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้เลยให้ตายเถอะ เขาอยากจะเปลี่ยนพยาบาลบำบัดของเขามาเป็นรมิดาจริงๆ เขาจะบำบัดจนเธอหายซ่าเลย ริชาร์ทคิดในใจอย่างจินตนาการ

“น้ำส้มมาแล้วค่ะ” มานีเอ่ยพูดขณะเดินเข้ามาพร้อมกับน้ำส้ม ก่อนจะมองทั้งสองคนที่คนหนึ่งกำลังยิ้มอยู่ ส่วนอีกคนกำลังทำหน้าบึ้งตึงอยู่ เธอจึงรีบเดินออกไป เพราะเธอรู้ว่าตอนนี้นายใหญ่กำลังโมโหอะไรอยู่แน่ๆถึงได้ทำหน้าแบบนั้น เธอควรจะออกมาก่อนจะดีกว่า มานีรีบวางน้ำส้มคั้นให้รมิดาก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องครัวดังเดิม

“ถ้าไม่เปลี่ยนชุดก็ไม่ต้องไปที่สำนักงาน วันนี้คุณทำงานกับผมที่นี่แหละ เดี๋ยวผมสอนคุณที่นี่เอง” ริชาร์ทพูดตัดปัญหา เพราะขืนรมิดาใส่ชุดนี้ออกไปที่สำนักงานของเขา พวกคนงานผู้ชายได้มองน้ำลายเยิ้มกันแน่

“ค่ะคุณริชาร์ท” รมิดายิ้มอย่างมีชัย เมื่อริชาร์ทสั่งเธอไม่ได้ตามใจเขา จากนั้นรมิดาก็เข้ามาทำงานในห้องทำงานของริชาร์ทที่อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน เธอพยายามสังเกตปนกับแอบสลับขายั่วเขาไปเบาๆ เขาก็ไม่มีทีท่าจะมองด้วยสายตาหื่นๆ แต่กลับมองแบบเฉยๆด้วยซ้ำ จนเธอเริ่มจะเชื่อแล้วว่าเขาเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพจริง แต่ยังหรอก เธอต้องพิสูจน์มากกว่า

“คุณริชาร์ทค่ะ ฉันเอาเอกสารไม่ถึงคุณช่วยฉันเอาหน่อยได้ไหมคะ” รมิดาพูดไปก็ทำท่าเอื้อมเอกสารไม่ถึง

ริชาร์ทที่พยายามไม่สนใจร่างบางก็ถอนหายใจ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงเกิดอารมณ์ไปนานแล้ว โชคดีที่ไอ้โรคเสื่อมนี่มันยังไม่หายดีเท่าไหร่ มันจึงทำให้เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกับร่างบางเท่ากับเมื่อก่อนที่เจอยั่วแบบนี้แล้วเขาจับกระแทกทุกครั้งไป ก่อนจะเดินไปหารมิดาแล้วเอื้อมมือขึ้นไปหยิบเอกสารให้เธอจากด้านหลัง

“อุ้ย ขอโทษค่ะ” รมิดาตั้งใจหันกลับมาจนหน้าของเธอและเขาห่างกันแค่นิดเดียว เธอจึงแกล้งเอ่ยขอโทษไป

“รับไปสิ” ริชาร์ทพูดไปก็ถอนหลังไปแล้วเอาเอกสารให้กับรมิดาด้วยสายตาเฉยชา เพราะตอนนี้ต่อให้เขาอยากแค่ไหนแต่ก็เอากับเด็กคนนี้ไม่ได้

รมิดารับเอกสารมาก็หันหลังใส่ริชาร์ทก่อนจะแกล้งล้มตัวลงไป จนริชาร์ทเข้ามารับตัวเธอไว้ก่อนที่เธอจะล้มลงไปบนตัวของเขาตามแผนที่วางไว้ แบบในละครที่เธอเคยแสดงเป๊ะ

“ว้าย” รมิดาแกล้งร้องเสียงตกใจ ก่อจะพยายามเอามือยันอกของริชาร์ทเพื่อลุกขึ้น แต่หน้าของของเธอไปโดนไอ้นั่นของเขาพอดี แต่แปลกแฮะ เพราะเธอไม่รับรู้อะไรเลยหรือว่าน้องชายของเขาจะเล็กจนเธอไม่รู้สึก รมิดาคิดอย่างสัย

“ซุ่มซ่ามจริงๆ” ริชาร์ทบอกไปก็เอามือจับไหล่ของรมิดาให้ลุกขึ้นจากตัวเขา ก่อนที่อะไรๆของเขามันจะเกิดอารมณ์ทั้งที่ยังไม่ได้บำบัด

“ขอโทษค่ะ งั้นฉันขอตัวเอาเอกสารไปอ่านก่อนนะคะ” รมิดาพูดเสียงอ่อน เพราะเธอเริ่มมั่นใจแล้วว่าเขาคงจะเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพนั่นจริงๆ และตอนนี้เธอก็เริ่มสงสารเขามากกว่า ไม่รู้ว่าเขาจะรักษามันให้หายได้รึเปล่า

หลังจากนั้นจนกระทั่งเย็น  ริชาร์ทก็ปล่อยให้รมิดาอ่านข้อมูลของไร่และทำงานเรื่องฟาร์มโคนมของเขาเป็นอันดับแรก ก่อนจะให้เธอกลับไปผักผ่อนตามเดิม จนเวลาผ่านไปจนเกือบจะสี่ทุ่ม ริชาร์ทที่ถูกรมิดายั่วมาทั้งวันก็เริ่มนอนไม่หลับ ก่อนจะเรียกนันทิตามาเพื่อเริ่มการบำบัด

“นายใหญ่จะให้นันทำอะไรดีคะ” นันทิตาเอ่ยถาม เพราะไม่รู้ว่าวันนี้ริชาร์ทต้องการที่จะมีอะไรกับเธอ หรือว่าแค่ให้เธอช่วยทำให้เขามีอารมณ์ด้วยการช่วยตัวเองให้เขาดู

“ถอดเสื้อผ้าออก วันนี้ผมจะเอากับคุณ” ริชาร์ทพูดไปก็เอามือปลดสายรัดเอว ก่อนจะถอดชุดคลุมออกมาแล้วเอามือรูดท่อนเอ็นที่ยังไม่แข็งตัวอย่างเสียวๆ

“เดี๋ยวนันทำให้มันแข็งเองค่ะ” นันทิตาพอถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้ว เธอก็ลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นแล้วเอามือไปรูดท่อนเอ็นของริชาร์ทแทน ก่อนจะยื่นหน้าไปดูดเลียท่อนเอ็นอย่างชำนาญ

รมิดาที่ออกมาเดินเล่นที่ระเบียงชมดาวก็เห็นนันทิตาเดินเข้าไปในห้องฝั่งตรงข้ามของเธอ ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่านั่นเป็นห้องของใคร จึงอยากจะเข้าไปทักทายนันทิตาแต่พอเธอมาหยุดที่หน้าประตูก็แทบอึ้ง เพราะประตูมันยังปิดไม่สนิทจึงทำให้เธอมองเห็นว่าข้างในกำลังทำอะไรกันอยู่

“นี่มัน” รมิดาพูดออกไปเบาๆก่อนจะเอามือมาปิดปากตัวเอง เพราะกลัวคนข้างในจะได้ยิน เธอเห็นนันทิตากำลังถอดเสื้อผ้า ก่อนจะนั่งคุกเข่าลงไปดูดเลียแล้วก็ชักน้องชายของริชาร์ทไปมา รมิดาที่ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายมาก่อนก็แอบมองอย่างอยากรู้พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอจึงเดินไปปิดไฟทางเดิน ก่อนจะเดินกลับมาแอบมองทั้งสองคนต่อ เพราะเธอก็อยากจะรู้ว่าของจริงกับในคลิปแบบไหนมันจะได้อารมณ์กว่ากัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป