บทที่ 5 บทที่ 3.1 เรื่องเข้าใจผิด
หญิงสาวมองตึกสูงใหญ่หลายชั้นรูปทรงสวยสดงดงามตรงหน้าอย่างสนใจแม้ว่าตึกหลังนี้จะเล็กกว่าตึกที่นางเข้าไปหานายท่านเมื่อครู่นี้อยู่มาก แต่มันก็ใหญ่และสวยกว่าตึกที่นางโดนเหล่าคนรับใช้ของนายท่านจับไปอาบน้ำในคราแรกที่มาถึงอยู่มากเช่นกัน
ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วอย่างสนใจเมื่อคนรับใช้ของนายท่านพานางเข้ามาด้านในตัวตึกแล้ว เห็นเป็นห้องหับแยกส่วนมากมายและตรงด้านในสุดของตัวตึกนี้ก็มีสวนดอกไม้สีสันสวยงามให้ได้เห็นแม้ว่านางเพิ่งจะเดินเข้ามาได้แค่เพียงส่วนด้านหน้าของตึกนี้เท่านั้น
“นี่คือที่พักของเจ้า เจ้าจะได้อาศัยอยู่ที่นี่ระหว่างที่เจ้าปรนนิบัติองค์รัชทายาท” เสียงหัวหน้านางกำนัลขององค์รัชทายาทเอ่ยขึ้นเมื่อเปิดประตูให้หญิงสาวที่องค์รัชทายาททรงรับสั่งให้พามาอยู่ที่นี่เข้าไปในห้องว่างห้องหนึ่ง
“นี่คือที่พักของข้าจริงๆ หรือเจ้าคะ ของข้าคนเดียวหรือเจ้าคะ” หญิงสาวถามออกไปอย่างไม่อาจเชื่อสายตาว่านายท่านจะใจดีให้อดีตนางทาสเช่นนางได้อยู่อาศัยในที่กว้างใหญ่และสวยงามเช่นนี้
“ใช่ เจ้าก็พักผ่อนซะ อีกสักพักเจ้าจะต้องเข้าตรวจร่างกายกับหมอหลวง”
“ตรวจทำไมหรือเจ้าคะ” นางถามออกไปอย่างสงสัยเพราะถึงแม้นางจะรอนแรมกลางทะเลทรายมานานแต่นางก็ไม่ได้ป่วยไข้อะไร
“เป็นคำสั่งขององค์รัชทายาท”
เมื่อคนรับใช้ของนายท่านบอกมาเช่นนี้นางก็ไม่อยากจะซักไซ้อะไรอีก นางจึงเลือกถามคำถามที่คาใจนางมานานแทน
“ข้าขอถามอะไรบางอย่างได้หรือไม่เจ้าคะ”
“เจ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ คือข้าสงสัยว่าทำไมพวกท่านถึงเรียกนายท่านว่าองค์รัชทายาทเจ้าคะ ไหนจะคำแปลกๆ ตอนที่พวกท่านพูดกับนายท่านอีก”
“เรื่องนี้เจ้าต้องไปถามพระองค์เอง ข้ามีหน้าที่แค่พาเจ้ามาพักและจัดการหาหมอหลวงมาตรวจร่ายกายเจ้าเพียงเท่านั้น ข้าไม่อาจตอบคำถามเหล่านั้นแก่เจ้าได้เพราะพระองค์ไม่ต้องการให้ข้าหรือใครยุ่งเรื่องส่วนพระองค์ที่พระองค์ไม่ได้รับสั่ง”
คนรับใช้ของนายท่านออกไปแล้ว ทิ้งไว้แต่เพียงข้อสงสัยที่อยู่ในหัวของนางเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับคำตอบในเรื่องใดเลย
หญิงสาวเผลอหลับไปจนบ่ายคล้อยและรู้สึกตัวตื่นอีกครั้งเมื่อเหล่าคนรับใช้ของนายท่านมาปลุกนางให้ไปตรวจเช็กร่างกายกับหมอ
หญิงสาวโดนเจาะเลือดไปหนึ่งหลอดและโดนฉีดยาไปอีกหนึ่งเข็มทำให้คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนกลัวเข็มถึงกับเป็นลมล้มพับไปเมื่อขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้น ที่จริงนางจะเป็นลมตั้งแต่ที่เห็นเข็มปักตรงแขนและดูดเลือดออกไปแล้วแต่นางก็อดทนไว้ด้วยไม่อยากให้นายท่านเห็นว่านางอ่อนแอ แต่พอขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นลงและหมอบอกให้นางกลับไปได้เท่านั้น นางก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
“ทูลองค์รัชทายาท หัวหน้าหมอหลวงที่พระองค์สั่งให้เข้าเฝ้ามาถึงแล้วพะยะค่ะ”
เมื่อเสียงองครักษ์คนสนิทดังขึ้นหน้าห้องทำงานทำให้คนที่กลับมาทำงานต่อเพื่อคร่าเวลาเนื่องจากไม่ใช่งานด่วนอะไรหลังจากที่ไปพบเสด็จพ่อของตัวเองมา เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่
“ให้เข้ามาได้”
“พะยะค่ะ”
“นางเป็นอย่างไรบ้าง” เจ้าของร่างองอาจเอ่ยถามหมอหลวงถึงหญิงสาวที่ตนเองได้ช่วยไว้เมื่อคืนอย่างไม่รีรอเมื่อหัวหน้าหมอหลวงที่ตนเองให้ทหารไปตามมาเข้ามาในห้องนี้แล้ว
“ทูลองค์รัชทายาท จากผลการตรวจเลือดของนางที่ออกมานางไม่มีโรคติดต่ออันใดพะยะค่ะ”
“นางพร้อมสำหรับเราแล้วใช่หรือไม่”
“เอ่อ ขอประทานอภัยองค์รัชทายาท กระหม่อมเกรงว่านางอาจจะยังไม่พร้อมพะยะค่ะ”
หัวหน้าหมอหลวงตกใจกับความรีบร้อนขององค์รัชทายาทหนุ่มตรงหน้า เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พระองค์ทรงเรียกมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ทั้งๆ ที่ทุกครั้งที่ผ่านมาพระองค์มักจะปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนตามปกติไม่ได้สนใจใครรู้อะไร และไม่เคยให้ทหารไปเรียกตนเองมาสอบถามหลังจากตรวจร่างกายของว่าที่นางบำเรอคนใดมาก่อนเลย
“ทำไมกัน” เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามกลับไปอย่างไม่ใคร่พอใจนัก
“ทูลองค์รัชทายาท เป็นเรื่องเกี่ยวกับยาที่ฉีดให้นางพะยะค่ะ เอ่อ พระองค์ควรจะรอนางอีกสักพักพะยะค่ะเพื่อป้องกันการผิดพลาด”
หัวหน้าหมอหลวงเอ่ยบอกเหตุผลกับองค์รัชทายาทไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนักแม้ว่าเรื่องแบบนี้จะเป็นเรื่องปกติในทางการแพทย์ แต่สำหรับชาวทะเลทรายอย่างชาวดิลฮามแล้วเรื่องแบบนี้ไม่ใคร่จะมีใครพูดคุยซักถามกันเท่าใดนัก
“เข้าใจแล้ว เจ้าออกไปได้”
เมื่อหัวหน้าหมอหลวงบอกออกมาเช่นนั้น ชายหนุ่มจึงไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากรอตามที่หมอหลวงบอก ทั้งที่ใจจริงแล้วเขาไม่อยากรออีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียวนับตั้งแต่ที่นางเอ่ยปากอยากรับใช้เขา
ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาอดีตนางทาสหน้าหวานก็ได้คอยดูแลปรนนิบัติรับใช้นายท่านของนางแทบห่าง ไม่ว่านายท่านของนางจะทำงานหรือจะไปพบปะผู้คน แม้มีบางครั้งโดยเฉพาะเวลาที่นายท่านว่างหรือเวลาที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วนายท่านของนางมักจะห้ามไม่ให้นางตามไปรับใช้ อย่างเช่นตอนนี้ที่นางสังเกตมาได้สักระยะนึงแล้วว่านายท่านของนางจะเรียกเหล่าหญิงสาวแสนสวยคนอื่นที่อยู่ตึกเดียวกับนางให้ไปรับใช้แทนหลังจากที่เขาไล่นางกลับมาที่ห้องแล้ว
“ทำไมล่ะเจ้าคะ หรือข้าทำอะไรให้นายท่านไม่พอใจกัน ทำไมวันนี้นายท่านถึงสั่งห้ามไม่ให้ข้าไปรับใช้นายท่านเหมือนอย่างเช่นทุกที” เสียงหวานถามขึ้นอย่างตกใจและเป็นกังวลเมื่อคนรับใช้ของนายท่านคนหนึ่งที่นางพอจะคุ้นหน้ามาบอกนางว่านายท่านไม่ต้องการให้นางรับใช้เขาในวันนี้
เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางเป็นกังวลของหญิงสาวความจำเสื่อมตรงหน้าซึ่งเป็นว่าที่นางบำเรอขององค์รัชทายาทในคืนนี้ที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะเข้าใจผิดไปจากพระประสงค์ที่แท้จริงขององค์รัชทายาทเป็นอย่างมาก นางจึงต้องพูดขยายความให้คนตรงหน้าฟังก่อนที่หญิงสาวตรงหน้านี้จะเข้าใจผิดไปกันใหญ่
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เพียงแต่ว่าที่วันนี้พระองค์ไม่ให้เจ้าคอยรับใช้เหมือนอย่างเช่นทุกครั้งนั้นเพราะว่าพระองค์ประสงค์จะให้เจ้าปรนนิบัตรพระองค์ในคืนนี้แทนยังไงล่ะ”
“นายท่านจะให้ข้าไปรับใช้ในคืนนี้หรือเจ้าค่ะ”
เจ้าของดวงตากลมโตที่โตอยู่แล้วถึงกับเปิกกว้างมากขึ้นกว่าเดิม เพราะตลอดระยะเวลาเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมานายท่านมักจะไล่นางกลับมาเสมอบอกว่าเป็นเวลาส่วนตัว ไม่เคยให้นางอยู่รอรับใช้ในเวลาที่นายท่านบอกว่าจะพักผ่อนหรือก่อนที่นายท่านจะเข้านอน ทั้งๆ ที่นางก็เห็นว่ามีหญิงสาวคนอื่นได้ไปรับใช้นายท่านแทนนางตลอดเวลา
“ใช่แล้วล่ะ”
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
หญิงสาวตอบรับเสียงใสเมื่อได้ยินคนรับใช้ของนายท่านยืนยันเช่นนั้น คราแรกนางก็นึกกังวลกลัวว่านายท่านจะรำคาญนางซะอีก แต่พอได้ยินแบบนี้ทำให้นางดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสรับใช้ผู้มีพระคุณของนางมากยิ่งขึ้น
“ถ้าเจ้าเข้าใจแล้วก็ดี เพราะว่าวันนี้เจ้าจะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับองค์รัชทายาทในคืนนี้”
