บทที่ 8 บทที่ 3.4 เรื่องเข้าใจผิด
“รีบมาปรนนิบัติข้า”
“เพคะ/เพคะ”
สิ้นเสียงรับสั่งนางบำเรอรูปร่างอวบอิ่มอรชรทั้งสองคนจึงรีบพากันเดินสาวท้าวเข้าไปหาร่างสูงที่นั่งหน้าครึ้มอยู่บนที่นอน
เหล่านางบำเรอต่างช่วยกันถอดฉลองพระองค์ให้แก่ร่างสูงและรีบกำจัดชุดคลุมตัวบางของพวกนางออกจนเผยร่างเปล่าเปลือยพร้อมกันทั้งสองคน
องค์รัชทายาทหนุ่มคว้าร่างอวบอัดของหนึ่งในสองนางบำเรอที่ไม่แม้แต่จะทำชื่อได้ให้นั่งคุกเข่าลงบนพื้นเสร็จแล้วจึงกดศีรษะของนางให้จ่อกับท่อนเอ็นของเขา
นางบำเรอที่เห็นท่อนเอ็นยาวใหญ่เครียดเขม็งจ่ออยู่ตรงหน้าจึงรีบอ้าปากออกเพื่อครอบครองท่อนเอ็นนั้นอย่างหิวโหยทันที เพราะนี่ก็เกือบสามเดือนแล้วที่องค์รัชทายาทไม่เคยเรียกใช้นางเลย นางกลัวเหลือเกินว่าพระองค์จะปลดนางออกจากตำแหน่งนางบำเรอ
เมื่อนางบำเรอคนหนึ่งกำลังครอบครองแก่นกายแกร่ง นางบำเรออีกคนหนึ่งก็อ้อมมาด้านหลังบดเบียดเต้าทรวงอวบใหญ่กับแผ่นหลังบึกบึนพร้อมทั้งสอดมือทั้งสองข้างมาด้านหน้าสัมผัสลูบไล้หน้าท้องลอนสวยและหน้าอกที่เป็นมัดกล้าม
ยิ่งนางบำเรอที่อยู่ด้านหลังปลุกเร้ามากเท่าไหร่ อารมณ์ของชายหนุ่มที่มีมากอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ชายหนุ่มจึงจับล็อกศีรษะของนางบำเรอที่กำลังปรนเปรอให้เขาอยู่ด้านล่างไว้แน่น จากนั้นจึงเด้งสะโพกสอบตอกอัดเข้าไปในโพรงปากของนางอย่างสุดแรงและรัวเร็วจนนางบำเรอคนนั้นถึงกับน้ำตาคลอเบ้ากับความใหญ่ยาวที่ตอกอัดเข้าไปในโพรงปากนางอย่างล้ำลึกและไม่อาทรว่านางจะเจ็บหรือไม่เลยสักนิด
เมื่ออารมณ์ปรารถนาของบุรุษเพศมาถึงขีดสุด ชายหนุ่มก็ดึงนางบำเรอที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาด้านบน
“รีบจัดการ” ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้มนางบำเรอที่พึ่งขึ้นมาจากพื้นจึงรีบสวมเครื่องป้องกันให้แก่ท่อนเนื้อแข็งขืนจากนั้นสะโพกผายจึงนั่งทับกลืนกินท่อนเอ็นแข็งขืนนั้นเข้าไปในโพรงดอกไม้ฉุ่มช่ำของนางจนสุดทางและรีบยกสะโพกขย่มโยกท่อนเนื้อนั้นให้เจ้าของร่างองอาจหนักหน่วงอย่างเอาใจ
นางบำเรออีกคนจึงรีบนั่งคล่อมทับช่วงหน้าท้องแกร่งขององค์รัชทายาทรูปงามจากนั้นจึงโน้มตัวลงไปแอ่นหน้าอกอวบใหญ่ของตัวเองป้อนใส่พระโอษฐ์ขององค์รัชทายาท
ชายหนุ่มบีบขยำทรวงอกอวบใหญ่ตรงหน้าแทบแหลกคามือพร้อมทั้งดูดดึงปลายถันทั้งสองข้างอย่างรุนแรงตามอารมณ์ปรารถนาที่มีมาก่อนหน้าจากการได้ครอบครอบทรวงอกอวบใหญ่แสนหวานของอดีตนางทาสเมื่อครู่แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับนางต่ออย่างที่ปราถนาได้เพราะนางไม่ยินยอมพร้อมใจ
สองนางบำเรอครวญครางกันจนคอแหบแห้งนานหลายชั่วโมงกว่าบทรักอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนจากองค์รัชทายาทรูปงามจะจบลง
หลังจากกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วงในที่สุดชายหนุ่มก็ปลดปล่อยความอัดอั้นครั้งสุดท้ายออกมาและถอดถอนท่อนเอ็นใหญ่ยาวออกมาจากโพรงดอกไม้ของหนึ่งในสองนางบำเรอที่เขาเรียกมา
นางบำเรอทั้งสองคนรีบรูดเครื่องป้องกันออกแล้วพากันตะหวัดลิ้นโลมเลียทำความสะอาดให้ท่อนเอ็นขององค์รัชทายาทอย่างหิวโหย คล้ายกับว่ากำลังแย่งกันกินอาหารแสนอร่อยที่ทั้งคู่ไม่ได้ลิ้มรสมานาน
เมื่อนางบำเรอทั้งสองทำความสะอาดแก่นกายให้องค์รัชทายาทหนุ่มเรียบร้อยแล้วพวกนางจึงช่วยกันแต่งตัวให้กับองค์รัชทายาทต่อ
“พวกเจ้าพักที่นี่ก่อนก็ได้”
เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับนางบำเรอของตนเองก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เพราะดูจากสภาพของพวกนางแล้วคงเดินไปไม่ถึงตึกที่พวกนางอาศัยอยู่กันเป็นแน่
“ขอบพระทัยเพคะ/ขอบพระทัยเพคะ”
เมื่อรัชทายาทหนุ่มเดินออกจากห้องไปแล้ว นางบำเรอทั้งสองคนจึงทิ้งกายลงนอนบนเตียงใหญ่อย่างเหนื่อยล้าอ่อนแรง ไม่มีแรงแม้กระทั้งจะหาอะไรมาปกปิดเนื้อตัวเปล่าเปลือยเลยสักนิด เพราะครั้งนี้ถือเป็นการบำเรอที่หนักหน่วงรุนแรงที่สุดที่พวกนางเคยเจอมา แต่พวกนางกลับชอบในความดุดันป่าเถื่อนนี้เป็นอย่างมาก แม้ว่าทุกครั้งที่พวกนางเคยถวายงานกับองค์รัชทายาท พระองค์ก็มักจะเร่าร้อนหนักหน่วงอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นดุดันโหมกระหน่ำรุนแรงจนกลางกายสาวของพวกนางระบมถึงขนาดนี้
สองร่างขาวเนียนที่ตอนก่อนเข้ามายังไม่มีร่องรอยอะไร แต่ตอนนี้หน้าอกอวบใหญ่ของนางบำเรอทั้งสองคนกลับปรากฏร่องรอยสีแดงอย่างไม่มีที่ว่างเว้นจากการดูดเม้มขบกัดของริมฝีปากหยักลึก รวมทั้งฝ่ามือใหญ่ที่บีบขย่ำหน้าอกของพวกนางอย่างหนักหน่วง ไหนจะยอดอกของพวกนางที่ตอนนี้เป็นสีแดงเข้มอย่างน่ากลัวจากการโดนดูดอย่างรุนแรงนั้นอีก
ส่วนบั้นท้ายอวบอัดยังคงมีริ้วรอยเป็นปื้นสีแดงไม่จางหายจากการถูกฝ่ามือหนาขย้ำเพื่อเร่งเร้าจังหวะกระแทกกระทั้น และที่หนักที่สุดคงจะเป็นใจกลางกายสาวของพวกนางที่โดนตอกอัดอย่างหนักหน่วงแทบยับเยินเหมือนพระองค์ทรงไปโกรธใครมาแล้วมาลงที่พวกนาง
เมื่อกลับมายังห้องนอนองค์รัชทายาทหนุ่มได้ใช้สายน้ำเย็นชำระร่างกายของตนเองเพื่อบรรเทาความปรารถนาบางอย่างที่เหมือนจะเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงอดีตนางทาสแสนหวานนั่น ทั้งๆ ที่นางทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองนั้นกลายเป็นคนโง่งมบ้าตัณหา เพราะแปลความหมายและท่าทางของนางผิดคิดว่านางอยากเป็นนางบำเรอของเขา
คิดแล้วก็โมโหนัก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าที่โมโหอยู่นี้ตัวเองโมโหใครหรือโมโหเรื่องอะไรกันแน่!
