บทที่ 1 เธอก็เกิดใหม่อีกครั้ง
น้ำในทะเลสาบที่เย็นเย็นเฉียบไหลทะลักเข้าปากและจมูกของเธอ
“ญาณิดา!”
“พี่คะ!”
เสียงของแม่และน้องสาวที่เพิ่งรับกลับมาดังขึ้นทีละคน จากนั้นญาณิดาก็หมดสติไป
ในห้องผู้ป่วยเดี่ยวสุดหรู บนเตียงคนไข้
ขนตาของหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
'อะไรกัน คนเราพอตายแล้วจะเห็นกำแพงสีขาวเหรอ?'
“ญาณิดา ลูกฟื้นแล้ว!” เสียงของมิราเจือไปด้วยความดีใจ
ญาณิดามองแม่ที่อยู่ข้างเตียงอย่างลังเลเล็กน้อย ดูเหมือนว่าท่านจะดูสาวขึ้น
“พี่คะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะคะ!”
มาลีโผเข้าหาด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอหน่วย เกือบจะดึงสายน้ำเกลือที่มือของญาณิดาหลุด
โชคดีที่ญาณิดาไวต่อเสียงของมาลีมาก จึงรีบชักมือกลับได้ทัน
เมื่อมองมาลีที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งมีใบหน้าอ่อนเยาว์และยังไม่โตเต็มวัย ทั้งยังแต่งหน้าโทนซีด ๆ ให้ดูเหมือนหน้าสด
ญาณิดาก็นึกขึ้นมาได้ในทันที
นี่เป็นวันที่สองที่มาลีมาถึงบ้านของเธอ!
เธอย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง!
ญาณิดาเป็นคุณหนูแห่งตระกูลปุริสายมาสิบแปดปี เธอทั้งฉลาดและรักเรียน เป็นแบบอย่างของกุลสตรีในเชียงใหม่ สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลปุริสายไม่น้อย
ทว่า ในตอนที่เธอเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ กลับมีคนมาบอกว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อกับแม่
วันที่เธอเกิดมา เธอถูกสลับตัวไป!
ตระกูลปุริสายตามหาลูกสาวที่แท้จริงกลับมาอย่างรวดเร็ว นั่นก็คือมาลี
เธอเป็นเด็กสาวที่ดูเรียบร้อยและอ่อนแอราวกับดอกไม้สีขาวดอกน้อย
หลังจากที่ญาณิดารู้ความจริงก็รู้สึกผิดมาก เธอรู้สึกว่าตัวเองแย่งตำแหน่งของมาลีไป ได้รับความรักและการเลี้ยงดูจากตระกูลปุริสาย ในขณะที่มาลีกลับต้องระหกระเหินอยู่ข้างนอก และลำบากลำบน
เดิมทีญาณิดาคิดจะจากตระกูลปุริสายไป เพื่อคืนทุกอย่างให้กับมาลี
แต่มาลีกลับร้องไห้บอกพี่สาวว่าอย่าไป เธอไม่อยากให้ตัวเองเป็นเหมือนคนใจร้ายที่พอกลับมาถึงก็ไล่พี่สาวไป พวกเธอสามารถเป็นลูกสาวของตระกูลปุริสายด้วยกัน เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้
ญาณิดามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับตระกูลปุริสาย เธอเติบโตที่นี่มาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า ครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ทุกอย่างล้วนอยู่ที่นี่ เป็นธรรมดาที่เธอจะตัดใจไม่ลง
ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะอยู่ต่อ แต่เธอกลับไม่คาดคิดว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายในชีวิตเธอ!
ภายนอกมาลีดูอ่อนแอและจิตใจดี แต่จริง ๆ แล้วกลับคอยวางกับดักทำร้ายเธออยู่ตลอดเวลา
ตัวอย่างเช่นครั้งนี้ ที่ญาณิดาตกน้ำก็เป็นฝีมือการวางแผนของมาลี ในชาติที่แล้วเธอยังนึกว่ามาลีแค่พลั้งมือไปจริง ๆ และให้อภัยเธออย่างง่ายดาย
ไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากนั้นมาลีจะยิ่งทำเกินไปมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทุกสิ่งที่ญาณิดาเคยมี ทั้งครอบครัว เพื่อน การงาน และโอกาส
เธอต้องการจะทำลายและแย่งชิงมันไป!
สุดท้าย ทั้งชื่อเสียง การงาน และอนาคตของเธอก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น
ครอบครัวและเพื่อนฝูงต่างเข้าใจเธอผิดและทอดทิ้งเธอไป แม้แต่คนที่เธอรักก็ยังไปติดตามมาลี
ชาติที่แล้วญาณิดาก็รู้สึกแปลกใจมาก ว่าทำไมมาลีถึงได้ก้าวนำหน้าเธอไปหนึ่งก้าวในทุก ๆ เรื่อง ราวกับว่ารู้ล่วงหน้ามาก่อน
ในขณะที่มาลีทำเรื่องเลวร้ายสารพัด แต่กลับไม่เคยถูกจับได้เลย
ทุกคนต่างคิดว่ามาลีนั้นใสซื่อบริสุทธิ์ แต่เป็นญาณิดาที่ไม่พอใจที่ตัวตนคุณหนูตัวปลอมของตัวเองถูกเปิดโปง เลยคิดแค้นมาลี คอยหาเรื่องเธอแต่กลับต้องมารับเคราะห์เอง
ภายหลังญาณิดาได้รู้ถึงธาตุแท้ของมาลี แต่ก็สายไปเสียแล้ว เธอสู้มาลีไม่ได้
จนกระทั่งญาณิดาต้องเร่ร่อนอยู่ข้างถนน ถูกนักเลงอันธพาลล้อมไว้ที่มุมถนนและลวนลาม ซึ่งเธอก็ขัดขืนสุดชีวิตจนถูกทุบตีเกือบตาย
ตอนนั้นมาลีกลับปรากฏตัวขึ้น แล้วกระซิบข้างแก้มที่อาบเลือดของเธอบอกว่า
มาลีเป็นคนที่มาเกิดใหม่ ชาติที่แล้วญาณิดาเก่งกว่าเธอในทุก ๆ ด้าน ทำให้มาลีที่เป็นคุณหนูตัวจริงกลับต้องอับอายขายหน้า ดังนั้นเมื่อเธอกลับมาเกิดใหม่ จึงต้องมาล้างแค้นญาณิดา แย่งชิงทุกอย่างของเธอไปให้หมด ถึงจะสาแก่ใจ!
'เกิดใหม่เหรอ? บนโลกนี้มีเรื่องแบบนี้อยู่จริง ๆ ด้วยเหรอเนี่ย!'
ตอนนี้ญาณิดาก็เกิดใหม่แล้วเหมือนกัน พวกเธอได้กลับมาอยู่บนจุดเริ่มต้นเดียวกันอีกครั้ง
“พี่คะ พี่ยังไม่ยอมให้อภัยฉันอีกเหรอคะ?”
มาลีปิดตาแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น
มิราก็ช่วยพูดเสริมขึ้นมาว่า “ญาณิดา มาลีคงไม่ได้ตั้งใจ น้องเพิ่งกลับมา คงต้องกลัวมากแน่ ๆ”
ญาณิดากระตุกยิ้มมุมปากอย่างประหลาด “งั้นเหรอคะ?”
ทั้ง ๆ ที่ชยพลกับชุติภาซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมให้มาลีตั้งมากมาย แต่มาลีก็ยังคงใส่เสื้อยืดสีขาวเก่า ๆ ของเธอ ยิ่งพอร้องไห้ก็ยิ่งดูน่าสงสาร ราวกับว่าญาณิดาไปรังแกเธอมาอย่างนั้นแหละ
แต่คนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้คือญาณิดาชัด ๆ!
มิราก็กอดมาลีด้วยความสงสาร “อย่าร้องไห้เลยนะมาลี พี่สาวของลูกใจกว้างที่สุด เขาไม่โทษลูกหรอก”
ในตอนนั้นเอง ชยพลก็ผลักประตูเข้ามา
“ทำไมมาลีถึงร้องไห้ล่ะ?”
“พี่สาวเขา...”
พูดยังไม่ทันจบ ชยพลก็หันไปมองญาณิดาด้วยสีหน้าตำหนิ “น้องเพิ่งกลับบ้านมาเมื่อวานนี้เองนะ มาลีต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลปุริสาย เรื่องที่ลูกตกน้ำมันเป็นอุบัติเหตุ”
มิราก็พูดขึ้นมาว่า “มาลีลำบากอยู่ข้างนอกมามาก เราควรจะชดเชยให้น้องดี ๆ หน่อย”
ญาณิดามองภาพความรักลึกซึ้งของสามพ่อแม่ลูกด้วยสายตาเย็นชา
ในตอนนี้ พ่อแม่ตระกูลปุริสายยังคงมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเธออยู่ อย่างน้อยตอนที่เธอสลบไปพวกเขาก็ยังเป็นห่วงเธอ
แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับความรักความสงสารที่มีต่อลูกสาวแท้ ๆ หากพวกเธอสองคนมีเรื่องกัน พวกเขาก็จะเข้าข้างมาลีอย่างแน่นอน
ก็ใช่สิ คนนั้นเขาเป็นลูกแท้ ๆ ส่วนเธอที่เป็นแค่ลูกตัวปลอมก็เป็นได้แค่คนที่คิดไปเองฝ่ายเดียวเท่านั้น
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการให้อภัย บ้านหลังนี้ไม่มีทางให้ความยุติธรรมกับเธอได้แน่นอน
เรื่องที่มาลีผลักเธอตกน้ำ ก็ถือว่าชดใช้หนี้บุญคุณที่เลี้ยงดูเธอมาตลอดสิบแปดปีนี้แล้วกัน
“ค่ะ” ญาณิดาตอบรับอย่างเย็นชา
ชยพลสั่งต่อว่า “แล้วก็ วันนี้พอกลับบ้านแล้วก็ย้ายไปอยู่ห้องรับแขกนะ ห้องเดิมของลูกทั้งกว้างทั้งสว่าง ให้มาลีอยู่ไปก่อน”
ชุติภาเสริมว่า “ญาณิดา ทนลำบากหน่อยนะลูก ห้องรับแขกก็ไม่ได้แย่อะไร”
ใช่สิ มันก็แค่เล็กกว่าหน่อย แต่พวกท่านลืมไปว่าเธอมีนิสัยติดเตียงของตัวเอง
ชาติที่แล้วตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ เธอยังแอบเสียใจอยู่บ้าง แต่ด้วยความรู้สึกผิดที่มีต่อมาลี ก็เลยยอมรับแต่โดยดี
แต่ตอนนี้เธอชินแล้ว ความลำเอียงที่พ่อแม่ตระกูลปุริสายมีต่อมาลี เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
ในเมื่อไม่ใช่พ่อแม่ของเธอ เธอก็ไม่ต้องการอีกต่อไป
ชาตินี้ เธอจะไปตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเอง ไม่ว่าพวกเขาจะยากจนข้นแค้นแค่ไหนก็ตาม
เธอมองตรงไปยังชยพลกับชุติภา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “คุณพ่อคะ คุณแม่คะ นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่หนูจะเรียกคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ ขอบคุณที่เลี้ยงดูหนูมานานหลายปี ในเมื่อลูกสาวแท้ ๆ กลับมาแล้ว ทุกอย่างก็ควรจะคืนให้เธอ หนูจะขอออกไปเอง บุญคุณที่เลี้ยงดูหนูมา ตอนนี้หนูยังไม่มีปัญญาจะตอบแทน รอให้หนูทำงานหาเงินได้เมื่อไหร่ หนูจะรีบคืนให้คุณพ่อคุณแม่โดยเร็วที่สุดค่ะ”
พอมาลีได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างตกใจ จนลืมปิดดวงตาที่ไม่มีน้ำตาสักหยดของตัวเองไปเลย
'เกิดอะไรขึ้น ทำไมนังสารเลวคนนี้ถึงไม่เหมือนกับชาติที่แล้ว ไม่ใช่ว่ามันควรจะเสียดายสิ่งดี ๆ ของตระกูลปุริสาย แล้วร้องห่มร้องไห้บอกว่าตัดใจจากพ่อกับแม่ไม่ลงหรอกเหรอ?'
ชยพลกับชุติภาก็ตกใจเช่นกัน ชุติภารีบเกลี้ยกล่อมเธอ “ญาณิดา ไม่ใช่นะลูก เราไม่ได้หมายความว่าจะไล่ลูกไปนะ ลูกกับมาลีก็เป็นลูกสาวของพวกเราทั้งคู่”
มาลียิ่งรีบคว้ามือของเธอไว้ “พี่คะ ความผูกพันที่เลี้ยงดูกันมาจะตัดขาดกันง่าย ๆ ได้ยังไงกันคะ? ถ้าพี่ไปตอนที่ฉันเพิ่งกลับมาแบบนี้ คนข้างนอกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็คงคิดว่าฉันเป็นคนใจร้าย คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นคนใจดำ เรามาเป็นพี่น้องกัน แล้วต่อไปก็คอยดูแลคุณพ่อคุณแม่ด้วยกันเถอะนะคะ”
