บทที่ 11 สับสน

 EP11:สับสน

 “ปากยังหมาเหมือนเดิมสินะ! แล้วนี่มึงจะมานั่งเฝ้าทำซากอะไร?”

 แม็กซ์หันไปเลิกคิ้วถามคนที่เดินไปนั่งเก้าอี้แถวๆหน้าต่างของห้อง 

 “ทำไม? นี่ห้องกู ทำไมกูจะอยู่ไม่ได้”

 เอาจริงๆที่เขาอยากอยู่เพราะอยากเห็นว่าหมอจะตรวจอะไรกับเธอบ้าง หรือให้พูดตามความจริงทั้งหมดก็คือเขาแอบรู้สึกหวงร่างบางที่นอนหลับอยู่ เขาไม่อยากให้ใครได้แตะต้องหรือทำอะไรตัวเธอ ถึงแม้หมอคนนั้นจะเป็นเพื่อนสนิทของเขาก็ตาม แต่ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเลี่ยงได้มันก็คงจะสบายใจกว่า หากเขาได้นั่งดูเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นด้วยตัวเอง 

 “เออๆ มึงนี่แม่ง! เงียบๆด้วยละกัน กูต้องการสมาธิ” 

 ว่าเสร็จคุณหมอแม็กซ์ก็จัดการตรวจอาการของคนไข้โดยไม่สนใจเจ้าของห้องที่นั่งทำหน้ายักษ์หน้ามารอยู่ ส่วนคริสเตียนก็ได้แต่นั่งมองอย่างไม่วางตา ตั้งแต่เกิดมานอกจากคารีน่าเขาก็ไม่เคยจะเป็นห่วงใครมากเท่านี้มาก่อนเลยให้ตายเถอะ

 “อาการโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฉันฉีดยาแก้เครียดให้แล้ว ดูเหมือนเธอน่าจะอยู่ในสภาวะเครียดมากกว่าถึงได้คิดทำแบบนั้น”

 คริสเตียนฟังหมอพูดโดยไม่ได้ท้วงติงอะไร เขาก็พอจะเข้าใจสาเหตุทั้งหมดที่เธอกำลังเป็นอยู่ เพราะแบบนี้ไงหัวใจของเขาข้างในลึกๆมันถึงกำลังรู้สึกผิด

 “ขอถามในฐานะเพื่อนนะไอ้คริส มึงไปลักพาตัวผู้หญิงคนนี้มาหรอวะ?”

 คำถามนี้เกิดมาจากความสงสัยล้วนๆ เพราะมันไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรเขาเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่มาถึงนี่ก็มีแต่ลูกน้องมันที่รายงานเขาเพียงว่ามีคนไข้ผู้หญิงจมน้ำให้มารักษา ส่วนเพื่อนของเขาอย่างคริสเตียนน่ะหรอมันจะยอมบอกอะไรคนอื่น คนแบบมันชอบเก็บทุกเรื่องไปคิดคนเดียว เขาจะรู้เรื่องของมันก็ต่อเมื่อมันมีปัญหาให้ช่วยเท่านั้นแหละ 

 ส่วนเรื่องที่เขาถามออกไปมันก็มาจากการสันนิฐานล้วนๆ เนื่องจากที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนจะเครียดสักคนเวลาได้อยู่กับมัน ถ้าให้พูดตามตรงคนอย่างคริสเตียนมีผู้หญิงอยากจะกระโจนเข้าหาอยู่เต็มไปหมด เพราะมันทั้ง หล่อ ทั้งรวย แถมเรื่องบนเตียงของมันเชื่อเถอะว่าสาวๆทุกคนแทบจะยอมสยบ 

 แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่กับผู้หญิงคนนี้

 “อืม”

 “เออดี กูว่าแล้วเชียว มันทะเเม่งๆตั้งแต่มึงพาเข้ามาอยู่ในห้องนอนมึงล่ะ แล้วนี่ยังไง? จริงจัง?”

 แม็กซ์เลิกคิ้วถาม ถ้าวันนี้เขาไม่ได้คำตอบจากมันเขาจะไม่ยอมกลับเด็ดขาด!

 “เปล่า มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยจริงจังกับใคร”

 คำตอบของเขามันเหมือนจะเป็นถ้อยคำเอาไว้ห้ามหัวใจของตัวเองมากกว่า แม็กซ์อมยิ้มให้กับคนใจเเข็ง คำพูดกับแววตาของมันช่างสวนทางกันซะเหลือเกิน 

 “เคครับ ไม่จริงจังแต่จัดหนักเขาซะกูสงสารเลยนะมึง อยากให้กูตรวจตรงนั้นของเธอเพิ่มมั้ย ดูจากสภาพนี้มึงคงโมโหหิวพอตัวเลย”

 ทุกคนที่ได้เห็นรอยจ้ำๆ ช้ำๆ บนตัวของมารีน่าต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าเขาควรจะเบามือกับเธอบ้าง เห็นดังนั้นในฐานะหมอ แม็กซ์ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ไม่รู้ว่าตรงนั้นของเธอจะบอบช้ำแค่ไหน 

 “ไม่ต้อง เรื่องนั้นเดี๋ยวกูจัดการเอง”

 ใครจะยอมให้เพื่อนตัวเองได้เห็นของสงวนของผู้หญิงของเขากันล่ะ หากเป็นผู้หญิงคนอื่นก็คงจะได้แหละ แต่กลับมารีน่าเขายอมไม่ได้จริงๆ ยิ่งได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนแรกที่ได้เห็น คริสเตียนก็อยากจะเป็นเพียงคนแรกและคนเดียวที่ได้เห็นร่างกายของเธอทุกซอกทุกมุม

 “ฮึ! หวงซะด้วย งั้นกูจะจ่ายยาแก้อักเสบ ยาแก้คลายเครียด แล่วก็ยาแก้ปวดหัว เผื่อเธอไม่สบาย”

 “ขอบใจ”

 “กูขอให้มึงออมมือหน่อยนะ จิตใจเธอย่ำแย่พอแรงแล้ว อย่าทำให้ร่างกายเธอบอบช้ำไปมากกว่านี้เลยว่ะ อันนี้พูดในฐานะหมอ”

 แม็กซ์กล่าวก่อนจะเก็บอุปกรณ์ใส่กระเป๋าตามเดิมและเขาไม่ลืมที่จะจ่ายยาให้ผู้หญิงของเพื่อนด้วย 

 “อืม เสร็จแล้วใช่มั้ย”

 เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักเก็บของเสร็จแล้ว 

 “หมดประโยชน์แล้วก็ไล่กูเลยสินะ”

 แม็กซ์พูดออกมาอย่างไม่จริงจังนัก เขาอยากจะกวนประสาทมันต่างหาก 

 “เออ เชิญ เดี๋ยวให้ลูกน้องไปส่ง”

 เมื่อร่ำลากันเสร็จแล้วคริสเตียนก็หันมามองหน้าคนที่นอนหลับอยู่ไม่รู้เรื่องราวด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตัวเขาเองก็นังอธิบายไม่ได้เช่นกัน เขารู้เพียงว่าเขาถูกใจในความหยิ่งผยองของมารีน่า เธอทำให้เขารู้สึกท้าทายและตื่นเต้นในขณะที่การแก้แค้นของเขาเริ่มขึ้น และเขาเองก็สะใจที่สามารถปั่นหัวชาร์ลได้สำเร็จ 

 “ฉันหยุดไม่ได้จริงๆ ฉันเกลียดมันมากกว่าจะมานั่งเห็นใจเธอ”

 คนใจร้ายเอ่ยขึ้นมาคล้ายละเมอ เขาต้องสูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียวก็เพราะมัน ต่อให้เขาจะกลายเป็นปีศาตหรือซาตานในชีวิตของมารีน่า เขาก็ต้องทำ ทำเพื่อให้คสามเเค้นในใจมันทุเลาลงไปได้บ้าง 

 เวลาต่อมา 

 “จัดการตามที่ฉันสั่งหรือยัง”

 คริสเตียนเอ่ยถามชาลีในขณะที่เขากระดกแก้วเหล้าสีอำพันเข้าปากรวดเดียวจนหมด ชายหนุ่มไม่สนใจด้วยซ้ำว่าการกระทำนั้นจะทำให้เขาเมาหรือเปล่า ข้างหน้าของคริสเตียนตอนนี้คือสระน้ำขนาดใหญ่ที่มองออกไปจะเห็นวิวทะเลภูเขาแบบสวยเกินจะบรรยายสุดๆ แต่ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวของเขาความสวยนั้นมันก็ยังไม่สามารถบรรเทาความรู้สึกผิดที่มีต่อมารีน่าออกไปได้ เขาเลยจะหวังพึ่งเหล้าขวดนี้ เพราะหากเขาเมาเขาจะได้ไม่ต้องมานั่งรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่ตัวเองไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น 

 “ครับนาย ผมส่งภาพตอนนายหญิงเดินลงทะเลไปให้ไอ้ชาร์ลแล้วครับ ผมคิดว่าอีกไม่นานมันคงจะหาวิธีช่วยคุณมารีน่าอีกครั้งแน่”

 เขาเป็นคนสั่งให้ลูกน้องทำอย่างนั้นก็เพื่ออยากจะให้ชาร์ลเสียใจและโมโหเหมือนกับตอนที่เขารู้ว่าน้องสาวของเขาส่งจดหมายลาตายมาให้เขา! เขาอยากให้มันรับรู้ว่าการมีชีวิตอยู่โดยที่ช่วยอะไรคนที่เรารักไม่ได้เลย มันรู้สึกยังไง! 

 “อืม ปล่อยมัน คนอย่างมันจะมีปัญญาทำอะไรได้”

 เขาว่าพร้อมเทเหล้าราคาแพงใส่แก้วเอาไว้ หวังจะดื่มมันอีกในไม่กี่นาทีข้างหน้า และสิ่วที่เขาพูดมันคือความจริงงทั้งหมด หากเขาไม่ยอมปล่อยมารีน่า มันก็ไม่มีสิทธิ์มารับเธอคืนไป!

 “ครับนาย เอ่อ ตอนนี้นายหญิงตื่นแล้วนะครับ ป้าเซียร่ากำลังเอาอาหารไปให้เธอทาน”

 ดวงอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้าลงเรื่อยๆ สายตาของคริสเตียนมองทอดออกไปยังท้องสภาสีส้มสวย แต่หูของเขาฟังลูกน้องก่อนจะพยักหน้ารับรู้ แปลกมั้ยเมื่อเขาได้มองสิ่งสวยๆ ใบหน้าของมารีน่าก็จะแวบเข้ามาในสมองทุกครั้ง ถึงแม้เขาจะรู้สึกดีใจที่เธอสามารถใช้ชีวิตบนโลกนี้ได้อีกครั้ง แต่ความรู้สึกผิดที่มีต่อน้องสาวก็ต้องเข้ามาแทนที่

 หากเขาได้ช่วยคารีน่าเหมือนที่ช่วยมารีน่าได้วันนี้มันก็คงจะดีไม่น้อยเลย และเธอ….เขาอาจจะไม่ต้องลักพาตัวเธอมาอย่างนี้ ถ้าน้องสาวของเขายังมีชีวิตอยู่ 

 “พี่ทำถูกต้องแล้วใช่มั้ยเคท”

 21.00 น.

 กลิ่นเหล้าโชยหึ่งลอยมาแตะจมูกของคนที่กำลังนอนหลับอยู่เพราะมันเหม็นมากจริงๆจนมารีน่าทานไม่ไหว คราวแรกที่เธอตื่นขึ้นมาป้าเซียร่าก็ยกข้าวต้มหมูร้อนๆมาให้เธอถึงที่ ถึงจะทำมันเป็นครั้งแรก แต่รสชาติของมันก็อร่อยมากจริงๆจนมารีน่าทานหมดชาม 

 ตอนตื่นขึ้นมามารีน่ายอมรับเลยว่าเธอเองก็คิดอะไรได้มากมายหลายอย่าง เธอไม่ได้อยากตาย เธอคิดถึงพ่อแม่ และอยากกลับไปเจอพี่ชายทั้งสามคนอีกครั้ง เมื่อได้รับยาคลายเครียดจากหมอเธอถึงได้รู้สึกผิดกับตัวเอง และการได้พูดคุยกับป้าเซียร่าก็ทำให้มารีน่ารู้สึกดีขึ้นมาได้มากโข เธอตัดสินใจแล้วว่าต่อจากนี้ไปเธอจะเข้มแข็ง รอวันออกไปจากเกาะนี้ เธอจะเลิกต่อต้านเขา! และหวังเอาไว้ว่าหากเธอยอมทำตามคำสั่งที่เขาบอก เขาจะใจดีและรีบปล่อยเธอให้กลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้เร็วๆ 

 “อื้อ”

 ยังไม่ทันที่มารีน่าจะลืมตาตื่นได้ดี คริสเตียนก็ก้มลงมาบดขยี้จูบอย่างเอาแต่ใจ ตอนแรกเขาเองก็ไม่ได้กะจะให้ตัวเองเมาขนาดนี้ แต่เนื่องจากความสับสนที่มีมากเกินไปทำให้เขาตีกับตัวเองจนกนะดกเหล้าหมดขวด 

 “เฮ่อ คุณเมาหรอ?”

 เขาจูบเธอราวๆหนึ่งนาทีก่อนจะผละริมฝีปากออกไป ตอนนี้ภายในห้องมีเพียงแค่แสงไฟจากโคมไฟส่องสว่างอยู่เท่านั้น พอทานข้าวเสร็จมารีน่าก็อาบน้ำนอนเลย เธอน่าจะเพลียเพราะฤทธิ์ยา 

 “เปล่า เธอหายเจ็บหรือยัง?”

 เขานั่งมองเธออยู่ตรงกลางเตียง แต่คำถามของเขากลับทำให้เธองง เขาหมายถึงอะไร? ตรงนั้นหรือตรงนี้

 “ตรงไหนคะ?”

 “ตรงนี้! ฉันถามว่าหายเจ็บหรือยัง”

 เขาใช้นิ้วจิ้มไปที่ตรงกลางกายสาวเบาๆเพื่อจะสื่อถึงมัน เนื่องจากวันนี้มีคนเตือนเรื่องความรุนแรงกับเขาถึงสองคน คริสเตียนจึงอยากจะถามเจ้าตัวให้แน่ใจก่อน เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเขารุนแรงกับเธอมากจนเกินไปอีกครั้ง แล้วทำไมเขาจะต้องไปสนใจคำพูดของคนอื่น เขาอยากได้เธอ ก็แค่เอาไปให้มันจบๆ สมองอีกส่วนมันสั่งมาแบบนี้ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะถาม 

 “เอ่อ ยะยังค่ะ ฉันยังไม่หายเจ็บ”

 ถ้าเธอตอบว่าหายแล้วเขาก็จะทำเรื่องแบบนั้นกับเธออีกน่ะสิ ใครจะโง่ตอบล่ะ 

 “แน่ใจหรอ….ฉันขอตรวจเองดีกว่า”

 “คุณคริส!”

 มารีน่าอุทานอย่างตกใจเมื่อผ้าห่มบนร่างเธอถูกเขาเหวี่ยงออกไปจนมันไปกองอยู่บนพื้น 

 “เกะกะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป