บทที่ 11 Chapter 10

ตลอดเวลาภวินนั่งคุยกับเพื่อนแต่สายตามองหญิงสาวตลอดและคอยเอาอกเอาใจสารพัดจนเพื่อนๆมองอย่างเหลือเชื่อไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะกลายเป็นแมวเชื่องๆกับผู้หญิงเพียงคนเดียว

“หนูหนาวค่ะ”

“ใส่เสื้อพี่มั้ยเดี๋ยวถอดให้”

เขาถอดชุดคลุมข้างนอกออกแล้วเอามาสวมให้หญิงสาวจะได้ไม่บ่นหนาว เธอกอดเสื้อของชายหนุ่มเพื่อหาไออุ่นก่อนจะกอดเอวเขาไว้หลวมๆ ทุกอย่างอยู่ในสายตาของเพื่อนสนิทซึ่งมีแต่คำถามเต็มไปหมดแต่ยังไม่มีใครกล้าถามเพราะว่าเกรงใจหญิงสาวข้างกาย

“ไปห้องน้ำดีกว่า เพียวเร่ไปห้องน้ำกัน”

“อืม ไปสิ”

สองสาวจับมือกันเดินออกไปห้องน้ำ คล้อยหลังทั้งสองคนออกไปเพื่อนของภวินก็เอ่ยถามด้วยความใคร่รู้

“เล่ามาเดี๋ยวนี้แกใช้วิธีอะไรถึงได้เอาชนะใจหนูเล็กได้”

“นั่นดิฉันจีบตั้งนานยังไม่ได้เลย”

ภวินยกเหล้าขึ้นดื่มก่อนจะวางแก้วลงแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่ทำหน้าทำตาอยากรู้จนตัวสั่น เขาหลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ก็ใช้เล่ห์กลนิดหน่อยบอกไม่ได้นะ”

“เหยด! ใช้ได้วะแกเนี่ย”

“เออ… มันประกาศวันนั้นว่าจะทำให้น้องหนูเล็กเป็นของมันให้ได้ ใครจะคิดว่ามันทำได้จริงล่ะ”

ทุกคนยิ้มออกมาก่อนจะยกนิ้วให้ชายหนุ่ม เผลอๆถ้าพวกมันรู้ว่าเขาใช้วิธีไหนได้หนูเล็กมาคงไม่พ้นโดนด่าว่าเลวทรามต่ำช้าแน่นอน

“ไม่ต้องชมๆ”

เขายิ้มออกมาอย่างภูมิใจก่อนจะชวนเพื่อนดื่มต่อโดยใช้เวลาไม่นานหนูเล็กและเพียวเร่ก็เข้ามาในห้องนั่งคุยกับคนอื่นๆต่อ เธอรู้สึกเริ่มร้อนก็เลยถอดเสื้อคลุมออกและเพียวเร่เพิ่งสังเกตนาฬิกาที่เพื่อนใส่ มันเป็นแบรนด์ดังตัวหายากและสีพิเศษอีกด้วย

“นาฬิกาที่เราดูด้วยกันใช่มั้ย ไหนแกบอกว่าแพงไปไงทำไมถึงซื้อ อร๊ายยย สวยมาก”

เพียวเร่ดึงข้อมือเพื่อนมาดูด้วยความอิจฉา เธอเหลือบสายตามองภวินเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ไม่ได้ซื้อเองนี่คุณภวินเค้าซื้อให้ต่างหาก”

“ห๊ะ! พี่ภวินเนี่ยนะ”

“อื้ม นาฬิกาเรือนนี้แล้วก็ไม่ใช่แค่นั้นนะยังมีรถอีกด้วยถอยมาได้ไม่นานเองใช่มั้ยคะ”

ภวินที่กำลังดื่มน้ำถึงกับสำลักเมื่ออยู่ๆหญิงสาวก็มาอวดคนอื่นๆ

“แค่กๆ”

“โหยยยยย ป๋าภวินสายเปย์วะ”

“เกิดมาเพิ่งเคยเห็นมันเปย์สาวหนักมากขนาดนี้ นาฬิกาเรือนนั้นไม่ต่ำกว่าสิบล้านสุดมาก”

“นับถือครับอาจารย์”

ทุกคนมองเขาอย่างทึ่งสุดๆ ภวินถึงกับทำหน้าไม่ถูกรู้สึกว่าถูกเพื่อนแซวหนักมาก เขากุมขมับเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังโม้สนุกอยู่กับเพื่อน

“อิจฉามากแกนี่โชคดีสุดๆ”

หลังจากที่ใช้เวลาอยู่ที่ร้านนานพอสมควรทั้งสองคนก็พากันเดินทางกลับมาที่บ้าน หญิงสาวอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนโดยที่ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังไดร์ผมให้เธออยู่

“ผมแห้งช้ามากเลย”

“ก็มันยาวนี่คะเลยแห้งช้า ว่าแต่ตั้งแต่หนูมาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยเจอครอบครัวของคุณเลยค่ะ”

“หมายถึงพ่อกับแม่พี่เหรอ”

เขาเอ่ยถามก่อนจะหวีผมให้เธอแผ่วเบา หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยเธอไม่เคยเห็นพ่อกับแม่เขามาหาที่นี่เลยเห็นบอกว่าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ก็เลยคิดว่ามีอะไรกันรึเปล่า

“ค่ะ ไม่เห็นพี่ไปหาเลย”

“ว่าจะไปพรุ่งนี้แหละ ไปด้วยกันมั้ยล่ะ”

เขาเอ่ยชวนหญิงสาวให้ไปเจอคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยกัน พวกท่านใจดีจะตายและถ้าเจอหนูเล็กน่าจะชอบได้ไม่ยากด้วยบุคลิกลักษณะนิสัยแบบนี้คุณแม่ของเขาชอบมาก

“จะดีเหรอคะ…”

“ไม่เห็นเป็นไรนี่ไปด้วยกันสิ พ่อกับแม่พี่ใจดีนะ”

“งั้นเหรอคะ… งั้นไปค่ะ”

“อืม พรุ่งนี้เช้าเลยนะไปอยู่กับท่านนานๆหน่อยโทรมาบ่นเหงาแล้ว แต่งตัวสวยๆนะแม่พี่ชอบคนสวย”

เขายิ้มออกมาก่อนจะเก็บของไว้ในลิ้นชักจากนั้นก็อุ้มหญิงสาวไปนอนลงบนเตียงนอน วันนี้เหนื่อยมากเพราะออกไปเที่ยวด้วยกันนานหลายชั่วโมง คงต้องพักผ่อนก่อนแล้วพรุ่งนี้เช้าจะได้ตื่นมาไปเยี่ยมที่บ้านของเขา

เช้าวันต่อมา….

หนูเล็กในชุดเดรสบาร์บี้น่ารักสมวัยเดินเคียงข้างชายหนุ่มไปพร้อมกับของฝากคุณพ่อคุณแม่ของภวิน เธอตื่นเต้นมากที่จะได้เจอครอบครัวของเขาและลุ้นมากว่าพวกท่านจะชอบเธอมั้ย และเมื่อมาถึงเธอก็ยกมือไหว้ทักทายทุกคนที่เจอรวมถึงแม่บ้านทั้งหลายซึ่งเธอไหว้หมด

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะแฟนคุณภวินเหรอคะน่ารักเชียวนะคะ”

“ครับป้า แล้วนี่พ่อกับแม่ไปไหนหมด ผมโทรบอกแล้วนะว่าจะมาหา”

เขามองหาคุณพ่อกับคุณแม่แต่เหมือนจะได้ยินเสียงคุยกันมาจากในห้องรับแขกก็เลยคิดว่าคงจะอยู่ที่นั่นแหละ

“ในห้องรับแขกค่ะคุณภวิน เชิญเลยค่ะเดี๋ยวป้าเอาของว่างไปให้”

เขาพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะควงแขนหญิงคนรักพากันเดินเข้าไปในห้องรับแขกและเมื่อมาถึงหนูเล็กก็มองทุกคนก่อนจะยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“สวัสดีครับพ่อ แม่”

“เจ้าภวินหายหน้าหายตาเลยนะแล้วนี่พาใครมาด้วยล่ะน่ารักเชียว”

“สวัสดีค่ะ หนูเล็กค่ะ”

“สวัสดีจ้ะหนูเล็กน่ารักน่าชังเชียวมานี่สิมานั่งตรงนี้กับแม่”

ท่านผายมือเชิญให้เธอไปนั่งใกล้ๆ หนูเล็กเหลือบสายตามองชายหนุ่มอย่างขอความเห็นเขาพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงโอเค เธอยิ้มให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนก่อนจะขยับเข้าไปนั่งลงใกล้ๆ

“เป็นอะไรกับลูกชายแม่เหรอ…”

“เอ่อ คือว่า…”

เธออ้ำอึ้งไม่กล้าตอบอะไรเพราะตอนนี้เขาก็ไม่ได้ให้สถานะอะไรกับเธอด้วยซ้ำ อยู่ด้วยกันแบบนี้แบบไร้สถานะเธอจึงไม่กล้าบอกใครต่อใครว่าเราสองคนอยู่ด้วยกันแบบไหน หญิงสาวเหลือบสายตามองชายหนุ่มแต่เขาก็ไม่ตอบอะไรแทนเธอ

“เป็นเพื่อนกันค่ะ”

“งั้นเหรอ…”

คุณแม่หันไปมองลูกชายอย่างขอคำตอบ เธอมั่นใจว่าไม่ใช่แค่เพื่อนแน่นอนเพราะสายตาที่ลูกชายมองมันไม่ใช่แค่เพื่อนแน่ คุณแม่หันไปมองหญิงสาวก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

“หนูกินอะไรมาหรือยังจ๊ะ”

“ยังเลยค่ะหิ้วหิว”

คุณแม่ยิ้มออกมาอย่างชอบใจก่อนจะลุกขึ้นพาหญิงสาวไปกินข้าวเช้าในห้องอาหาร คุณพ่อและลูกชายตัวดีเดินตามมาติดๆทั้งสี่คนรับประทานอาหารร่วมกันทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยหนูเล็กก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำส่วนคนอื่นๆเดินทางมานั่งเล่นที่ห้องรับแขกตามเดิม

“ตกลงมันยังไงเด็กคนนี้เป็นใครไม่ใช่เพื่อนแน่นอน”

“เพื่อนอะไรจะเด็กขนาดนั้นครับแม่ ก็คบกันนั่นแหละว่าแต่แม่ชอบมั้ยครับ”

“น่ารักดีคุยด้วยแล้วสบายใจ แม่ชอบคนนี้นะดีกว่าคนที่ไปเรียนต่างประเทศเป็นไหนๆ ว่าแต่แกเลิกกับแม่คนนั้นแล้วใช่มั้ยแม่ไม่โอเคเลยนะไม่ชอบมาก”

คุณแม่เอ่ยออกมาอย่างอารมณ์เสียเมื่อนึกไปถึงแฟนคนก่อนของลูกชาย นิสัยแย่มากไม่ได้เรื่องมาที่นี่แต่เจ้ากี้เจ้าการทุกอย่างจนเธอรำคาญ

“ยังไม่ได้เลิกเลยครับแม่”

“อะไรนะ! นี่แกยังคบอีกเหรอแล้วหนูเล็กล่ะถ้ารู้จะทำยังไง แกนี่นะเดี๋ยวเสียคนดีๆไปก็เป็นเรื่องหรอก”

คุณแม่บ่นออกมาทันที คนนี้ดีกว่าคนก่อนเป็นไหนๆถ้าไม่เลือกก็โง่เต็มทีแล้ว

“ใจเย็นสิครับแม่ ผมจับได้นานแล้วว่าเธอคบนายแบบอยู่ที่นู้นแต่ยังไม่มีโอกาสได้คุยเลย ยังไงก็เลิกแน่นอนครับมาถึงขนาดนี้แล้ว อีกอย่างผมรักหนูเล็กคนเดียวครับแม่ไม่ต้องห่วง”

“ก็รีบเคลียร์เดี๋ยวมีปัญหาตามมาจะยุ่งเอา”

“ครับแม่… ไม่ต้องห่วงนะผมจัดการได้แน่นอน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป