บทที่ 8 Chapter 7

สองพ่อลูกคุยกันเข้าใจดีก็เดินออกมาพร้อมกันข้างนอกที่มีภวินยืนอยู่ เขาอยากจะตะโกนใส่หน้าคนที่ทำลูกสาวมากแต่ติดที่ว่าเธอขอไว้และเขาคิดว่าถ้าวันหนึ่งทั้งสองคนเกิดตกลงปลงใจแต่งงานกันขึ้นมาจริงๆจะได้ไม่ผิดใจกันแต่แรก และเขาภาวนาขอให้สิ่งที่หนูเล็กพูดมันคือเรื่องจริง

“ผมฝากลูกสาวด้วยนะครับคุณภวิน”

เขารู้สึกแปลกใจในคำพูดแต่ก็ไม่เอะใจอะไรทั้งนั้น ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยกมือไหว้บอกลาผู้ใหญ่

“งั้นผมไปก่อนนะครับสวัสดีครับ”

“โชคดีครับไว้เจอกัน”

เขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะพาหนูเล็กไปทานของอร่อยตามที่คุยกันไว้ และเมื่อขึ้นมาที่รถเขาก็ถามหญิงสาวว่าอยากจะกินอะไรมั้ย

“อยากกินอะไรมั้ยวันนี้ฉันจะตามใจเธอนะ”

“กินอะไรก็ได้ค่ะหนูกินง่าย”

เธอไม่เซ้าซี้เรื่องมากอะไรเขาจะให้ไปนั่งกินอาหารตามสั่งเธอก็กินได้ ชายหนุ่มเงียบไปสักพักก่อนจะคิดว่าไหนๆก็ไปที่ห้างงั้นไปหาอะไรกินที่นั่นแทนเลยแล้วกัน

“งั้นก็ไปหาอะไรกินที่ห้างแล้วกัน จะกินก่อนหรือซื้อของก่อน”

“ซื้อของก่อนก็ได้ค่ะ”

“อืมตามนั้น”

เขาตอบรับไม่ว่าอะไรนั่งเอานิ้วหมุนผมหญิงสาวเล่นโดยที่เธอไม่ว่าอะไรปล่อยให้เขาทำไป ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงที่ห้างสรรพสินค้า

“ผมจะเอารถไปจอดก่อน คุณภวินกับคุณหนูเล็กเข้าไปก่อนเลยครับเดี๋ยวผมตามไปทีหลัง”

“เจอกันที่ร้านนะฉันจะพาหนูเล็กไปซื้อของก่อน”

“ได้ครับ”

ภวินเดินลงจากรถกุมมือหญิงสาวพากันเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าโซนเสื้อผ้า เธอเลือกซื้อแต่ชุดที่ชอบเท่านั้นแต่ไม่ซื้อเยอะเพราะไม่จำเป็นต้องมีมากมายอะไร

“ทำไมเอาน้อยจัง”

“พอแล้วค่ะสามสี่ชุดก็พอ”

“เอาไปสักสิบชุดก็ได้ ชุดนอนไปด้วย รองเท้าอีกหลายอย่างเลยนะเลือกเลยเดี๋ยวจะพาไปซื้อพวกเครื่องสำอางด้วย”

หนูเล็กหันไปมองชุดตรงหน้าก่อนจะตัดสินใจเลือกที่เป็นคอลเลคชั่นใหม่ทั้งหมดเพราะเลือกไม่ได้มันเยอะเกินไป อีกอย่างเขาเป็นคนอยากซื้อให้เองนั่นเท่ากับว่าเธอจะไม่ต้องรู้สึกผิด

“งั้นเอาคอลเลคชั่นใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ”

“ได้ค่ะงั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ”

เธอควงแขนชายหนุ่มให้ไปชำระเงินให้จากนั้นก็หิ้วถุงหลายอย่างออกมาจากร้านจากนั้นก็ไปเลือกชุดนอน รองเท้า เครื่องสำอางรวมๆคือเขาหมดเงินไปเยอะมาก แต่เหมือนจะไม่สะทกสะท้านใดๆคงรวยมากเลยสินะน่าอิจฉาชะมัด

“พอแล้วมั่งคะคุณหมดไปเยอะแล้วนะ”

“เอาไปเถอะเงินแค่นี้เองฉันหาได้สบายมาก”

“งั้นเหรอคะ..”

เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนจะคิดไอเดียอะไรดีๆออก รวยนักใช่มั้ยเธอก็จะจัดการให้สาสมเลยแล้วกัน เพราะแค่นี้คงไม่ทำให้เขาขนหน้าแข้งร่วงหรอก

“ขอดูนาฬิกาแป๊บหนึ่งนะคะ”

เธอเดินเข้าไปในร้านนาฬิกาหยิบตัวคอลเลคชั่นใหม่มาดู เป็นรุ่นใหม่ที่หายากและเป็นสีพิเศษด้วย ราคาไม่ต้องถามถึงนะ…

“สวยจัง”

“ชอบนาฬิกาด้วยเหรอ”

ภวินเอาคางมาเกยไว้ตรงไหล่ของหญิงสาวมองในมือเล็กที่ตอนนี้กำลังถือนาฬิการุ่นใหม่สีหายากซึ่งราคาบอกเลยว่าไม่ธรรมดา

“ค่ะ หนูสะสมนาฬิกาแต่ว่าซื้อราคาหลักหมื่นหลักแสนเท่านั้นค่ะมันแพงเกินไป ขอบคุณนะคะที่ให้ดูสวยมากเลยค่ะ”

เธอส่งคืนพนักงานก่อนจะหันมายิ้มให้ชายหนุ่ม พนักงานรับนาฬิกาคืนไปก่อนจะแนะนำสินค้า

“เพิ่งมาวันนี้เองนะคะสีหายาก ที่ไทยเพิ่งมาสิบกว่าเรือนเองค่ะไม่มีให้จองด้วยถึงหน้าร้านวางขายตอนนั้นเลย นี่ขายไปเกือบหมดแล้วค่ะน่าจะไม่มีมาแล้ว”

เธอหันไปมองอย่างเสียดายแต่ราคาสิบสองล้านเธอไม่มีเงินซื้อหรอก ก็แค่อยากดูเป็นบุญตาก็เท่านั้นอย่างน้อยก็เคยได้เห็นของจริงแค่นี้ก็ดีแล้ว

“ไม่ซื้อหรอกค่ะราคาสูงเกินไป ไปกันเถอะค่ะคุณภวิน”

“อยากได้ก็เอาสิเดี๋ยวซื้อให้”

ภวินเสนอซื้อนาฬิกาให้หญิงสาว บอกเลยว่าราคาแพงกว่าที่เขาใส่เกือบสี่เท่า นาฬิกาอะไรก็ไม่รู้แพงมากแต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะชอบและน่าจะอยากได้จริงๆ หนูเล็กหันไปมองชายหนุ่มอย่างตกใจตอนแรกเธอว่าจะกินของแพงๆให้เขาจ่ายเงินเยอะๆไม่ได้ตั้งใจจะให้ซื้อนาฬิการาคาสิบกว่าล้านให้หรอก มันแพงมากเลยนะสำหรับเธอแต่สำหรับเขาไม่รู้

“ไม่เป็นไรค่ะไม่ได้อยากได้ขนาดนั้น”

“ตาเป็นประกายเชียวแน่ใจเหรอว่าไม่อยากได้นะ รู้มั้ยว่าเรือนนี้แพงกว่าที่ฉันใส่สี่เท่า ทำมาจากแร่หายากหรือไงแพงขนาดนั้น”

เขาบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะยื่นบัตรไปให้พนักงานชำระเงิน หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาทันทีก่อนจะกอดแขนเขาอย่างออดอ้อน

“ให้หนูจริงเหรอคะ”

“อืม… รักษาดีๆละอย่าให้รู้ว่าเอาไปขายนะจะตีให้ก้นลายเลย”

“ไม่ขายหรอกค่ะขอบคุณนะคะ”

เธอซบใบหน้าถูไถไหล่ของชายหนุ่มก่อนจะมองนาฬิกาตรงหน้าตาเป็นประกาย นี่แค่อยากเอาชนะเธอนะแต่ตามใจขนาดนี้ ถึงเธอจะไม่เจนจัดในเรื่องความรักแต่พอมองออกว่าเขารู้สึกยังไง ปากเสียใส่เธอแต่การกระทำสวนทางมาก

“นาฬิกาอะไรไม่รู้ซื้อบ้านได้เป็นหลัง เฮ้อ!”

เขาบ่นๆไม่หยุดแต่ก็ยอมซื้อให้ทั้งที่เธอไม่ได้ขอ ใช้เวลาเช็คของไม่นานทั้งสองคนก็ได้ของและเดินออกมาจากร้านนาฬิกาแบรนด์ดังระดับโลก หนูเล็กเดินเคียงข้างไปกับชายหนุ่มหาร้านอร่อยทานข้าวกันและเธออารมณ์ดีมากเป็นพิเศษเพราะได้ของชอบมาสะสมอีกชิ้นซึ่งราคาสามารถซื้อบ้านได้เป็นหลัง

“หนูเล็กจะกินอะไร”

เธอเอาแต่สำรวจนาฬิกาของตัวเองไม่ได้สนใจในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังพูดอยู่ เขาเหลือบสายตามองหญิงสาวเพราะมีแต่ความเงียบในนั้น

“หนูเล็ก…”

“อะไรคะ”

เธอหมุนนาฬิกาไปมาพร้อมรอยยิ้มหวานที่เธอไม่เคยยิ้มให้เขามาก่อนตั้งแต่เจอกัน ภวินเริ่มหงุดหงิดที่เธอไม่สนใจเขาเลยเอาแต่วุ่นวายกับนาฬิกาเรือนนั้น

“ถ้าไม่วางแล้วมาคุยกันฉันจะเอาไปขายตอนนี้เลย”

เธอรีบเก็บนาฬิกาใส่กล่องทันทีก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างชายหนุ่มแล้วหยิบเมนูมานั่งดู

“กินอะไรดีคะ”

“เหอะ! เธอสนใจนาฬิกามากกว่าฉันเหรอ”

เขามองหน้าเธออย่างหาเรื่อง หนูเล็กรีบแก้ตัวทันทีเพราะไม่อย่างนั้นเธอจะถูกยึดของแล้วมันจะทำให้เธอเศร้าไปหลายวันแน่นอน

“มันมีอะไรที่หน้าสนใจมากกว่าคุณเหรอคะ”

“พูดได้ดีนี่ หึ!”

“คุณพูดกับหนูเพราะๆหน่อยสิคะ แบบว่าเรียกแทนตัวเองว่าพี่อ่ะ พี่กับหนู”

ชายหนุ่มอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าจะถูกเธอพูดอะไรแบบนี้อีกและก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอขอนะแต่ว่าเขารู้สึกแปลกๆที่ต้องเรียกแทนตัวเองแบบนั้นก็เลยยังไม่ทำตามที่ขอ

“ไร้สาระ”

“ใจร้ายจัง”

เธอทำหน้าเศร้าก่อนจะปล่อยแขนเขาแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง ภวินเห็นแบบนั้นก็รู้สึกไม่ดีที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ก็เลยต้องยอมอย่างจำใจ

“เออๆพี่ก็พี่ เลือกได้ละหิวจะตายอยู่แล้ว”

“งั้นหนูเลือกให้นะคะ”

เธอยิ้มออกมาก่อนจะหยิบเมนูไปสั่งอาหารที่ชายหนุ่มชอบกิน จากนั้นไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟตรงหน้า ทั้งสองคนทานข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยใช้เวลาร่วมกันเกือบชั่วโมงก่อนจะพักทานของว่าง

“เอาอะไรอีกมั้ยหรือจะกลับเลย”

“คุณไปส่งหนูที่บ้านหน่อยนะคะ พอดีว่ารถเข้าศูนย์ไม่รู้จะได้ตอนไหนเวลาไปทำงานต้องไปกับพ่อค่ะ”

“ฉันบอกว่าไปนอนที่บ้านไง เดี๋ยวไปส่งที่ทำงานเองแหละ”

“บอกว่าให้แทนตัวเองว่าพี่ไง ชิ! อีกอย่างที่ทำงานคุณกับหนูคนละทางเลยไปส่งไปรับก็เสียเวลาค่ะ ให้หนูอยู่ที่บ้านดีแล้วถ้ารถซ่อมเสร็จเมื่อไหร่จะมาอยู่ด้วยแล้วกันค่ะ”

เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะตักไอศกรีมกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย ชายหนุ่มทำหน้าคิดหนักไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงดีกับเรื่องนี้

“งั้นเอารถฉะ… หมายถึงรถที่บ้านพี่ไปไง”

“ไม่เอาค่ะเกิดเอาไปชนจะทำยังไง”

“รถมีประกัน”

เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เอาจริงตอนแรกเขาข่มขู่เธอสารพัดและดูเหมือนว่าจะกลัวมากเลยนะแต่ทำไมตอนนี้อย่างกับคนละคน แทนที่จะกลัวเขาแต่กลับมาเถียงฉอดๆ

“หนูขับไม่ได้หรอกค่ะถ้าไม่ใช่รถตัวเอง”

“ซื้อรถใหม่ให้มั้ยจะได้จบๆ”

เขาเอ่ยออกมาอย่างจนปัญญาจะทะเลาะต่อ หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มตาใส่แป๋วก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน

“จะดีเหรอคะ… วันนี้คุณใช้เงินซื้อของให้หนูเยอะมากเลยนะ”

“เออซื้อเลยให้มันจบๆ เดี๋ยวพาไปโชว์รูมรถเลย ไม่มีข้ออ้างแล้วใช่มั้ย”

เขามองเธออย่างต้องการคำตอบ หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะกอดแขนชายหนุ่มแล้วซบใบหน้าลงกับไหล่กว้าง

“ค่ะ หนูนอนบ้านคุณก็ได้”

หนูเล็กยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีในหัวก็คิดว่าควรจะซื้อรถรุ่นไหนดีถึงจะทำให้เขาเข็ดหลาบกับการทำตัวเป็นสายเปย์ให้เธอทุกอย่างแบบนี้ แต่ดูท่าทางคงรวยระดับหมื่นล้านเงินแค่นี้คงไม่สะทกสะท้านหรอก

“ก็แค่เนี่ยเรื่องมากจริงๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป