บทที่ 1 อดีต
"คุณพิมพ์ครับ... เอกสารตรวจสอบทรัพย์สิน และการโอนย้ายบอร์ดบริหารชุดเดิมเรียบร้อยแล้วครับ เหลือแค่รอประธานคนใหม่ของวี กรุ๊ปมาเซ็นอนุมัติขั้นสุดท้ายเท่านั้นครับ" เสียงของทนายความเอ่ยขึ้น
พิมพ์ชนกทำเพียงพยักหน้ารับ หัวใจของเธอเหมือนกำลังถูกบีบ เงินทุนก้อนสุดท้ายจาก วี กรุ๊ป จะช่วยประทังชีวิตพนักงานกว่าร้อยชีวิตให้มีงานทำต่อไป แต่นั่นหมายความว่าเธอกำลังจะสูญเสียทุกอย่างที่พ่อของเธอสร้างมา
"เขา... กำลังมาใช่ไหมคะ" พิมพ์ชนกเอ่ยถาม เพราะนี่มันก็เลยเวลานัดไปแล้ว
"ครับ เลขาฯ ของเขาแจ้งว่ารถเพิ่งเลี้ยวเข้าประตูหน้าบริษัทเมื่อครู่นี้เอง" พิมพ์ชนกสูดหายใจเข้าลึก เธอพยายามรวบรวมความกล้า ความเข้มแข็งที่เหลืออยู่
เธอรู้แค่ว่าเขาคือนักธุรกิจหนุ่มลึกลับ ผู้ทรงอิทธิพลที่เพิ่งเข้ามาเทกโอเวอร์บริษัทของเธอ มีฉายาในวงการว่าวิลเลียม นักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ ที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อสื่อสาธารณะ แต่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีสร้างอาณาจักรมูลค่าหลายพันล้านขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว
ไม่นานร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ พิมพ์ชนกผุดลุกขึ้นยืนตามมารยาท ทว่า... ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ โลกทั้งใบของเธอกลับเหมือนหยุดหมุนไปในวินาทีนั้น
ใบหน้าของประธานวี กรุ๊ป แม้จะเปลี่ยนไปมาก แต่เธอก็ยังจำดวงตาของเขาได้ ดวงตาที่เคยใส่ซื่อและอ่อนโยน ดวงตาคู่นี้ที่เคยมองเธอด้วยความรักและเทิดทูน แม้ว่าในตอนนี้จะไม่มีแววตาแบบนั้นหลงเหลืออยู่เลยก็ตาม
"เลียม..." ชื่อนั้นหลุดรอดจากริมฝีปากของพิมพ์ชนกแผ่วเบา ร่างกายของเธอแข็งทื่อ ราวกับถูกสาป เลือดในกายเย็นเฉียบจนชาวาบไปถึงปลายมือ
ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ คือคนคนเดียวกับคนที่เธอเคยบอกเลิกอย่างไม่ใยดีเมื่อห้าปีก่อน ชายหนุ่มที่เคยร้องขอโอกาสจากเธอ ในวันที่ครอบครัวของเขาล้มละลาย
แต่ในวันนี้ เขากลับมายืนตรงหน้าเธอในฐานะผู้ถือชะตาชีวิตของเธอ วิลเลียม หรือที่พิมพ์ชนกรู้จักในชื่อ เลียม
เขาไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาที่มองตรงมาที่เธออย่างไม่มีความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่เลย มีเพียงความสมเพชและไฟแค้นที่ลุกโชนอยู่ในแววตา
"สวัสดีครับ คุณพิมพ์ชนก" เขาก้าวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประธานตำแหน่งหัวโต๊ะอย่างถือสิทธิ์ โดยมีเลขาฯ ส่วนตัวคอยเลื่อนเก้าอี้ให้
"ดูเหมือนคุณจะตกใจมากที่เห็นผม" พิมพ์ชนกพยายามบังคับไม่ให้ขากรรไกรของตัวเองสั่น เธอกำมือแน่นจนเล็บแทบฝังลงไปในเนื้อ
"คุณ... คุณเลียม"
"ในเวลางาน กรุณาเรียกผมว่า คุณวิลเลียม หรือท่านประธาน จะดีกว่าครับ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น" คำพูดที่ห่างเหินเหมือนใบมีดโกนที่กรีดลึกลงบนก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธออย่างจัง
วิลเลียมไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขายื่นมือไปรับปากกาจากเลขาฯ แล้วตวัดสายตามองเอกสารสัญญาเทกโอเวอร์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลงลายมือชื่อบนเอกสาร
พิมพ์ชนกมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกโล่งใจที่บริษัทจะรอด แต่ก็เจ็บปวดที่ผู้ที่ยื่นมือมาช่วย... กลับเป็นคนที่เธอเคยสลัดทิ้งอย่างไร้ค่า
เมื่อเซ็นเอกสารเสร็จทนายความและทีมงานคนอื่นๆ ต่างทยอยเดินออกจากห้องประชุมตามสัญญาณมือของวิลเลียม จนกระทั่งภายในห้องเหลือเพียงความเงียบและคนสองคนที่มีอดีตร่วมกัน
"ในเมื่อสัญญาทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว... ฉันเซ็นยกสิทธิ์บริหารให้คุณทั้งหมดแล้ว หลังจากที่ฉันช่วยจัดการเรื่องเปลี่ยนผ่านบอร์ดบริหารชุดเก่าเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ฉันจะยื่นใบลาออก และถอนตัวไปจากที่นี่” พิมพ์ชนกเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“คุณจะได้ทำงานได้อย่างสะดวกใจ" วิลเลียมที่กำลังปิดปลอกปากกาชะงักมือไปเล็กน้อย เขาแค่นยิ้ม ก่อนจะเงยหน้ามองเธอ
"ถอนตัวไปเงียบๆ งั้นเหรอ?"
“ค่ะ”
"ห้าปีก่อน... คุณก็เดินจากผมไปเงียบๆ ทีหนึ่งแล้ว ดูเหมือนว่าคุณจะชอบใช้วิธีการนี้กับทุกอย่างเลยสินะ"
"แล้วคุณต้องการอะไรอีกคะ?" พิมพ์ชนกถามอย่างไม่เข้าใจ
"ในเมื่อตอนนี้คุณก็ได้ครอบครองทุกอย่างไปหมดแล้ว บริษัทของฉันก็กลายเป็นของคุณแล้ว"
"ผมต้องการคนที่รู้จักที่นี่ดีที่สุดมาทำงานให้ผม... และคนคนนั้นคือคุณ...พิมพ์ชนก" วิลเลียมเอ่ยประโยคที่ทำให้หญิงสาวชะงักไป
พิมพ์ชนกนิ่งอึ้ง สมองอันชาญฉลาดของเธอพยายามประมวลผลคำพูดของเขา
‘หรือว่า... เลียมแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้?’ เธอคิดเอาเอง ว่าเขาอยากให้เธออยู่ช่วยงานเพื่อความมั่นคงของบริษัทที่เขาเพิ่งลงทุนไปงั้นหรือ? ความรู้สึกซาบซึ้งใจเล็กๆ แล่นเข้ามาในอก ที่อย่างน้อยเขาก็ยังเห็นคุณค่าในความสามารถของเธอ
"ถ้าเป็นเรื่องงาน... เพื่อให้บริษัทที่คุณเทกโอเวอร์ไปเติบโตต่อได้ ฉันยินดีค่ะ" พิมพ์ชนกช้อนตาขึ้นมองเขา แววตาเปี่ยมด้วยความตั้งใจจริง
"ฉันยินดีจะช่วยบริหารและซัพพอร์ตคุณในฐานะที่ปรึกษาอย่างเต็มที่ค่ะ" วิลเลียมมองท่าทางกระตือรือร้นและแววตาที่ดูมีความหวังของเธอ ก่อนที่เขาจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"ช่วยบริหาร? ที่ปรึกษา?" วิลเลียมลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปจ้องใบหน้าสวยของพิมพ์ชนกในระยะที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูของเธอ
"เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ อดีตท่านประธานพิมพ์ชนก..." เขายื่นมือหนาขึ้นมาจับปลายคางของเธอไว้ บังคับให้เธอต้องสบตากับความเกลียดชังที่อัดแน่นอยู่ในดวงตาของเขา
"ในสายตาของผม... ผู้หญิงที่เคยหน้ามืดตามัวเพราะเงินและหักหลังคนรักเก่าได้อย่างคุณ ไม่มีคุณสมบัติพอจะคุมหรือบริหารใครได้อีกแล้ว" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"สิ่งที่คุณต้องทำ ไม่ใช่การนั่งในห้องผู้บริหาร แต่คือการย้ายโต๊ะมานั่งหน้าห้องของผม... ในฐานะ 'เลขาฯ ส่วนตัว'" พิมพ์ชนกขมวดคิ้วยุ่ง
“หมายความว่าไง?”
"คุณต้องรับคำสั่งจากผมทุกอย่าง อยู่ใต้โอวาทของผม ผมบอกซ้ายคุณก็ต้องซ้าย ผมบอกขวาคุณก็ต้องขวา ต้องทำตามที่ผมสั่งทุกอย่าง และไม่มีสิทธิ์ลาออก จนกว่าผมจะพอใจ" วิลเลียมเหยียดยิ้มร้าย พลางปล่อยมือจากคางของเธออย่างไม่ใยดี
“ฉันไม่ได้ต้องการจะเป็นเลขาฯ...”
“แต่ผมต้องการ ผมไม่ได้ให้ทำฟรี ผมมีค่าจ้างให้ตามฐานเงินเดือนของบริษัท”
“เลขาคุณก็มีอยู่แล้วนี่”
“ตอบมาแค่จะทำหรือไม่ทำ” เขาตัดบท พิมพ์ชนกนิ่งคิดอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะตอบออกมา
“ตกลงค่ะ”
