บทที่ 2 ก็จบกันไปนานแล้ว
พิมพ์ชนกพาร่างกายที่อ่อนล้ากลับมาถึงบ้าน ความมืดและความเงียบภายในบ้านไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ปั่นป่วนของเธอสงบลงได้เลย ภาพใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาเย็นชา และน้ำเสียงเชือดเฉือนของวิลเลียมยังคงดังก้องอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมา
ห้าปี... ห้าปีเต็มที่เธอไม่ได้เจอเขาเลยนับตั้งแต่วันนั้น
หญิงสาวเอนศีรษะพิงกับพนักโซฟา หลับตาลงช้าๆ ความทรงจำในอดีตที่เธอพยายามฝังมันไว้ลึกที่สุดในใจค่อยๆ พลุ่งพล่านกลับคืนมา
สมัยมหาวิทยาลัย เลียมคือผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรโดดเด่น รอยยิ้มของเขาในตอนนั้นช่างแสนซื่อ อบอุ่น และปลอดภัยสำหรับเธอเสมอ
เขาเคยเป็นคนที่คอยเดินเคียงข้าง คอยถือกระเป๋า และคอยส่งข้าวน้ำให้เธอในวันที่เธอเหนื่อยจากการเรียนและการเป็นดาวมหาลัย สายตาคู่นั้นที่เคยมองเธอด้วยความรักและเทิดทูนราวกับเธอคือสิ่งมีชีวิตที่ล้ำค่าที่สุดในโลกของเขา...
แต่ภาพเหล่านั้นก็ถูกกรีดทำลายด้วยภาพเหตุการณ์ในวันที่ทุกอย่างพังทลาย วันที่ครอบครัวของเขาล้มละลายจนแทบไม่เหลืออะไรเลย เลียมในสภาพที่แตกสลายกอดขาเธอร้องขอโอกาส ร้องขอความรักที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในชีวิตของเขา
แต่เธอกลับเลือกที่จะสะบัดมือเขาออก ยืนมองเขาดิ้นรนอยู่กับความเจ็บปวดพร้อมกับพ่นคำบอกเลิกที่แสนใจร้ายและเห็นแก่ตัวที่สุดออกไป เพื่อให้เขาตัดใจและเดินจากชีวิตเธอไปเสียที
ใครจะคิดว่าห้าปีต่อมา ผู้ชายที่เคยคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนเธอในวันนั้น จะกลับมาในฐานะประธานบริษัทที่เข้ามาช่วยเธอไว้ในวันที่เธอกำลังจะไม่เหลืออะไร
"พิมพ์... พิมพ์กลับมาแล้วเหรอลูก" น้ำเสียงตื่นตระหนกของมารดาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ดึงให้พิมพ์ชนกต้องลืมตาขึ้นในความสลัว มารดาของเธอรีบเดินไปเปิดไฟ แล้วเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยตามวัยเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและคาดหวัง
"พิมพ์ แม่ได้ยินข่าวจากคนในบริษัทมา... เขาบอกว่าคนที่มาเทกโอเวอร์บริษัทของเรา คือตาเลียม แฟนเก่าเราสมัยเรียนจริงๆ ใช่ไหมลูก?"
"จริงค่ะแม่... ตอนนี้เขาคือคุณวิลเลียม ประธานใหญ่ของวี กรุ๊ป เขาเซ็นสัญญาซื้อบริษัทเราเรียบร้อยแล้ว"
"อุ๊ย! ดีเลยลูก! บุญที่แม่พยายามสะสมมาส่งผลช่วยเราแล้วจริงๆ" พิมพ์ชนกมองหน้าแม่ของตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
"ในเมื่อเคยคบกันมาก่อน พิมพ์ก็รีบไปง้อเขาสิ ไปพูดหวานๆ ไปขอโทษขอโพยเรื่องในอดีตหน่อย เผื่อเขาจะเห็นแก่ความหลังครั้งเก่า ยอมคืนตำแหน่งบริหารให้พิมพ์ หรืออย่างน้อยๆ ก็ช่วยเรื่องหนี้สินที่เหลือของบ้านเราได้นะลูกนะ แฟนเก่ากันยังไงเขาก็ต้องมีความเห็นใจบ้างแหละ" คำพูดที่ดูง่ายดายของแม่ทำให้พิมพ์ชนกได้แต่อึ้ง
เธอค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของแม่ช้าๆ แววตาของเธอสะท้อนความผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน
“คิดมาก เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว”
"นานแค่ไหนก็ไม่ลืมหรอกค่ะ วันที่เขาล้มละลาย วันที่เขาไม่เหลือใครและต้องการพิมพ์ที่สุด พิมพ์เป็นคนผลักเขาตกเหวเองกับมือ พิมพ์บอกเลิกเขาแม่ก็รู้ดีนี่คะ" คำพูดประชดประชันของลูกสาว ทำให้เพียงเพ็ญพูดอะไรไม่ออก
“ก็เห็นไหมล่ะ ตอนนั้นเขารักพิมพ์มากไม่ใช่เหรอ แม่เชื่อว่าตอนนี้เขาก็ยังรักพิมพ์อยู่ ไม่งั้นจะมาซื้อบริษัทเราทำไม...
"พอเถอะค่ะแม่ เรื่องมันผ่านไปแล้ว และตอนนี้พิมพ์ก็ได้รับผลของการกระทำนั้นแล้ว"
“แล้วยังไง พอขายบริษัทแล้วเราจะเอาอะไรกินกันคิดไว้แล้วเหรอ”
"ตอนนี้พิมพ์ยอมรับข้อเสนอของเขาแล้วค่ะ พิมพ์จะไปทำงานเป็นเลขาฯ ส่วนตัวให้เขา เพื่อชดใช้ในสิ่งที่เคยทำไว้"
"เลขาฯ งั้นเหรอ? พิมพ์เคยเป็นถึงประธานบริษัทนะลูก จะไปยอมรับตำแหน่งเลขาฯ ได้ยังไง"
"เขาต้องการให้พิมพ์ทำ และพิมพ์ก็มองว่าตำแหน่งนี้ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร"
“น่าเกลียด แม่ไม่ยอมหรอกนะ”
“แม่คะ พิมพ์เป็นคนทำนะ วันนี้เหนื่อยมากแล้วขอตัวนะคะ”
“พิมพ์ เดี๋ยวสิ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
พิมพ์ชนกเดินหนีมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างโดยไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า มีเพียงแสงรำไรจากเสาไฟริมถนนภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา
หญิงสาวหลับตาลงพยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่เริ่มไหลซึมออกมาทางหางตา ความคิดมากมายตีกันยุ่งเหยิงในหัว สมองอันอ่อนล้าทบทวนเรื่องราวสลับไปมาระหว่างอดีตอันแสนหวานกับปัจจุบันอันขมขื่น จนกระทั่งในที่สุด เธอก็ทนต่อความเพลียไม่ไหวและดิ่งจมลงสู่ห้วงนิทรา
...
เฮือก!
พิมพ์ชนกสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการหัวใจเต้นรัวเร็ว เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม เธอรีบยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียง สายตาพลันหันไปมองบรรยากาศรอบห้อง แสงแดดเจิดจ้าของเช้าวันใหม่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาจนสว่างไปทั่วห้อง
หญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลา บนหน้าจอแสดงเวลา 06.00 น.
แต่สิ่งที่ทำให้ใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เวลาที่ตื่นสาย แต่เป็นแจ้งเตือนข้อความเข้าจากแชตไลน์ที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งช็อกมากขึ้นอีกเมื่อชื่อคนส่งคือวิลเลียม
[ เจอกันที่นี่ตอน 8.00 น. หวังว่าคุณจะตรงต่อเวลานะคุณพิมพ์ชนก]
ด้านล่างของข้อความมีการแนบลิงก์โลเคชันสถานที่เอาไว้ พิมพ์ชนกใช้นิ้วมือที่สั่นเทาพยายามกดเปิดลิงก์นั้นขึ้นมาดู มันเป็นพิกัดของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองหลวง ซึ่งเป็นที่พักส่วนตัวของเขา
"แปดโมง..." พิมพ์ชนกพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบแห้ง สายตาสลับมองเวลากับระยะทางในแผนที่ด้วยความตื่นตระหนก
ตอนนี้หกโมงเช้า... ระยะทางจากบ้านของเธอไปถึงคอนโดของเขาในเวลาเร่งด่วนของเมืองกรุงที่มีแต่รถติดวินาศสันตะโร ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยที่สุดก็เกือบชั่วโมง นั่นหมายความว่าเธอเหลือเวลาอีกแค่ 1 ชั่วโมงถ้วนในการจัดการตัวเองและพาตัวเองไปยืนอยู่ตรงหน้าเขาให้ทันเวลา!
เมื่อคิดได้แบบนั้นเธอก็รีบลุกขึ้นจัดการตัวเองทันที การทำงานวันแรกที่มาโดยไม่ตั้งตัว ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องทำมันให้ดีที่สุด
