บทที่ 6 เป็นเรื่องของกฎการทำงาน

วิลเลียมใช้เท้าดันประตูห้องพยาบาลเปิดออกกว้าง พยาบาลประจำตึกที่กำลังนั่งจัดยาอยู่ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ

"อุ๊ย! ท่านประธาน เกิดอะไรขึ้นคะ!"

"เธอเป็นลมหมดสติในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดิน รีบมาดูเร็วเข้า!" วิลเลียมสั่งด้วยน้ำเสียงกังวล

ชายหนุ่มค่อยๆ วางพิมพ์ชนกลงบนเตียงผู้ป่วยอย่างระมัดระวังที่สุด พยาบาลรีบเดินเข้ามาเช็กชีพจรและใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ค่อยๆ เช็ดตามใบหน้าและลำคอของหญิงสาวเพื่อระบายความร้อน

"ชีพจรค่อนข้างอ่อนค่ะ ร่างกายคงจะอ่อนเพลียมาก บวกกับในห้องเก็บเอกสารนั้นอากาศไม่ถ่ายเทและมีฝุ่นเยอะ เลยทำให้ระบบหายใจติดขัดจนวูบหมดสติไป ดีที่คุณวิลเลียมไปเจอทัน ไม่งั้นถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้เลยค่ะ" พยาบาลรายงานอาการพลางจัดแจงเอาสายออกซิเจนมาจ่อที่จมูกของพิมพ์ชนก

เมื่อได้ยินพยาบาลบอกแบบนั้น วิลเลียมก็รู้สึกผิดอย่างมาก ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง สายตามองจ้องใบหน้าที่เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อยจากการได้รับออกซิเจน คราบฝุ่นตามเนื้อตัวของเธอถูกเช็ดออกไปบ้างแล้ว แต่เธอยังคงไม่ได้สติ

เขารู้ดีว่าที่เธออ่อนเพลียขนาดนี้ เป็นเพราะเมื่อเช้าเธอต้องตื่นมาเจอข้อความกลั่นแกล้งของเขา ต้องวิ่งวุ่นซ้อนท้ายวินมอเตอร์ไซค์มาให้ทันเวลานัด ต้องมาโดนเขาพูดจาใจร้ายใส่หน้า และยังต้องเดินลงไปเผชิญหน้ากับคำดูถูกดูแคลน พฤติกรรมที่ไม่ให้ความเคารพของพนักงานอีก

วิลเลียมระบายถอนหายใจเพื่อระบายความรู้สึกผิด แววตาเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งเจ็บปวด ทั้งรู้สึกผิด แต่ก็ยังคงมีความแข็งกร้าวซ่อนอยู่ลึกๆ เขาหันไปสั่งความกับพยาบาลด้วยน้ำเสียงเรียบ

"ดูแลเธอให้ดีที่สุด ถ้าเธอฟื้นแล้วให้รีบโทรบอกผมทันที"

"ได้ค่ะท่านประธาน"

วิลเลียมปรายตามองพิมพ์ชนกเป็นครั้งสุดท้าย มือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนสั่น ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากห้องพยาบาลช้าๆ จุดหมายต่อไปของเขาไม่ใช่ห้องประชุมบอร์ดบริหาร แต่เป็นแผนกบัญชีและการเงินที่ชั้นล่าง

ถึงเวลาที่เขาต้องไปจัดการเคลียร์บัญชีกับคนที่กล้ามายุ่งกับคนของเขา ให้รู้สำนึกเสียทีว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของชีวิตของพิมพ์ชนกในตอนนี้ เขาไม่ได้โกรธที่เธอโดนกลั่นแกล้ง แต่คนเดียวที่จะแกล้งเธอได้คือเขาเท่านั้น

วิลเลียมเดินเข้าไปที่แผนกการเงิน เขาตรงเข้าไปที่โต๊ะทำงานของกิ่งแก้ว ที่ตอนนี้กำลังพูดคุยอยู่กับพนักงานในแผนกอย่างสนุกสนาน

“เสียดายฉันไม่ได้ไปเห็นกับตาตัวเอง แหม...ทำเป็นมายืนสั่ง จะเอานั่นจะเอานี่ สำเหนียกตัวเองทีเถอะว่าตอนนี่วงจากเก้าอี้ประธานแล้ว...” เมื่อเพื่อนๆ ในวงสนทนาของเธอเงียบเสียงลง กิ่งแก้วก็ค่อยๆ เงียบและหันมองไปทางประตูตามสัญชาตญาณ

“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ดูน่าสนุกจังเลยนะ” วิลเลียมเดินเข้าไปทักทาย แต่น้ำเสียงเย็นเยือกจนกิ่งแก้วขนลุก เธอรู้ตัวดีว่าตัวเองมีความผิด ไม่ใช่เรื่องที่พิมพ์ชนกไปเป็นลมอยู่ในห้องเก็บเอกสาร แต่เป็นเรื่องที่เธอไม่ส่งเอกสารให้พิมพ์ชนกตามคำสั่งของประธานคนใหม่

“ก็...พูดคุยเรื่องทั่วไปค่ะคุณวิลเลียม ว่าแต่แหม...มาทำอะไรถึงนี่เหรอคะ” เธอถามเสียงสั่น แม้จะพยายามยิ้มกลบเกลื่อน แต่แววตาก็แสดงออกถึงความหวาดกลัวชัดเจน

“เดี๋ยวตามผมเข้าไปในห้องผู้จัดการหน่อยนะ” เขาตอบเท่านั้น ก่อนจะเดินนำเข้าไปที่ห้องทำงานของผู้จัดการ

“ประธานมาเองขนาดนี้ เรื่องอะไรกันพี่ ไม่ใช่ว่าเรื่องยายเลขาฯ นั่นหรอกนะ”

“เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องมาถึงที่นี่เลยเหรอ” เสียงพนักงานที่นั่งคุยอยู่กับกิ่งแก้วถกเถียงกัน หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องทำงานของผู้จัดการด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ผิดกับเมื่อครู่นี้จนเหมือนคนละคน

“เชิญนั่งสิคุณกิ่งแก้ว” ผู้จัดการแผนกกล่าวเชิญ

“ผมทราบเรื่องจากคุณวิลเลียมแล้ว ขอเข้าเรื่องอย่างไม่อ้อมค้อมเลยก็แล้วกันนะ เราจะต้องดำเนินการตักเตือนคุณ เพื่อไม่ให้มีใครเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ควรนี้...”

“แก้วแค่ล้อเล่นกับคุณพิมพ์เท่านั้นเอง เห็นว่าต้องลดตำแหน่งลงมาประสานงานกันบ่อยขึ้น ก็เลยอยากจะให้สนิทสนมกันไว้ ไม่คิดว่าคุณพิมพ์เธอจะไปเอาเอกสารตามคำล้อเล่นของแก้วจริงๆ นี่คะ” หญิงสาวแทรกขึ้นเพื่อแก้ตัว

“กรุณาตั้งใจฟังด้วยครับ” วิลเลียมแทรกขึ้นเสียงเข้ม เขาให้เกียรติผู้จัดการได้ดำเนินการตักเตือนพนักงานด้วยตัวเอง แต่เหมือนว่ากิ่งแก้วคนนี้จะไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ

“แบบนี้มันก็ไม่ยุติธรรมกับแก้วนี่คะ คุณควรจะดูที่เจตนา อีกอย่างคุณพิมพ์ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไม่ใช่เหรอ”

“เรื่องนั้นผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว สิ่งที่ผมมาเตือนคุณก็คือคุณละเลยหน้าที่ตัวเอง ผมสั่งให้เตรียมเอกสารเอาไว้ให้ เลขาฯ ของผมจะมารับไป เพราะผมต้องเอาเข้าประชุม” กิ่งแก้วหน้าซีดเผือดทันที เธอเถียงไม่ได้ในเรื่องนี้ เพราะไม่ได้เอาให้พิมพ์ชนกในทันทีตามที่เขากล่าวอ้างจริงๆ

“แต่คุณไม่จัดการส่งมอบให้เธอ แถมยังอ้างว่าพูดล้อเล่นให้เธอไปหาเอง ล้อเล่นแบบไหน ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะบอกว่าล้อเล่น คุณพิมพ์ชนกถึงต้องลงไปหาเอาเองที่ห้องเก็บเอกสารแบบนั้น” น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่ผู้จัดการแผนกก็ยังรู้สึกกลัว

“ส่วนเรื่องที่คุณพิมพ์ชนกบาดเจ็บ ต่อให้คุณจะอ้างว่าเป็นการล้อเล่นกัน แต่ในแง่ของกฎการทำงาน และกฎหมาย นี่คือการคุกคาม ต่อให้เธอไม่เป็นอะไรมาก...ในความคิดของคุณ ก็ต้องดำเนินการลงโทษอยู่ดี ตามกฎของบริษัท” เอายกเรื่องกฎขึ้นมาอ้างเพื่อไม่ให้คนอื่นมองว่าเขาตั้งใจปกป้องพิมพ์ชนกมากเกินไป

“เรื่องนี้ต่อให้ไม่ใช่คุณพิมพ์ชนก ผมก็ต้องดำเนินการตามนี้ และคุณต้องไม่ทำผิดซ้ำอีก นักบัญชีเก่งๆ ไม่ได้หายากขนาดนั้นหรอกนะ” พูดจบประธานหนุ่มก็เดินออกมาทันที ทิ้งให้กิ่งแก้วนั่งนิ่งเหมือนโดนไฟช็อตอยู่ตรงนั้น เขาเดินออกมาอย่างไม่สนใจสายตาที่แอบมองมาจากทุกทิศ

ห้องทำงานของผู้จัดการแม้จะเก็บเสียง แต่ทุกคนก็ได้ยินทุกคำที่คนข้างในพูดคุยกัน และนั่นก็เป็นความตั้งใจของวิลเลียมอยู่ตั้งแต่แรก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป