บทที่ 1 ตอนที่ 1 เจ้าสาวแทน
ตอนที่ 1
เจ้าสาวแทน
เสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่บนโต๊ะเล็กข้างเตียงทำให้ลลิตาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นแรงอย่างประหลาด เพราะชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือชื่อของพี่สาวที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในวันพรุ่งนี้
พริมรตา ข้อความสั้น ๆ ที่ส่งมานั้นทำให้เลือดในกายของลลิตาเย็นวาบ
“ลิตา ออกมาหาพี่หน่อย พี่มีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับธีรภพกับงานแต่ง พี่รออยู่ถนนเลียบแม่น้ำ อย่าบอกใครนะ”
ลลิตาอ่านข้อความนั้นซ้ำอีกครั้งด้วยความไม่สบายใจ เธอกับพริมรตาไม่ใช่พี่น้องที่สนิทสนมกันนัก อันที่จริงคำว่าสนิทอาจไกลเกินไปด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่เด็กจนโต พริมรตาคือคนที่ได้รับความรัก ได้รับคำชม และได้รับทุกสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนเธอเป็นเพียงน้องสาวต่างมารดาที่ถูกวางไว้ในมุมเงียบ ๆ ของบ้าน แต่ไม่ว่าความสัมพันธ์จะห่างเหินเพียงใด พริมรตาก็ยังเป็นพี่สาวของเธอ
“พี่พริมมีเรื่องอะไร ทำไมต้องนัดออกไปตอนนี้ด้วย” ลลิตาพึมพำกับตัวเองขณะลุกจากเตียง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลจนไม่อาจนิ่งเฉยได้
หญิงสาวรีบคว้าเสื้อคลุมมาสวม ก่อนหยิบกุญแจรถแล้วออกจากบ้านอย่างเงียบเชียบ ท้องฟ้ายามดึกปกคลุมด้วยเมฆหนา ลมเย็นพัดผ่านกระจกหน้ารถเป็นระยะ ราวกับเตือนว่าคืนนี้มีบางอย่างผิดปกติเกินกว่าจะมองข้าม
ถนนเลียบแม่น้ำในยามเกือบเที่ยงคืนเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ลลิตาขับรถชะลอเมื่อใกล้ถึงจุดนัดหมาย สองข้างทางมีเพียงแสงไฟสีส้มจากเสาไฟที่ทอดเงายาวลงบนพื้นเปียกชื้น แล้วเธอก็เห็นมัน ซากรถสีขาวคันหนึ่งพุ่งชนแบริเออร์ริมถนนจนฝากระโปรงหน้ายุบพัง กระจกหน้าแตกร้าว ไฟหน้าข้างหนึ่งยังเปิดค้างอยู่ ส่องสว่างเป็นลำแสงซีดเผือดกลางความมืด กลิ่นไหม้จาง ๆ ลอยปะปนกับกลิ่นน้ำมันจนทำให้ลลิตาใจหายวาบ
“พี่พริม!” ลลิตาร้องออกมาสุดเสียงขณะกระชากประตูรถตัวเองเปิด มือไม้ของเธอสั่นจนแทบยืนไม่อยู่
เธอวิ่งเข้าไปหาอย่างไม่คิดชีวิต หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกจากอก เมื่อเห็นร่างของพริมรตาฟุบแน่นิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ใบหน้างดงามที่เคยถูกทุกคนชมเชยซีดขาวราวกระดาษ ริมฝีปากไร้สีเลือด และเลือดสีเข้มไหลเป็นทางอยู่บริเวณขมับ
“พี่พริม ได้ยินลิตาไหม พี่พริมลืมตาสิ อย่าทำแบบนี้นะ” ลลิตาเรียกเสียงสั่นขณะพยายามเปิดประตูรถที่บิดเบี้ยว มือของเธอสั่นจนแทบจับอะไรไม่มั่น
ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงเสียงลมพัดผ่าน เสียงเครื่องยนต์ที่ดังครางเบา ๆ และเสียงหัวใจของลลิตาที่เหมือนถูกใครบางคนบีบจนเจ็บลึกไปทั้งอก
“ช่วยด้วยค่ะ! ใครก็ได้ช่วยด้วย พี่สาวฉันอยู่ในรถ ช่วยด้วย!” ลลิตาตะโกนสุดเสียง ดวงตาของเธอพร่าไปด้วยน้ำตาขณะพยายามทุบกระจกด้านข้าง
ไม่นานเสียงไซเรนก็ดังมาแต่ไกล รถกู้ภัยและตำรวจมาถึงพร้อมผู้คนที่เริ่มมุงดูเหตุการณ์ ลลิตาถูกดึงออกห่างจากซากรถ ทั้งที่เธอยังพยายามจะวิ่งกลับเข้าไปหาพริมรตาอย่างบ้าคลั่ง
“ปล่อยฉันนะคะ พี่สาวฉันยังอยู่ในนั้น ฉันต้องช่วยพี่พริม” ลลิตาพูดปนสะอื้นขณะพยายามแกะมือเจ้าหน้าที่ออกจากแขน
“ใจเย็นก่อนครับ คุณผู้หญิง เจ้าหน้าที่กำลังช่วยอยู่ อย่าเข้าไปใกล้ รถอาจเกิดอันตรายได้” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางกันเธอไว้ด้านหลัง
ลลิตายืนตัวสั่นอยู่ริมถนน น้ำตาไหลไม่หยุด เธอภาวนาให้ทุกอย่างเป็นเพียงฝันร้าย ภาวนาให้พริมรตาฟื้นขึ้นมา แล้วบอกเธอว่าทุกอย่างไม่เป็นไร
แต่คำภาวนานั้นแตกสลายลงในวินาทีที่เจ้าหน้าที่หันมามองเธอด้วยสายตาหนักอึ้ง
“เสียใจด้วยครับ ผู้หญิงในรถเสียชีวิตแล้ว” เจ้าหน้าที่เอ่ยเสียงเบา สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจนคำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจ
ลลิตารู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าหายไป เธอส่ายหน้าช้า ๆ ไม่ยอมรับความจริงที่พุ่งเข้ามากระแทกหัวใจ
“ไม่จริง พี่พริมเพิ่งส่งข้อความหาฉันเอง พี่เขาต้องการคุยกับฉัน พี่เขาจะตายได้ยังไง” ลลิตาพูดเสียงขาดห้วง น้ำตาร่วงลงบนแก้มจนเปียกชื้น
ทันใดนั้น เสียงรถอีกคันก็เบรกดังสนั่นอยู่ไม่ไกล ลลิตาหันไปมองทั้งน้ำตา แล้วเห็นธีรภพก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าซีดเผือด เขาอยู่ในชุดเชิ้ตสีเข้มที่ยังไม่ติดกระดุมเม็ดบน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ชายหนุ่มเดินเร็วขึ้น เร็วขึ้น ก่อนจะกลายเป็นการวิ่งเมื่อเห็นซากรถและร่างของพริมรตาที่ถูกคลุมผ้าขาวไว้บางส่วน
“พริม!” ธีรภพตะโกนลั่น น้ำเสียงของเขาแตกพร่าเหมือนคนถูกฉีกหัวใจออกจากอก
ลลิตาเห็นเขาทรุดลงข้างร่างพริมรตา มือใหญ่สั่นระริกขณะเปิดผ้าขาวออกเพียงบางส่วน เมื่อเห็นใบหน้าของคนรัก เขาก็แข็งค้างไปทั้งตัว ก่อนรวบร่างไร้วิญญาณนั้นมากอดแน่นราวกับจะดึงเธอกลับมาจากความตาย
“พริม ฟื้นสิ พรุ่งนี้เราต้องแต่งงานกัน คุณสัญญาแล้วว่าจะเดินเข้าพิธีไปกับผม ลืมตาขึ้นมาสิ” ธีรภพพูดเสียงสั่นขณะกอดร่างคนรักไว้แนบอก ความเจ็บปวดในน้ำเสียงทำให้คนรอบข้างเงียบงัน
ลลิตายืนมองภาพนั้นทั้งน้ำตา ความเสียใจถาโถมเข้ามาจนแทบยืนไม่ไหว เธออยากเข้าไปบอกเขาว่าเธอก็เสียใจ เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยังไม่ทันขยับ ธีรภพก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอ
สายตาคู่นั้นเปลี่ยนจากความเจ็บปวดเป็นความอาฆาตในชั่วพริบตา
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ธีรภพถามเสียงต่ำ ทุกคำกดลึกเหมือนเขากำลังข่มความคลั่งไว้ใต้ผิวหน้าเย็นชา
“พี่พริมส่งข้อความให้ฉันมาหาค่ะ ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอมาถึงก็เห็นรถพี่พริมชนแล้ว” ลลิตารีบอธิบายทั้งน้ำตา มือของเธอกำโทรศัพท์ไว้แน่นราวกับมันเป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของเธอ
“โกหก” ธีรภพพูดช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำของเขาจ้องเธอราวกับอยากเผาให้มอดไหม้ไปตรงนั้น
“ฉันไม่ได้โกหกนะคะ ฉันมีข้อความ พี่พริมเป็นคนส่งมาจริง ๆ” ลลิตายื่นโทรศัพท์ออกไปด้วยมือสั่น น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเจ็บปวด
ธีรภพปรายตามองหน้าจอเพียงครู่เดียว ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไร้ความสุข เสียงหัวเราะนั้นเย็นยะเยือกกว่าความเงียบรอบตัว
“ข้อความที่เธออาจสร้างขึ้นมาเองน่ะหรือ เธอคิดว่าฉันจะโง่เชื่อเธอง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ ลลิตา” ธีรภพพูดด้วยน้ำเสียงเย็นจัด ดวงตาของเขาแข็งกระด้างจนลลิตารู้สึกเหมือนถูกผลักออกไปนอกโลกทั้งใบ
“คุณธีร์ ฉันรู้ว่าคุณเสียใจ แต่ฉันก็เสียใจเหมือนกัน พี่พริมเป็นพี่สาวของฉัน ฉันไม่มีทางทำร้ายพี่เขา” ลลิตาพูดทั้งน้ำตา เธอพยายามกลั้นสะอื้นเพื่อให้ถ้อยคำของตัวเองมั่นคงที่สุด
“พี่สาวอย่างนั้นหรือ เธอเคยมองพริมเป็นพี่สาวจริง ๆ หรือเปล่า หรือมองเป็นคนที่แย่งทุกอย่างไปจากเธอมาตลอด” ธีรภพถามเสียงกร้าว ขณะก้าวเข้าหาเธอทีละก้าว
