บทที่ 2 ตอนที่2 จำคำของเธอ
ตอนที่2
จำคำของเธอ
ลลิตาถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ใจเธอปวดร้าวกับข้อกล่าวหาที่พุ่งตรงเข้ามาแทงซ้ำตรงบาดแผลเก่า บาดแผลของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกบอกเสมอว่าไม่มีวันดีเท่าพี่สาว
“ฉันไม่เคยอยากแย่งอะไรจากพี่พริมเลยค่ะ ต่อให้ทุกคนจะรักพี่พริมมากกว่าฉัน ต่อให้ฉันจะไม่มีที่ยืนในบ้านนั้น ฉันก็ไม่เคยอยากให้พี่เขาตาย” ลลิตาพูดเสียงสั่น น้ำตาหยดลงจากปลายคางอย่างห้ามไม่อยู่
ธีรภพหยุดยืนตรงหน้าเธอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรุนแรงจนกลายเป็นความแค้น เขาโน้มลงมาใกล้ จนลลิตาได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นเลือดจากร่าง พริมรตาที่ยังติดอยู่กับเสื้อของเขา
“จำคำของเธอไว้ให้ดี เพราะฉันจะหาความจริงให้ได้ และถ้าเธอมีส่วนทำให้พริมต้องตาย ต่อให้เธอร้องไห้จนหมดตัว ฉันก็จะไม่ปล่อยให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข” ธีรภพพูดเสียงต่ำ ดวงตาของเขาแข็งกร้าวจนลลิตาหนาวไปถึงกระดูก
ลลิตากลืนน้ำตาลงคออย่างยากเย็น เธอมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความเสียใจที่อธิบายไม่ได้ เขาคือเจ้าบ่าวของพี่สาว เป็นผู้ชายที่กำลังสูญเสียคนรัก แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็กำลังตัดสินเธอโดยไม่ฟังแม้แต่คำเดียว
“ถ้าความจริงพิสูจน์ว่าฉันไม่ผิด คุณจะเสียใจที่พูดกับฉันแบบนี้” ลลิตาเอ่ยออกไปอย่างยากลำบาก น้ำเสียงของเธอเบาแต่หนักแน่นด้วยเศษศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่
ธีรภพมองเธอนิ่ง ก่อนริมฝีปากจะกระตุกเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย
“ฉันไม่มีวันเสียใจกับคนอย่างเธอ” ธีรภพตอบเสียงเย็น แล้วหันกลับไปหาร่างของพริมรตา ทิ้งให้ลลิตายืนแตกสลายอยู่ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินและเสียงผู้คนที่เริ่มซุบซิบ
คืนนั้นผ่านไปเหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น
รุ่งเช้า บ้านทั้งหลังถูกปกคลุมด้วยความโศกเศร้า ดอกไม้ที่เตรียมไว้สำหรับงานแต่งงานยังถูกจัดเรียงอย่างงดงามในห้องโถง กลิ่นกุหลาบสีขาวหอมเย็นจนทำให้ลลิตาอยากอาเจียน เพราะทุกกลีบของมันเหมือนกำลังเยาะเย้ยว่าความสุขเมื่อวานกลายเป็นความตายภายในชั่วข้ามคืน
ลลิตานั่งอยู่ในห้องรับรอง ใบหน้าซีดเซียวจากการไม่ได้นอนทั้งคืน รอบตัวเธอมีญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนั่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่มีใครปลอบเธอ ไม่มีใครถามว่าเธอเป็นอย่างไร ทุกสายตาที่มองมามีเพียงข้อสงสัยและตำหนิ
“งานแต่งยกเลิกไม่ได้ สื่อมวลชนรู้หมดแล้ว แขกผู้ใหญ่ก็มากันแล้ว ธุรกิจสองบ้านผูกกันไว้หลายอย่าง ถ้าทุกอย่างพังตอนนี้ เราจะเสียหายกันทั้งหมด” ผู้ใหญ่ฝ่ายหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด สีหน้าของเขาไม่ได้สะท้อนความเสียใจต่อการตายของพริมรตามากเท่าความกังวลเรื่องผลประโยชน์
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ หัวใจที่เพิ่งถูกบีบจนช้ำเหมือนถูกเหยียบซ้ำอีกครั้ง
“หมายความว่ายังไงคะ พี่พริมเพิ่งเสียเมื่อคืนนี้ พวกคุณยังคิดเรื่องงานแต่งอีกหรือคะ” ลลิตาถามเสียงสั่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เพราะพริมรตาเสียไปแล้ว เราถึงต้องหาทางแก้ปัญหา คนที่จะทำหน้าที่แทนได้ก็มีแค่เธอ ลลิตา” แม่เลี้ยงของเธอพูดเสียงเรียบ ใบหน้างามสง่าของอีกฝ่ายเย็นชาราวกับกำลังพูดเรื่องจัดแจกันดอกไม้ ไม่ใช่ชีวิตของคนคนหนึ่ง
ลลิตาชาไปทั้งตัว เธอจ้องหน้าคนพูดด้วยความเจ็บที่แล่นจากอกไปถึงปลายนิ้ว
“ให้ฉันแต่งงานแทนพี่พริมอย่างนั้นหรือคะ” ลลิตาถามช้า ๆ เพราะยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองได้ยินถูก
“ใช่ เธอเป็นน้องสาว หน้าตาก็ไม่ต่างจากพริมมากนัก อย่างน้อยก็พอรักษาหน้าครอบครัวไว้ได้” แม่เลี้ยงตอบโดยไม่หลบตา น้ำเสียงนั้นไร้ความเห็นใจจนลลิตารู้สึกเหมือนตนเองไม่ใช่คน แต่เป็นสิ่งของที่สามารถหยิบไปแทนของที่เสียหายได้
“ฉันไม่ใช่ของแทนใครนะคะ และคุณธีร์ก็ไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้แน่” ลลิตาพูดเสียงสั่น เธอกำมือแน่นเพื่อข่มไม่ให้ตัวเองร้องไห้ต่อหน้าคนเหล่านี้
ประตูห้องรับรองถูกเปิดออกในวินาทีนั้นเอง
ธีรภพก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ชุดสูทสีดำที่เขาสวมทำให้เขาดูเคร่งขรึมและห่างไกลจากเจ้าบ่าวในจินตนาการ เขาไม่มองใครนอกจากลลิตา สายตาของเขาคมกริบจนเหมือนจะกรีดเนื้อเธอออกเป็น ชิ้น ๆ
“ฉันยอม” ธีรภพพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทุกคนในห้องเงียบลงทันที
ลลิตาหันไปมองเขาอย่างตกตะลึง ความเย็นเยือกแล่นผ่านแผ่นหลังจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“คุณพูดว่าอะไรนะคะ” ลลิตาถามเสียงแผ่ว สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
“ฉันบอกว่าฉันยอมแต่งงานกับเธอแทนพริม” ธีรภพตอบชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาของเขาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“ทำไมคะ ในเมื่อคุณเกลียดฉัน ในเมื่อคุณคิดว่าฉันเป็นต้นเหตุให้พี่พริมตาย คุณจะยอมแต่งงานกับฉันทำไม” ลลิตาถามด้วยน้ำเสียงเจ็บร้าว หัวใจของเธอสั่นไหวรุนแรงจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
ธีรภพเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ ทุกก้าวของเขาทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นราวกับอากาศถูกดูดออกไปจนหมด เขาหยุดตรงหน้าเธอ แล้วก้มลงมองด้วยแววตาแข็งกระด้าง
“เพราะฉันไม่อยากให้เธอหนีไปจากสิ่งที่เธอทำไว้ การแต่งงานครั้งนี้จะทำให้เธออยู่ตรงหน้าฉันทุกวัน และฉันจะทำให้เธอจำได้ทุกลมหายใจว่าชีวิตของพริมต้องจบลงเพราะใคร” ธีรภพพูดเสียงต่ำ คำพูดของเขาเย็นชาเสียจนลลิตารู้สึกเหมือนถูกผลักลงไปในน้ำแข็ง
“ฉันไม่ได้ทำค่ะ ฉันไม่ได้ฆ่าพี่พริม” ลลิตาพูดออกมาอย่างเจ็บปวด น้ำตาเอ่อขึ้นเต็มดวงตาแต่เธอพยายามกลั้นไว้
“ถ้าเธอแน่ใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ ก็อยู่พิสูจน์สิ อยู่ในฐานะภรรยาของฉัน แล้วรอดูว่าสุดท้ายความจริงจะเข้าข้างใคร” ธีรภพเอ่ยพลางยิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงความแค้นที่ถูกขัดเกลาให้คมยิ่งกว่าใบมีด
ลลิตามองเขาด้วยหัวใจที่ร้าวราน เธอรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่ทางรอด แต่มันคือกรงขังที่ธีรภพตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อทรมานเธอ แต่เธอก็ไม่มีที่ให้ถอย
หากเธอปฏิเสธ ทุกคนจะยิ่งเชื่อว่าเธอมีความผิด หากเธอหนี ความจริงเรื่องพริมรตาก็อาจถูกกลบฝังไปพร้อมร่างของพี่สาว
“ถ้าฉันแต่งงานกับคุณ ฉันไม่ได้ทำเพราะอยากได้ตำแหน่งของพี่พริม แต่ฉันทำเพราะฉันต้องการพิสูจน์ความจริง” ลลิตาพูดช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำของเธอมองเขาตรง ๆ แม้หัวใจจะเจ็บจนแทบแตกสลาย
“ดี เพราะฉันเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าความจริงของเธอจะทนอยู่ได้นานแค่ไหน” ธีรภพตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนหันหลังเดินออกจากห้องโดยไม่รอฟังคำใดอีก
