บทที่ 3 ตอนที่3 สายตา
ตอนที่3
สายตา
พิธีแต่งงานเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
โบสถ์เล็กริมสวนถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวและผ้าลูกไม้เนื้อละเอียด ทุกอย่างงดงามราวกับภาพฝัน หากไม่มีความจริงอันโหดร้ายซ่อนอยู่เบื้องหลังว่าเจ้าสาวตัวจริงเพิ่งสิ้นลมหายใจไปเมื่อคืนก่อน
ลลิตายืนอยู่หน้ากระจกในห้องแต่งตัว ชุดเจ้าสาวของพริมรตาสวมพอดีกับร่างเธออย่างน่าขมขื่น ผ้าซาตินสีขาวสะอาดตัดกับใบหน้าซีดเซียวและดวงตาบวมช้ำของเธอ ช่างแต่งหน้าพยายามปกปิดร่องรอยน้ำตา แต่ไม่มีเครื่องสำอางใดซ่อนความเจ็บในแววตาได้
“พี่พริม ลิตาขอโทษ” ลลิตากระซิบกับเงาสะท้อนในกระจก น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอย่างเงียบงัน
เธอไม่รู้ว่ากำลังขอโทษเรื่องอะไร ขอโทษที่ไปช่วยไม่ทัน ขอโทษที่ต้องสวมชุดของพี่สาว หรือขอโทษที่กำลังเดินเข้าสู่ชีวิตของผู้ชายที่ควรเป็นเจ้าบ่าวของพริมรตา
เสียงประตูเปิดออกทำให้ลลิตาหันไปมอง ธีรภพยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเจ้าบ่าวสีดำสนิท ใบหน้าของเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่เย็นชาจนห้องทั้งห้องเหมือนอุณหภูมิลดลงทันที
“ถึงเวลาแล้ว” ธีรภพพูดสั้น ๆ แต่น้ำเสียงหนักแน่นและห่างเหินจนลลิตารู้สึกเจ็บลึก
“คุณธีร์ ถ้าคุณไม่อยากทำ เรายังหยุดทุกอย่างได้นะคะ” ลลิตาพูดด้วยน้ำเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความหวังเล็ก ๆ ที่ริบหรี่
ธีรภพมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ชุดเจ้าสาวบนร่างเธอ ก่อนใบหน้าจะกระด้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ชุดนี้ไม่ควรอยู่บนตัวเธอ” ธีรภพพูดเสียงต่ำ แววตาของเขาเจ็บปวดและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน
ลลิตาชะงักเหมือนถูกตบหน้า เธอก้มมองชุดบนตัวเอง มือบางกำชายกระโปรงไว้แน่นจนข้อนิ้วซีด
“ฉันรู้ค่ะ ฉันก็ไม่อยากใส่มันเหมือนกัน” ลลิตาตอบเสียงสั่น ความเจ็บปวดอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
“จำความรู้สึกนี้ไว้ เพราะหลังจากวันนี้เธอจะได้อยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ของเธอไปอีกนาน” ธีรภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเลือดเย็น ก่อนยื่นแขนออกมาให้เธอจับตามพิธีการ
ลลิตามองท่อนแขนของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ วางมือลงไป ทั้งที่มือของเขาอุ่น แต่ความรู้สึกที่ส่งมาถึงเธอกลับเย็นเสียยิ่งกว่าความตาย
ประตูโบสถ์เปิดออกช้า ๆ สายตานับสิบคู่หันมามองเจ้าสาวคนใหม่ เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้านราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ลลิตาได้ยินบางคำชัดเจนพอจะทำให้หัวใจเธอบอบช้ำยิ่งกว่าเดิม
“น้องสาวแต่งแทนพี่”
“คนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตายไม่ใช่หรือ”
“น่าสงสารพริมรตา เจ้าบ่าวยังต้องแต่งกับน้องสาวแทน”
ลลิตากัดริมฝีปากจนเจ็บ เธอพยายามก้าวเดินให้มั่นคง แม้ทุกก้าวจะเหมือนเหยียบอยู่บนเศษแก้ว ธีรภพเดินเคียงข้างเธออย่างสง่างาม แต่แรงที่เขาประคองแขนเธอไว้นั้นแข็งกระด้าง คล้ายเตือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ล้ม ไม่มีสิทธิ์อ่อนแอ และไม่มีสิทธิ์หนี
เมื่อถึงหน้าแท่นพิธี ลลิตายืนเคียงข้างธีรภพท่ามกลางดอกไม้สีขาวที่ควรเป็นสัญลักษณ์ของความรักบริสุทธิ์ แต่สำหรับเธอ มันเหมือนดอกไม้หน้าศพมากกว่าดอกไม้ในงานแต่ง
พิธีดำเนินไปอย่างเงียบงัน ทุกถ้อยคำของผู้ประกอบพิธีลอยผ่านหูเธอราวกับเสียงจากที่ไกลแสนไกล จนกระทั่งถึงช่วงที่เจ้าบ่าวต้องกล่าวคำสัญญา
ธีรภพหันมามองเธอ ดวงตาคมมืดลึกจนลลิตาอ่านไม่ออกว่าในนั้นมีความรู้สึกใดซ่อนอยู่ นอกจากความแค้นที่ยังไม่ยอมดับ
“ผมรับผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยา” ธีรภพกล่าวเสียงเรียบ คำว่าภรรยาจากปากเขาไม่ได้อบอุ่น หากเหมือนคำตัดสินที่ผูกโซ่ตรวนรอบชีวิตเธอ
ลลิตากลืนน้ำตาลงคอ ก่อนพูดคำสัญญาของตัวเองออกไปอย่างยากเย็น
“ฉันรับผู้ชายคนนี้เป็นสามี” ลลิตาเอ่ยเสียงเบา แต่ทุกคำสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดที่เธอพยายามซ่อนไว้
เมื่อสวมแหวนเสร็จ ธีรภพก้มลงใกล้เธอราวกับจะจูบเจ้าสาวตามพิธี ผู้คนรอบข้างเงียบลงเพื่อรอภาพงดงามของคู่บ่าวสาว หากแท้จริงแล้วริมฝีปากของเขาไม่ได้แตะต้องเธอเลย มีเพียงเสียงกระซิบเย็นชาที่ลอดเข้ามาใกล้หู
“ชีวิตหลังจากนี้ของเธอจะไม่มีวันสงบสุข ลลิตา” ธีรภพกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำเย็น รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าเขาหลอกสายตาคนทั้งงานว่าเป็นรอยยิ้มของเจ้าบ่าว แต่ลลิตารู้ว่ามันคือรอยยิ้มของคนที่ตั้งใจลงทัณฑ์
ลลิตาหลับตาลงชั่ววินาที หัวใจของเธอเจ็บจนเหมือนถูกบีบให้แตกคามือเขา แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาที่เปียกชื้นกลับมีประกายดื้อรั้นซ่อนอยู่
“ถ้าคุณจะทำให้ฉันเจ็บเพราะความผิดที่ฉันไม่ได้ก่อ ฉันก็จะมีชีวิตอยู่เพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าคุณลงโทษผิดคน” ลลิตาตอบกลับเสียงเบา แต่ชัดเจนพอให้เขาได้ยินเพียงคนเดียว
ธีรภพชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนความเย็นชาจะกลับมาปกคลุมเหมือนเดิม
“งั้นก็พยายามให้เต็มที่ เพราะฉันจะไม่ปรานีเธอ” ธีรภพตอบกลับอย่างเลือดเย็น ก่อนจับมือเธอไว้แน่นต่อหน้าผู้คน
เสียงปรบมือดังขึ้นรอบโบสถ์ แต่สำหรับลลิตา เสียงนั้นไม่ต่างจากเสียงปิดประตูกรงขัง
เธอยืนเคียงข้างธีรภพในฐานะภรรยาตามกฎหมาย ทว่าหัวใจของเขายังคงอยู่กับผู้หญิงที่นอนแน่นิ่งอยู่ในความตาย และสายตาที่เขามอบให้เธอก็ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด เขาไม่ได้แต่งงานกับเธอเพราะรัก เขาแต่งงานกับเธอเพื่อให้เธอชดใช้ และตั้งแต่วินาทีนั้น ลลิตาก็รู้ว่าชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
