บทที่ 4 ตอนที่ 4 คืนวิวาห์ที่มีแต่ความแค้น

ตอนที่ 4

คืนวิวาห์ที่มีแต่ความแค้น

รถคันหรูสีดำแล่นออกจากสถานที่จัดงานแต่งงานท่ามกลางความเงียบที่หนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่ถ่วงอยู่กลางอากาศ ลลิตานั่งอยู่เบาะด้านหลังข้างธีรภพ ชุดเจ้าสาวสีขาวที่เธอสวมยังงดงามไร้ที่ติ หากหัวใจของเจ้าของร่างกลับแหลกยับเสียยิ่งกว่าซากรถในคืนก่อน

ข้างกายเธอ ธีรภพนั่งนิ่งราวกับรูปสลัก ใบหน้าคมคายเย็นชาไร้รอยยิ้ม ดวงตาของเขามองออกไปนอกกระจกรถตลอดทาง ไม่แม้แต่จะเหลือบมองผู้หญิงที่เพิ่งกลายเป็นภรรยาตามกฎหมายของตนเอง

ลลิตากำช่อดอกไม้เจ้าสาวไว้แน่น ดอกกุหลาบสีขาวในมือเริ่มช้ำเพราะแรงบีบโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอ่อนหวานเหมือนเจ้าสาวคนอื่น ตรงกันข้าม มันกลับทำให้เธอนึกถึงพริมรตา นึกถึงผ้าขาวที่คลุมร่างพี่สาว และนึกถึงสายตาอาฆาตของธีรภพในคืนแห่งความตาย

“คุณจะพาฉันไปที่ไหนคะ” ลลิตาถามขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเธอเบาแต่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่กดทับอยู่ในอกมาตลอดทาง

ธีรภพไม่ตอบทันที เขายังคงมองถนนที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ราวกับคำถามของเธอเป็นเพียงเสียงลมผ่านหู

“เรือนหอ” ธีรภพตอบสั้น ๆ หลังจากปล่อยให้ความเงียบทรมานเธออยู่ครู่ใหญ่ น้ำเสียงของเขาเรียบเย็นจนลลิตารู้สึกเหมือนถูกผลักออกไปไกลกว่าเดิม

ลลิตาชะงัก หัวใจสะดุดวูบเมื่อได้ยินคำนั้น เรือนหอที่เขาพูดถึงไม่ใช่บ้านที่เตรียมไว้สำหรับเธอ แต่เป็นบ้านที่เคยเตรียมไว้ให้พริมรตา

“ฉันไม่อยากไปที่นั่นค่ะ” ลลิตาพูดเสียงสั่น ดวงตาของเธอหม่นลงเมื่อคิดว่าทุกมุมของบ้านหลังนั้นคงเต็มไปด้วยเงาของพี่สาว

ธีรภพค่อย ๆ หันมามองเธอ แววตาคมกริบของเขาไร้ความเห็นใจ มีเพียงความเย็นชาที่กรีดลึกกว่าใบมีด

“เธอไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่ยอมสวมชุดเจ้าสาวของพริมแล้ว” ธีรภพกล่าวเสียงต่ำ สีหน้าของเขาสงบนิ่งแต่ถ้อยคำกลับโหดร้ายจนลลิตาต้องเม้มริมฝีปากแน่น

“ฉันไม่ได้อยากสวมชุดของพี่พริม และไม่ได้อยากมาแทนใครทั้งนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะผู้ใหญ่บังคับ และคุณเองก็เป็นคนยอมให้มันเป็นแบบนี้” ลลิตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามประคองไม่ให้สั่น แม้ปลายนิ้วของเธอจะเย็นเฉียบไปหมด

ธีรภพหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย

“ใช่ ฉันยอม เพราะถ้าไม่ยอม เธอคงได้หนีไปทำหน้าเศร้าให้คนอื่นสงสาร แล้วทิ้งให้พริมตายไปอย่างไร้ความหมาย” ธีรภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดลึก ความแค้นที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งเริ่มเผยคมออกมาทีละน้อย

“พี่พริมไม่ได้ตายเพราะฉันค่ะ ฉันพูดกี่ครั้งคุณก็ไม่เคยฟัง” ลลิตาพูดอย่างเจ็บปวด น้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้งแต่เธอฝืนไม่ให้มันไหล

“ฉันฟังหลักฐาน ไม่ได้ฟังน้ำตาของคนที่อาจสร้างเรื่องโกหกเก่งกว่าที่ใครคิด” ธีรภพตอบอย่างเลือดเย็น ก่อนหันกลับไปมองด้านหน้าอีกครั้ง

คำพูดนั้นทำให้ลลิตานิ่งงัน เธออยากอธิบาย อยากยื่นโทรศัพท์ให้เขาดูอีกครั้ง อยากบอกว่าข้อความจากพริมรตายังอยู่ตรงนั้น แต่เธอรู้ดีว่าตอนนี้ธีรภพไม่ได้ปิดหูเพียงอย่างเดียว เขาปิดหัวใจไม่ให้ความจริงใด ๆ ผ่านเข้าไปได้เลย

รถแล่นผ่านประตูรั้วสูงเข้าสู่บ้านหลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเงียบสงบ เรือนหอที่ควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความหวังของคู่แต่งงาน กลับดูเย็นเยียบอย่างน่าประหลาด แสงไฟสีทองจากโคมระย้าหน้าบ้านส่องลงบนพื้นหินอ่อน แต่ไม่อาจขับไล่ความอ้างว้างที่ปกคลุมอยู่ทั่วอาณาบริเวณ

เมื่อรถจอดสนิท ธีรภพเปิดประตูลงไปก่อนโดยไม่รอลลิตา หญิงสาวจึงต้องรวบชายกระโปรงเจ้าสาวแล้วก้าวลงจากรถด้วยตัวเอง เธอเกือบสะดุดเพราะชายกระโปรงยาวเกินไป แต่ธีรภพก็เพียงปรายตามอง ไม่ได้ยื่นมือมาช่วย

ลลิตากลืนความเจ็บลงไปในอก ก่อนเดินตามเขาเข้าไปในบ้าน ทันทีที่ประตูไม้บานใหญ่เปิดออก กลิ่นดอกลิลลี่และกุหลาบก็ลอยเข้ามาปะทะ เธอเห็นกรอบรูปของพริมรตาวางอยู่บนโต๊ะคอนโซลกลางโถง ภาพนั้นเป็นภาพพรีเวดดิ้งที่พริมรตายืนยิ้มอยู่ข้างธีรภพ ใบหน้าของพี่สาวงดงามอ่อนหวาน ส่วนธีรภพในภาพก็มองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักอย่างลึกซึ้ง

ลลิตาหยุดยืนอยู่หน้ารูปนั้น หัวใจเหมือนถูกบีบแน่นจนหายใจไม่ออก

ทุกมุมของบ้านมีร่องรอยของพริมรตา แจกันดอกไม้ที่เธอเลือก ผ้าม่านสีครีมที่เธอเคยบอกว่าชอบ รูปถ่ายคู่ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือ รวมถึงหมอนปักชื่อย่อของธีรภพกับพริมรตาบนโซฟาตัวยาว บ้านหลังนี้ไม่เคยมีที่ว่างสำหรับลลิตาเลย

“เจ็บหรือ” ธีรภพถามขึ้นจากด้านหลัง น้ำเสียงของเขาเย็นชาเหมือนกำลังยืนดูศัตรูถูกลงโทษ

ลลิตาหันกลับไปมองเขาช้า ๆ เธอเห็นแววตาเย็นเยียบของเขาและรู้ทันทีว่าทุกสิ่งในบ้านหลังนี้ถูกปล่อยไว้เช่นเดิมโดยเจตนา เขาต้องการให้เธอเห็น ต้องการให้เธอจมอยู่กับเงาของพริมรตาทุกลมหายใจ

“เจ็บค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะฉันอยากได้ของของพี่พริม ฉันเจ็บเพราะทุกคนทำเหมือนฉันไม่ใช่คน มีชีวิต มีหัวใจ และเสียใจเป็นเหมือนกัน” ลลิตาตอบเสียงสั่น แต่ยังพยายามยืนตัวตรง ไม่ยอมให้ความอ่อนแอทำให้เขาเหยียบย่ำเธอได้ง่ายกว่านี้

ธีรภพเดินเข้ามาใกล้ เขาหยุดตรงหน้าเธอแล้วมองช่อดอกไม้เจ้าสาวที่อยู่ในมือเธอด้วยแววตาแข็งกร้าว

“ช่อดอกไม้นั่นควรอยู่ในมือพริม ไม่ใช่มือเธอ” ธีรภพพูดเสียงต่ำ ทุกคำเต็มไปด้วยความปวดร้าวที่แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป