บทที่ 5 ลอบทำร้าย
บทที่5
ลอบทำร้าย
เกาะทางตอนใต้ประเทศไทย
“ถึงแล้วครับนาย” เสียงราเชนทร์บอกเจ้านายหนุ่มด้วยท่าทีสุขุมก่อนจะลงไปเปิดประตูให้กับเจ้านายได้ลงมาเพราะตอนนี้พวกเขาได้เดินทางมาถึงโรงแรมดังในตัวเมืองจังหวัดแล้ว
“อืม” ชายหนุ่มร่างสูงถอดแว่นตากันแดดออกก่อนจะใช้สายตาราบเรียบของตัวเองมองตรงไปยังโรงแรมหรูตรงหน้าด้วยท่าทีนิ่งๆ
เขาก้าวขาลงจากรถโดยมีลูกน้องตามประกบด้านหลังทันทีท่าทีน่าเกรงขามของชายหนุ่มทำให้พนักงานต้อนรับและผู้คนที่เข้าพักลอบมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความรู้สึกเกร็งและหวาดกลัวไม่น้อยไหนจะเหล่าชายฉกรรจ์ที่ติดตามเขาอยู่ด้านหลังอีกถึงห้าคน
ราเชนทร์ให้ลูกน้องที่เหลือไปจัดการห้องพักของตัวเองให้เรียบร้อยส่วนเขากับเจ้านายหนุ่มเข้าพักยังห้องพักวีไอพีที่เขาจองเอาไว้ก่อนจะเดินทางมาที่นี่
แต่สุดท้ายเจ้านายหนุ่มก็ให้ทุกคนมาพักยังชั้นเดียวกันทั้งหมดเพื่อความสะดวกและง่ายต่อการคอยคุ้มกันเพราะงานที่พวกเขาจะไปร่วมเย็นนี้ต้องคอยระวังตัวเป็นพิเศษส่วนลูกน้องที่คอยคุ้มกันอยู่บริเวณรอบๆโรงแรมก็ให้จัดการหาห้องพักบริเวณชั้นปกติไป
เมื่อถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงธามไทและเหล่าลูกน้องก็ออกไปร่วมงานตามปกติโดยที่พอถึงงานเขาก็นั่งรอหุ้นส่วนคนสำคัญอย่างไม่นึกสนใจใครอีกแม้ว่าจะมีนักธุรกิจมากหน้าหลายตาที่พยายามเข้ามาทำความรู้จักและตีสนิทด้วยแต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะไม่รับไมตรีจากใครเพราะแค่กวาดสายตามองเขาก็รู้แล้วว่าคนที่เดินเข้ามาไม่สามารถให้ประโยชน์อะไรกับเขาได้
“สวัสดีครับคุณธาม ขอโทษที่ต้องให้รอ”
“ไม่เป็นไรครับ” ธามไทพยักหน้ารับนิ่งๆกับหุ้นส่วนคนสำคัญของเขาอย่างไนท์ก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องกระจายออกไปคุ้มกันด้านนอกให้เหลือไว้แค่เพียงราเชนทร์ก็พอ
“งั้นไปคุยกันมุมนู้นดีกว่าครับ” ไนท์ผายมือบอกพิกัดก่อนจะบอกลูกน้องที่ตามประกบไม่ห่างให้ออกไปรอด้านนอกเช่นเดียวกัน
ธามไทพยักหน้าก่อนจะเดินตามชายหนุ่มอีกคนไปท่าทีน่าเกรงขามของคนทั้งคู่ทำให้ผู้คนภายในงานลอบมองด้วยท่าทีแตกต่างกันออกไปบางคนก็ชื่นชมในความเก่งกาจในด้านธุรกิจและความมีอิทธิพลของคนทั้งคู่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกขัดหูขัดตาและอิจฉาในความเก่งเกินไปของชายหนุ่มทั้งสอง
“นี่เครย์ตันเพื่อนผมครับ” เมื่อเดินออกมาได้ไม่นานไนท์ก็เหลือบไปเห็นเพื่อนรักตัวเองจึงแนะนำให้ทั้งสองคนได้รู้จักกัน
“ยินดีที่ได้พบคุณธามไทนะครับ” ชายหนุ่มอีกคนกล่าว
“ครับ” ธามไทเพียงพยักหน้ารับและจับมือกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทีนิ่งเรียบเขาพอจะรู้จักคนตรงหน้าอยู่บ้างเพราะอีกฝ่ายก็มีอิทธิพลในวงการธุรกิจพอตัวอีกอย่างเขาก็รู้มาว่าโรงแรมที่เขาเข้าพักก็เป็นของชายหนุ่มตรงหน้า
เขาเองก็จับธุรกิจโรงแรมเช่นเดียวกันกับอีกฝ่ายแต่พื้นที่แถวนี้เขายังไม่คิดมาลงทุนเพราะเขาสนใจกว้านซื้อที่ดินมาทำคาสิโนมากกว่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อคุยรายละเอียดและดูสถานที่จริง
ด้านไนท์เองเมื่อพูดคุยกับเพื่อนสนิทเรียบร้อยก็ขอตัวเดินกลับมาหาหุ้นส่วนคนสำคัญเพื่อที่ทั้งสองจะได้ออกไปพูดคุยกันด้านนอกต่อ
“คุณธามจะให้ลูกน้องมาคุมการก่อสร้างเองใช่ไหมครับ”
“ครับ สร้างเสร็จเมื่อไหร่ค่อยให้คนของคุณเข้ามาช่วยดู” เพราะการทำคาสิโนครั้งนี้ธามไทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เขาอยากควบคุมการก่อสร้างและรายละเอียดอื่นๆเองโดยให้คนที่มีประสบการณ์อย่างไนท์เข้ามาช่วยอีกแรงเนื่องจากอีกฝ่ายคุ้นเคยกับธุรกิจสีเทามามากกว่าตัวเขาที่ทำธุรกิจหลากหลายขาวบ้างเทาบ้างปะปนกันไป
ที่สำคัญที่เขาถูกใจหุ้นส่วนคนนี้ตั้งแต่ได้พูดคุยกันครั้งแรกเพราะอีกฝ่ายมีความเจ้าเล่ห์และมีเล่ห์เหลี่ยมทันเขาดีและอีกอย่างยังมีความเป็นมืออาชีพสูงสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วบวกกับประสบการณ์การทำผับและคาสิโนที่เจ้าตัวผ่านมาหมดแล้วอีกทั้งความมีอิทธิพลในแวดวงสีเทาของชายหนุ่มทำให้เขาพอใจเพราะมันจะทำให้งานทุกอย่างที่เขาต้องการดำเนินไปอย่างราบรื่น
“ถ้าอย่างงั้นตกลงตามที่คุณธามต้องการได้เลยครับ ผมไม่มีปัญหาอะไร อยากให้ช่วยอะไรคุณค่อยบอกแล้วกัน” ไนท์กระตุกยิ้มอย่างคนไม่คิดไรมากก่อนจะยื่นมือไปให้อีกฝ่ายสัมผัสเพื่อเป็นการทำข้อตกลงร่วมกัน
“ครับ ผมเองยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับคุณ”
“หึ มีโอกาสแวะไปที่ผับผมได้ ผมอยากดื่มกับคุณ”
“ไม่มีปัญหา”
“ถ้างั้นผมขอตัวก่อน” ไนท์ผงกศีรษะเป็นเชิงกล่าวลาก่อนจะเดินออกไปกับมือขวาคนสนิทของตัวเอง
ด้านธามไทก็จัดการดึงบุหรี่ออกมาคาบไว้ที่ปากก่อนจะจุดสูบและพ่นควันออกมาอย่างสบายอารมณ์เขาค่อนข้างพอใจกับการพูดคุยและตกลงกันง่ายๆแบบนี้
“กลับเลยไหมครับนาย ผมรู้สึกเหมือนมีคนลอบมองเรา” สัญชาตญาณของบอดี้การ์ดฝีมือดีอย่างราเชนทร์ไม่เคยผิดพลาดทำให้เจ้าของร่างสูงพยักหน้าและเดินนำลูกน้องคนสนิทออกไปโดยที่ปากเขายังคงพ่นควันบุหรี่ออกมาไม่หยุดหย่อน
สายตาคมกริบเหลือบมองรอบๆเพียงนิดเมื่อพบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติเขาจึงเหยียบขยี้ก้นบุหรี่บนพื้นและก้าวขาขึ้นรถเพื่อกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมต่อ
เนื่องจากพรุ่งนี้เช้าเขาต้องเดินทางไปดูสถานที่ที่เขาจะใช้สร้างคาสิโนแค่เพียงคิดถึงสิ่งที่กำลังจะทำร่างสูงก็กระตุกยิ้มอย่างพอใจเพราะไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรหากเขาสนใจแล้วละก็เขาต้องเอามันมาให้ได้และต้องทำมันให้สำเร็จไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใดก็ตาม
วันต่อมา
ร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่านั่งพิงอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ของโรงแรมพร้อมกับแช่น้ำนมที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้เพื่อขจัดความเหนื่อยล้าและต้องการผ่อนคลายจากการที่เขาไปดูที่ดินที่จะใช้ก่อสร้างคาสิโนในตอนเช้ามันทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อย
ตอนนี้ก็เป็นเวลาใกล้เย็นเต็มทีแต่ร่างสูงก็ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อทานอาหารเย็นที่ลูกน้องลงไปสั่งทางโรงแรมให้เอาขึ้นมาส่ง
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นติดๆกันทำให้ชายหนุ่มที่กำลังหลับตานิ่งๆอยู่เปิดเปลือกตาขึ้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
“ใคร!” ธามไทถามออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ”
“เข้ามา” ได้ยินน้ำเสียงสุภาพจากพนักงานโรงแรมที่คงผ่านการตรวจสอบจากลูกน้องของเขาที่เฝ้าอยู่ประตูด้านนอกทำให้ชายหนุ่มอนุญาตทั้งๆที่ตอนนี้เขายังคงนั่งหันหลังพิงอ่างอาบน้ำดังเดิมเนื่องจากห้องน้ำเป็นแบบกระจกใสสามารถมองทะลุออกไปห้องด้านนอกได้และมันก็ไม่ได้ไกลกันจนไม่สามารถพูดคุยกับคนที่ยืนอยู่ด้านหลังได้
“คุณผู้ชายจะทานเลยไหมคะหรือว่าต้องการเครื่องดื่มก่อน” น้ำเสียงอ่อนหวานดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ร่างสูงที่หลับตานิ่งๆอยู่อนุญาตให้เอาเครื่องดื่มเข้ามาให้ยังอ่างอาบน้ำได้เพราะเขายังคงอยากแช่น้ำอุ่นต่อ
ด้านหญิงสาวอีกคนที่ได้ยินคำอนุญาตให้เดินเข้าไปใกล้ได้ก็เกิดความรู้สึกประหม่าและหวาดกลัวไม่น้อยแต่ทำไงได้ตอนนี้มันเป็นโอกาสของเธอที่จะได้แก้แค้นอีกฝ่ายคืนเธอรอโอกาสนี้มานานแล้ว
คนที่หวังดีกับเธอบอกว่าอีกฝ่ายจะมางานเลี้ยงที่จังหวัดแห่งนี้ทำให้เธอตามเขามาและลอบมองเขาอยู่ตลอดเวลาจนสบโอกาสในเย็นวันนี้ที่เหล่าลูกน้องของเขาผลัดเปลี่ยนกันกลับไปพักผ่อนยังห้องพักทำให้เธอดำเนินตามแผนการได้สะดวก
เธอก็แค่ทำตามแผนการของบุคคลที่ให้ความช่วยเหลือวางเอาไว้ส่วนที่เหลือคนเหล่านั้นจะเข้ามาจัดการต่อเอง
ลลิณสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อรวบรวมความกล้าเธอมองไปยังแผ่นหลังแข็งแรงของเขาที่มีรอยสักขนาดใหญ่เป็นรูปพญาเหยี่ยวที่กำลังออกล่าเหยื่ออย่างนึกหวั่นในใจเพราะขนาดรอยสักยังบ่งบอกถึงความโหดเหี้ยมและเลือดเย็นของเขาเลย
ยิ่งเธอเดินเข้าไปใกล้แผ่นหลังเขามากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งต้องข่มความกลัวเอาไว้สายตาเหยี่ยวบนแผ่นหลังกว้างของเขาเหมือนกับมันกำลังจ้องมองข่มขู่เธอไม่วางตาทำให้ขนอ่อนตามลำคอลุกชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ไวน์ค่ะ”
“อืม วางไว้และออกไป”
“ค่ะ” ลลิณรับคำพร้อมกับก้าวถอยหลังออกมาเธอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาชิงชังไม่ปกปิดก่อนจะเฝ้ารอให้ชายหนุ่มดื่มไวน์ที่เธอใส่ยานอนหลับลงไปเพราะเมื่ออีกฝ่ายสลบไปคนของคนที่ให้ความช่วยเหลือเธอจะเข้ามาจัดการเขาทันทีซี่งตอนนี้น่าจะจัดการลูกน้องที่ยืนเปลี่ยนกันเฝ้าหน้าประตูเรียบร้อยแล้ว
ด้านธามไทเขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วไวน์มากวัดแกว่งเพียงเล็กน้อยก่อนที่สายตาเขาจะมืดดำลงเมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติภายในแก้วร่างสูงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะทำเป็นยกแก้วไวท์ขึ้นดื่มทั้งๆที่เขาเทมันอาบลำตัวลงไปอย่างแนบเนียน
ชายหนุ่มทำทีนั่งนิ่งๆก่อนจะวางแก้วไวน์ที่เทจนหมดไว้ที่เดิมเขาเหลือบมองไวน์สีเข้มที่พึ่งเทลงไปด้วยแววตาที่ลุกโชนด้วยโทสะเพราะมันมีกลิ่นฉุนบางอย่างเตะจมูกขึ้นมา สิ่งที่คนด้านหลังใส่ลงไปมันคงไม่ใช่แค่ยานอนหลับธรรมดาสินะ แต่มันคงเป็นยาอันตรายบางอย่างที่อาจทำให้เขาถึงแก่ชีวิตได้หากเผลอดื่มเข้าไปจริงๆ
ลลิณยืนมองชายหนุ่มที่กำลังเอนเอียงฟุบลงกับขอบอ่างอาบน้ำด้วยใจที่สั่นระรัวเพราะดูเหมือนว่าแผนการของเธอจะสำเร็จไปขั้นนึงแล้วแค่รอเวลาให้อีกฝ่ายหลับสนิทมากกว่านี้เท่านั้น
เธอเหลือบมองมีดเล็กๆที่ใช้หั่นสเต็กเนื้อที่อีกฝ่ายได้สั่งขึ้นมาด้วยแววตาวาวโรจน์ความเคียดแค้นชิงชังกำลังครอบงำเธอจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้หากเธอไม่เห็นหลักฐานที่บ่งชัดว่าเป็นเขาที่ฆ่าพ่อเธอจากบุคคลที่บอกเล่าเธอก็คงไม่มีทางปักใจเชื่อจนยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้หรอก
ในเมื่อกฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้ก็คงต้องเป็นเธอที่ต้องลงมือเองแล้วล่ะและตอนนี้เธออดใจรอไม่ไหวที่จะให้คนอื่นเป็นฝ่ายมาจัดการกับเขา
เพราะเธอมีโอกาสในมือแล้วก็ควรเป็นเธอที่ต้องจัดการกับเขาด้วยตัวเอง…
อีกด้าน
“พ่อคิดว่าเด็กคนนั้นทำได้จริงๆเหรอ”
“หึ ความแค้นมันน่ากลัวกว่าที่แกคิดนะ”
“ทำไมถึงต้องเป็นเด็กคนนี้”
“แกก็รู้ว่าพ่อรอเวลานี้มานานแค่ไหน ไม่ใช่เพราะมันหรอกเหรอที่ทำให้พ่อมือพิการแบบนี้ คนสนิทของพ่อก็ต้องติดคุกเพราะมัน” ศักดิ์ชัยเอ่ยเสียงเย็นด้วยความเคียดแค้นเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อสิบหกปีก่อนที่เขาจดจำได้ไม่เคยลืม
“แต่เราตกลงกับฝ่ายนั้นไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“ถ้ามันไม่เล่นตุกติกส่งคนของมันเข้าไปในเรือนจำพ่อก็คิดจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นความลับต่อไป แต่มันไม่รักษาสัญญาก่อน พ่อจำเป็นต้องใช้เด็กคนนี้จัดการมันแทน”
ตุลย์มองบิดาด้วยสายตาไม่ค่อยสบายใจบางทีคนที่คิดแค้นและไม่ปล่อยวางอาจเป็นพ่อเขาก็ได้แต่ทำไงได้ล่ะสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องเข้าข้างพ่อบังเกิดเกล้าอยู่ดี
ชายหนุ่มกลัวอย่างเดียวกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ตายและกลับมาเล่นงานพวกเขาหนักกว่าเดิมคราวนี้คงได้เป็นศัตรูกันไม่จบไม่สิ้น…
