บทที่ 10 10
“ค่ะพี่วัฒน์” รสจเรศจำใจโกหก เพื่อไม่ให้ชายคนรักสงสัย
“งั้นอยู่ทานข้าวมื้อเย็นกันสักมื้อนะครับ” ชัยวัฒน์เอ่ยชักชวนเพื่อนของแฟนสาว เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของทั้งคู่ ที่อุตส่าห์ขับรถมาส่งรสจเรศถึงที่บ้านไร่
“เอ่อ...ผมต้องขอ...” ธีระวิทย์ไม่ทันได้กล่าวปัดปฏิเสธด้วยซ้ำ แต่เสียงญาติผู้น้องดังเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
“ยินดีค่ะพี่วัฒน์ ใช่มั้ยเอ็ม” สาวิตรีรีบตอบรับเสียงหวาน หันไปส่งสายตาบีบบังคับ ให้ญาติผู้พี่ตอบตกลงด้วย
“เอ่อ...ครับ”
“พี่วัฒน์คะ เดี๋ยวน้อยขอเข้าไปทำกับข้าวก่อนนะคะ” หญิงสาวเอ่ยกับคนรักเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดีนัก
“ดีเลยจ้ะน้อย งานแบบนี้เธอถนัดอยู่แล้วนี่ พี่วัฒน์ขา พาสาออกไปเดินเล่น ชมไร่หน่อยสิคะ” สาวิตรีเดินเข้ามาแทรกกลางของคู่รัก อย่างน่ารังเกียจ ทำให้ญาติผู้พี่ถึงกับหน้าม้าน รู้สึกอับอายขายหน้าแทนซะเหลือเกิน
“คือว่าผม...” ชัยวัฒน์หันไปมองหน้าสาวคนรัก ไม่รู้เธอเป็นอะไร ทำไมใบหน้าถึงได้หมองเศร้าเช่นนี้
“นะคะพี่วัฒน์ขา” สาวิตรีเขย่าแขนผู้จัดการหนุ่มเบาๆ ออดอ้อนเสียงหวานอย่างมีจริตจะก้าน
“ก็ได้ครับ คุณเอ็มไปด้วยกันนะครับ” ชัยวัฒน์หันไปชักชวนชายหนุ่มรุ่นน้อง ตามมารยาทที่ดีของเจ้าของบ้าน
“เอ็มเขาชอบเข้าครัวทำอาหารค่ะพี่วัฒน์ ปล่อยให้เขาเข้าไปช่วยน้อยทำอาหารเถอะค่ะ” สาวิตรีดึงแขนผู้จัดการหนุ่มออกจากบ้านพักของรสจเรศไป หวังสร้างบรรยากาศให้เขาหันมาสนใจเธอ
“คุณพ่อขา” น้องแก้มวิ่งหอบกระเป๋านักเรียนเข้ามาหาบิดาตน ยืนมองผู้หญิงที่ยืนเกาะแขนบิดาด้วยความสงสัย
“กลับมาแล้วหรือครับน้องแก้ม” ชายหนุ่มทรุดตัวลงหอมแก้มยุ้ยของบุตรสาวด้วยความรัก
“สวัสดีคุณน้าสาก่อนลูก เธอเป็นเพื่อนของแม่น้อย” สาวิตรีสะอึกเล็กน้อย ที่ได้ยินสรรพนามที่ชายหนุ่มกล่าวถึงรสจเรศ
“สวัสดีค่ะคุณน้าสา”
“อุ้ย! คนนี้เหรอคะน้องแก้มน่ารัก น่าชังเชียวค่ะ” หญิงสาวเสแสร้งเข้ามาบีบแก้มยุ้ยของน้องแก้มอย่างแรง
“โอ้ย!” น้องแก้มร้องออกมา ด้วยความเจ็บกับแรงบีบของคุณน้าคนสวย
“เป็นอะไรครับน้องแก้ม” ชัยวัฒน์ตกใจ รีบย่อตัวลงถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง
“น้องแก้มเจ็บที่แก้มค่ะคุณพ่อขา คุณน้าดึงแร๊ง แรง” น้องแก้มหันมาอธิบายให้บิดาฟัง ซึ่งได้สร้างความขุ่นเคืองใจให้สาวิตรีเป็นอย่างมาก
“น้าขอโทษนะคะ พี่วัฒน์สาขอโทษนะคะ” หญิงสาวรีบเดินเข้ามากุมมือชายหนุ่มไว้แน่น ส่งสายตาเว้าวอนให้ชายหนุ่มเห็นใจ
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับคุณสา เราเข้าไปหาแม่น้อยกันเถอะน้องแก้ม” ชายหนุ่มก้มลงอุ้มลูกน้อย เข้าไปในบ้านพักของสาวคนรัก ด้วยใจที่ร้อนรุ่ม รอจังหวะกลับเข้ามาหลายต่อหลายครั้ง แต่สาวิตรีกลับขอให้เขาพาเดินไปทางโน้นบ้าง ทางนี้บ้าง ทำให้เขาไม่สามารถขัดได้
“แม่น้อยขาอยู่ไหนคะ” น้องแก้มเรียกหาคุณแม่คนใหม่เสียงดังลั่น ตามคำสั่งของคุณพ่อสุดหล่อ อย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
“แม่อยู่นี่ค่ะน้องแก้ม” รสจเรศเดินมาออกมารับหน้าบุตรสาวคนใหม่ พร้อมก้มลงหอมแก้มนวลด้วยความรัก ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด แต่ในความรู้สึกของสาวิตรีกลับไม่คิดเช่นนั้น
หลังรับประทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ ธีระวิทย์ก็รีบขอตัวกลับบ้าน ก่อนที่สาวิตรีจะสร้างเรื่องยุ่งวุ่นวาย ทำให้รสจเรศกับคนรักมีปัญหากัน
กวินธิดาเดินทางกลับบ้านไร่ฉัตราภัคร มาพร้อมกับนนทิวัฒน์เพื่อนรัก ที่ขอตามมาเที่ยวที่บ้านไร่ด้วย และอีกหนึ่งเหตุผลหลักสำคัญ เพื่อลี้ภัยจากมารดา ที่ชอบสรรหา พาผู้หญิงมาให้เขาดูตัวที่บ้านอยู่เป็นประจำ
“คุณพ่อขา ธิดากลับมาแล้วค่ะ” หญิงสาววิ่งเข้ามาสวมกอดบิดาด้วยความคิดถึง
“กลับมาแล้วเหรอยัยหนู แล้วพาใครมาด้วยล่ะ” พ่อเลี้ยงฉัตรชลเอ่ยถามบุตรสาว ถึงชายหนุ่มร่างบางผิวขาว ที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหน้า
“นนทิวัฒน์เพื่อนรักธิดาเองค่ะคุณพ่อ” กวินธิดาหันมาดึงแขนเพื่อนรัก ให้เดินเข้ามาทำความรู้จักกับบิดาของตน
“สวัสดีฮะคุณพ่อ” นนทิวัฒน์ยกมือไหว้บิดาของเพื่อนรักอย่างนอบน้อมสวยงาม ทำให้พ่อเลี้ยงฉัตรชล มองด้วยความสงสัย กับท่าทางแปลกๆ ดูกระเดียดไปทางผู้หญิงเสียมากกว่า
“เอ่อ...ไหว้พระเถอะพ่อหนุ่ม” พ่อเลี้ยงกล่าวทักทายเพื่อนรักของบุตรสาวอย่างเป็นกันเอง
“คุณพ่อขา เดี๋ยวธิดาพานนนี่ เอ่อ...นนท์ไปที่ห้องพักก่อนนะคะ” กวินธิดาเกือบเผลอหลุดเรียกชื่อลับๆ ของนนทิวัฒน์ ที่รู้กันเฉพาะในกลุ่มเพื่อนๆ ออกมา จนนนทิวัฒน์ต้องหันมาถลึงตาใส่เพื่อนรักด้วยความไม่พอใจ
“ตามสบายเถอะลูก”
“เดี๋ยวธิดาลงมาคุยด้วยนะคะ อย่าพึ่งออกไปไหนนะคะ” หญิงสาวหันมากล่าวกำชับกับบิดา ก่อนจะดึงแขนเพื่อนรักให้ตามขึ้นไปที่ห้องพักรับรองแขก
หลังจากที่จัดการพาเพื่อนรักไปพักผ่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กวินธิดาจึงเดินลงมาที่ห้องรับแขกอีกครั้งเพื่อพูดคุยกับบิดาให้หายคิดถึง แต่ปรากฏว่าท่านไม่อยู่
“หายไปไหนนะ ธิดาบอกให้รอก็ไม่ยอมรอ” เรียวปากบางบ่นอุบอิบเบาๆ พร้อมสอดส่ายสายตาไปรอบๆ บ้าน
“ธิดากำลังมองหาใครอยู่เหรอครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องรับแขก เห็นร่างเล็กชะเง้อมองหาอะไรสักอย่าง
“ก็คุณพ่อน่ะ...” หญิงสาวถึงกับชะงักคำพูดทันควัน เมื่อรู้ว่าใครเข้ามาก่อกวน แถมสะบัดหน้าหนีไปอีกทางหนึ่งอย่างแสนงอน
“คุณอาทำไมเหรอครับ” ชายหนุ่มย้อนถามกลับเสียงทุ้มนุ่ม
“เปล่าค่ะ ถ้าพี่ณัฐมีธุระกับคุณพ่อ คงต้องรอก่อน เพราะท่านไปไหนไม่ทราบ” เธอพูดในขณะที่เดินไปนั่งที่โซฟา
“เปล่า พี่มาหาธิดานั่นแหละครับ” ชายหนุ่มชะโงกหน้าเข้ามาพูดกับคนตัวเล็กใกล้ๆ ทำให้หญิงสาวต้องขยับร่างหนี
“พี่ณัฐมีธุระสำคัญอะไรจะพูดธิดาเหรอคะ ถ้าเป็นเรื่องเรื่องที่ร้านอาหาร ธิดาไม่มีอะไรจะพูดด้วย” หญิงสาวทำปากยื่นออกมาเล็กน้อย รู้สึกไม่สบอารมณ์เมื่อมานึกถึงเรื่องในคืนวันนั้น
“พี่ขอโทษ ที่ไม่ได้ไปตามนัด” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอื้อมมือมากุมมือเล็กไว้แน่นไม่ยอมปล่อย กลัวเธอจะชิงเดินหนีไปเสียก่อน
“ธิดาบอกแล้วไงว่าไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก” หญิงสาวถึงกับฉุนขึ้นมา ที่ชายหนุ่มนำเรื่องที่ร้านอาหารมาพูดอีก
“แต่ธิดาต้องฟังพี่พูดให้จบเสียก่อน หลังจากนั้นจะโกรธจะเกลียดพี่ก็ไม่ว่าสักคำ” ชายหนุ่มจ้องหน้าคนแสนงอนด้วยแววตาที่จริงจัง
“มีอะไรจะแก้ตัวก็พูดมาเถอะค่ะ” กวินธิดาทำหน้าเบื่อหน่ายที่ต้องมาพูดซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ
