บทที่ 14 14
หลังจากคืนนั้น กวินธิดาก็คอยหลบเลี่ยงที่จะพบหน้ากับพ่อเลี้ยงณัฐวุฒิ ถึงเขาจะมาขอพบเธอที่บ้านเกือบทุกวัน แต่หญิงสาวก็มักจะมีข้ออ้างเสมอ จนพ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกแปลกใจ ไม่รู้เธองอนเขาด้วยเพราะสาเหตุอันใด ซึ่งเขายังหาเหตุผลไม่ได้
“แกจะหลบหน้าพ่อเลี้ยงณัฐไปถึงไหนยัยกวิน” นนทิวัฒน์ยืนจ้องหน้าเพื่อนรัก ที่เอาแต่นั่งซึม เก็บตัวเงียบ
“แกรักพ่อเลี้ยงใช่มั้ย บอกฉันสิ” หญิงสาวยังคงนั่งเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา นนทิวัฒน์ถึงกับส่ายหน้าให้คนปากแข็ง
“งั้นฉันจะลงไปบอกพ่อเลี้ยง ว่าสาเหตุอะไร ที่แกคอยแต่หลบหน้าเขา” นนทิวัฒน์ยื่นคำขาด เพราะทนเห็นเพื่อนรักนั่งอมทุกข์แบบนี้ไม่ไหว
“อย่านะนนนี่ งั้นเราขาดกัน” กวินธิดาตะโกนห้ามใส่หน้าเพื่อนรัก ไม่ให้ทำอะไรบ้าๆ
“งั้นแกก็บอกฉันมาสิ ว่าแกรักพ่อเลี้ยงหรือเปล่า” นนทิวัฒน์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กวินธิดา พร้อมกระชากแขนให้หันหน้ามาคุยกันให้รู้เรื่อง
“ฉันไม่ได้...” หญิงสาวถึงกับอึกอักพูดไม่ออก
“อย่ามาปฏิเสธยัยกวิน อ้าปากฉันก็เห็นลิ้นไก่ แกรักเขา ทำไมถึงไม่ไปบอกเขา จะเก็บไว้ให้ตัวเองเจ็บปวดทำไมกัน” นนทิวัฒน์ตำหนิเพื่อนรักเสียงสั่น เพราะความสงสารจับใจ จนแทบอยากจะร้องไห้ตามเสียให้ได้ เมื่อเห็นเพื่อนรักเป็นทุกข์
“จะให้หน้าด้านไปบอกเขาว่ารักงั้นหรือนนนี่ ก็เห็นๆ ว่าเขากำลังจะคืนดีกับคุณศิวิมล” กวินธิดาลุกขึ้นเถียงเพื่อนรักด้วยความโมโห จนน้ำตารื้นขอบตาออกมา
“แกอย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นสิ มันอาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไป ฉันว่าพ่อเลี้ยงไม่โง่ กลับไปกินของเก่า ที่เขาเขี่ยทิ้งแล้วหรอกเชื่อฉัน”
“แต่ว่าพี่ณัฐอาจจะรักเขา” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“แกคิดมากน่ะกวิน ที่ร้านอาหารพ่อเลี้ยงเขาก็ดูแลเทกแคร์แกเหมือนกับคนรัก ใครๆ ก็เห็น ถ้าพ่อเลี้ยงยังชอบยัยแม่หม้ายเน่านั่น เขาคงไม่สนใจถามไถ่แกหรอก”
“แกคิดว่าพี่ณัฐมีใจให้ฉันเหรอ แล้วเรื่องเขาจูบกัน...” น้ำเสียงหญิงสาวถึงกับขาดห้วง พูดอะไรไม่ออก รู้สึกปวดร้าวไปทั่วหัวใจ เมื่อนึกถึงภาพบาดตาบาดใจในคืนนั้น
“ฉันว่านะ อาจจะเป็นยัยแม่หม้ายที่จู่โจม แกอย่าปัญญาอ่อนเชื่อตามยัยนั่นไปหน่อยเลย”
“ยัยนนนี่ ไม่ต้องมาพูดดี ตอนที่แกเห็น แกก็ตกใจเหมือนกันแหละ” กวินธิดาหันไปต่อว่าเพื่อนรักเสียงขุ่น ทีตอนนั้นไม่เห็นพูดอะไร นอกจากตกใจช็อกยิ่งกว่าเธอซะอีก
“เออ...ทีแรกฉันก็อึ้ง แต่มาคิดๆ ดูอีกที ฉันว่ายัยนั่นทำฝ่ายเดียวนะ” นนทิวัฒน์พยายามหาเหตุผลมาลบล้างความคิด
“แกน่าจะบอกฉันให้ไวกว่านี้ ไม่รู้ว่าพี่ณัฐจะมาหาฉันที่ไร่อีกหรือเปล่า” หญิงสาวทรุดตัวนั่งลง รู้สึกกังวลใจต่างๆ นานา
“มาสิ ฉันเชื่อว่าพ่อเลี้ยงต้องมา ไปอาบน้ำแต่งตังสวยๆ รอพ่อเลี้ยงณัฐดีกว่า เร็วสิกวิน” นนทิวัฒน์กระชากแขนเรียวเล็ก ที่นั่งซึมกระทือให้ลุกขึ้น เข้าไปในห้องน้ำ
“ฮึ แค่นี้ต้องให้บังคับ” ชายหนุ่มตะโกนตามหลังเพื่อนรักด้วยรอยยิ้ม
พ่อเลี้ยงณัฐวุฒิตัดสินใจมาพบกับพ่อเลี้ยงฉัตรชลที่บ้านไร่ เพื่อคุยเรื่องที่ท่านเคยขอร้อง ให้เขาแต่งงานกับกวินธิดา ซึ่งเขาได้นำเรื่องนี้ไปคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว
“ณัฐคิดดีแล้วใช่มั้ยลูก” พ่อเลี้ยงฉัตรชลเอ่ยถามชายหนุ่มรุ่นลูก เพื่อความแน่ใจ ปนไปด้วยความยินดี
“ครับผมยินดีที่จะแต่งงานกับธิดาครับคุณอา” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง
“โทรไปแจ้งที่กรุงเทพหรือยังล่ะ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง” พ่อเลี้ยงฉัตรชลอดที่จะกังวลเรื่องนี้ไม่ได้
“เรียบร้อยแล้วครับ คุณย่ากับคุณพ่อคุณแม่ต่างดีใจที่ผมจะมีครอบครัวกับเขาเสียที เดือนหน้าท่านจะขึ้นมาที่ไร่ครับ บอกว่าอยากเห็นหน้าสะใภ้ครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวยิ้มๆ ไม่คิดว่าคุณย่าจะยอมรับกวินธิดาได้ง่ายดายเช่นนี้ โดยไม่ทันได้เจอหน้าหรือพูดคุยด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่บอกว่าเป็นลูกสาวของไร่ข้างๆ เท่านั้น จนเขารู้สึกแปลกประหลาดใจ
“อาขอบคุณมากณัฐ ชีวิตอาอยู่ในมือของณัฐ” พ่อเลี้ยงฉัตรชลเอื้อมมือมากุมมือชายหนุ่มรุ่นลูก ด้วยความปลาบปลื้มใจ
“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ เอ่อ...เรื่องธิดาล่ะครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกเป็นกังวล หากกวินธิดาทราบเรื่อง และเขายังเคลือบแคลงสงสัยในความสัมพันธ์ของหญิงสาวกับเพื่อนรักอย่างนนทิวัฒน์ ว่าทั้งคู่เป็นมากกว่าเพื่อนสนิทหรือไม่
“เรื่องนั้นณัฐไม่ต้องเป็นห่วงลูก เดี๋ยวอาจัดการเอง”
“ครับคุณอา อาการคุณอาเป็นอย่างไรบ้างครับช่วงนี้ ให้ผมพาไปหาหมอมั้ยครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยเป็นห่วง ทำให้พ่อเลี้ยงฉัตรชลรู้สึกดีใจ ที่เลือกคู่ครองให้บุตรสาวไม่ผิดไปจริงๆ เพราะพ่อเลี้ยงณัฐวัฒิเป็นคนที่จิตใจดีงาม มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ กับคนใกล้ตายเช่นเขา
“ขอบใจมากที่เป็นห่วงอา อาการก็ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ” พ่อเลี้ยงฉัตรชลกล่าวด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสกว่าทุกๆ วัน
“คุณอาก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ผมคนหนึ่งครับ”
“อาว่าออกไปคุยกันข้างนอกเถอะตาณัฐ ป่านนี้ธิดาคงกำลังลงมา เดี๋ยวเขาจะสงสัยเอา” พ่อเลี้ยงฉัตรชลลุกขึ้นเดินนำชายหนุ่มไปที่ห้องรับแขก เห็นบุตรสาวกำลังเดินลงมาพร้อมเพื่อนสนิท ซึ่งทำให้พ่อเลี้ยงณัฐวุฒิรู้สึกไม่ชอบใจนัก ที่เห็นทั้งคู่สนิทสนม ตัวติดกันตลอดเวลา
“ยัยหนูลงมาพอดี พี่เขามาหาน่ะ”
“สวัสดีค่ะพี่ณัฐ” หญิงสาวยกมือไหว้พ่อเลี้ยงหนุ่ม ช้อนดวงหน้าหวานขึ้นมองเขาเป็นครั้งแรก ในรอบหลายวันที่หลบหน้า ซึ่งชายหนุ่มกำลังจ้องมองเธอเช่นกัน
“พี่อยากคุยกับธิดาสักหน่อยจะได้มั้ย” ชายหนุ่มเอ่ยถามคนตัวเล็ก อยากถามเธอในหลายๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องที่เธอหลบหน้าเขาด้วย
