บทที่ 2 มีลูกจ้างไว้ทำไม
แม้จะไปเรียนต่างประเทศแต่เธอก็ยังต้องจ้างแม่บ้านมาคอยทำความสะอาดห้องและซักรีดเสื้อผ้าให้ ในขณะที่นักเรียนไทยคนอื่นๆ ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
“ถ้าแอลไม่เข็นจะทิ้งไว้ตรงนั้นก็ได้นะ พ่อไม่ว่าหรอก ไปกันเถอะแอนเดรียเดี๋ยวดินจะรอนาน”
“คุณก็ น่าจะให้ใครสักคนมาช่วยนะคะ ดูสิกระเป๋าเยอะขนาดนั้นลูกจะเข็นไหวได้ยังไง” แอนเดรียหันไปพูดสามีเบาๆ ด้วยความสงสารลูก
“แล้วเขาเอาขึ้นเครื่องมาได้ยังไงล่ะคุณ” เอกภพพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินนำออกมา เขาอยากจะดัดนิสัยลูกสาวบ้าง เพราะที่ผ่านมานั้นทั้งตนเองและภรรยาตามใจมากจนเอลินอร์แทบจะทำอะไรด้วยตัวเองเป็น จะมีเรื่องเดียวที่ลูกสาวของเขาทำได้ดีก็คือเรื่องเรียนเท่านั้น
“กระเป๋าแค่นี้แอลเข็นไปเองก็ได้ค่ะ” เมื่อเห็นบิดาไม่ยอมอ่อนข้อให้ เอลินอร์ก็ได้แต่ถอนหายใจเธอกระแทกเท้าเดินกลับไปจับด้ามจับรถเข็นอย่างจำยอม
“ให้แม่ช่วยนะ” แอนเดียทำท่าจะเข้ามาช่วยลูกสาว เพราะดูแล้วกระเป๋าคงจะหนักอยู่ไม่น้อย
“อย่าเลยค่ะ อันที่จริงมันก็ไม่หนักอะไรหรอกค่ะ แต่ที่กระเป๋ามันมีหลายใบเพราะของบางอย่างแอลต้องแพ็กมาอย่างดีมันก็เลยใช้พื้นที่เยอะไปนิดค่ะ” หญิงสาวรีบบอกเพราะไม่อยากให้มารดาต้องมาเหนื่อยกับตนเอง
“งั้นหนูก็เข็นรถตามมาช้าๆ นะลูกไม่ต้องรีบ” แอนเดรียบอกลูกสาวก่อนจะรีบเดินตามสามีไป
“แม่คะ คนที่มารับเราคือนายดินเหรอคะ แอลนึกว่าจะเป็นลุงสมานเสียอีก” ลุงสมานที่เธอพูดถึงก็คือคนขับรถที่ทำงานรับใช้ที่บ้านเธอมานาน
“จ้ะ ลุงสมานต้องรับรถให้พ่อตอนกลางวัน ถ้าให้ตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อออกมารับลูก แม่ก็กลัวจะง่วง ดินเขาเลยอาสาขับรถมาให้”
อันที่จริงในตอนแรกเธอกับสามีก็จะมารับลูกสาวกันแค่สองคนแต่พอปฐพีหรือดินรู้เข้า เขาก็เป็นคนอาสาขับรถมาให้เพราะไม่อยากให้คุณเอกภพที่เขารักเหมือนบิดาต้องขับรถเองให้เหนื่อยตั้งแต่เช้ามืด
“อ้อ ดีเหมือนกันนะคะนายดินคนนี้เลี้ยงไว้ไม่เสียข้าวสุกจริง”
เมื่อได้ยินชื่อหญิงสาวนึกถึงเด็กชายตัวผอมสูงท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวที่เอาแต่เดินตามติดพี่ชายของเธอไปทุกที่เมื่อหลายปีก่อน จากนั้นเธอก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลยถึงแม้ว่าเขาจะไปเรียนที่เมืองเดียวกับเธอและเธอก็มาหาพี่ชายที่หอพักบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยได้เจอกัน
“แอล อย่าพูดแบบนี้ให้พ่อหรือคนอื่นได้ยินนะ” คุณแอนเดรียรีบปรามลูกสาว
“ทำไมล่ะคะแม่” เอลินอร์เลิกคิ้วถามอย่างขัดใจที่มารดาดุเธอเพราะคนนอก
“มันฟังดูไม่ดี คนอื่นเขาจะหาว่าเราไปดูถูกเขา”
“แอลก็พูดเรื่องจริงพ่อรับเขามาอยู่ที่บ้าน เลี้ยงเขาเหมือนกับเป็นลูกคนหนึ่งเขาก็ควรจะตอบแทนเราบ้าง”
เอลินอร์ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมครอบครัวของเธอโดยเฉพาะบิดาถึงได้ปฏิบัติกับเขาเหมือนกับผู้ชายที่ชื่อปฐพีเป็นคนสำคัญทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอเลยสักนิด
หญิงสาวคิดในใจขณะที่เดินและเข็นรถตามบิดามารดามายังด้านหน้าอาคาร ในจังหวะนั้นรถตู้สีดำคันหรูก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี
“แม่คะ แอลคงไม่ต้องยกกระเป๋าขึ้นรถเองใช่ไหมคะ” เอลินอร์หันมาถามมารดา เพราะเห็นว่าบิดาตนเองยังเปิดประตูขึ้นไปนั่งเองโดยที่คนขับรถไม่มาเปิดให้อย่างที่ควรจะเป็น
“ไม่ขนาดนั้นหรอกลูกเดี๋ยวดินเขาก็ลงมาช่วยเอง หนูขึ้นไปนั่งรอในรถได้เลย”
“ค่ะแม่” หญิงสาวขึ้นไปนั่งในแถวหลังในขณะปฐพีลงมายกกระเป๋าทั้งหมดไปไว้หลังรถ
.....
รถตู้คันเดิมแล่นเข้ามายังบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่กินพื้นที่กว่าหนึ่งไร่ ภายในมีบ้านทรงยุโรปสีขาวตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านขวาของตัวบ้านเป็นสระว่ายน้ำ ส่วนด้านซ้ายมือเป็นโรงจอดรถขนาดใหญ่ที่มีรถหรูจอดอยู่หลายคัน
ปฐพีจอดรถที่บันไดทางด้านหน้า เมื่อรถจอดสนิทเขาก็เดินอ้อมไปทางด้านหลัง จากนั้นก็ยกกระเป๋าของเอลินอร์ลงจากรถโดยมีลุงสมานและเด็กรับใช้พากันมาช่วย ส่วนเจ้าของกระเป๋านั้นเดินตัวปลิวเขาไปในบ้านเป็นที่เรียบร้อยโดยไม่คิดจะหันมากล่าวขอบคุณเลยสักนิด
“ขอบใจมากนะดิน อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนไหม” เอกภพลงจากรถแล้วเดินเข้ามาตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ ก่อนปากชวนเพราะสำหรับเขาแล้วปฐพีก็เหมือนกับคนในครอบครัว
“ไม่เป็นไรครับคุณลุง” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเกรงใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเติบโตมาในอุปการะของคุณเอกภพแต่เขาก็เจียมตัวอยู่เสมอว่าตนเองเป็นแค่เด็กที่ท่านเมตตาส่งเสียเลี้ยงดูให้ได้เรียนสูงๆ ไม่ต่างจากลูกชาย
“ทำไมล่ะดิน หรือว่ารีบไปไหน ป้าว่าดินไม่มาทานข้าวกับเรานานแล้วนะ หรือว่ามีใครรอทานข้าวหรือเปล่า” แอนเดรียเดินมาสบทบ เธอก็ไม่ต่างจากเอกภพที่มองว่าปฐพีคือคนในครอบครัว
“ไม่มีหรอกครับคุณป้า” ปฐพีรีบปฏิเสธ
“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ทานด้วยกันก่อนนะ”
“ครับ” เพราะความเกรงใจที่ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านเอ่ยปากชวนปฐพีเลยต้องยอมอยู่ทานอาหารเช้ากับท่านทั้งสอง ซึ่งแต่ก่อนก็มักจะมาทานที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ลูกชายเจ้าของบ้านแต่งงานและย้ายออกไปอยู่ที่อื่นปฐพีก็ไม่ค่อยได้มาทานอาหารเช้าที่บ้านนี้อย่างเคย
ปฐพีขับรถไปจอดยังลานจอดรถแล้วเดินย้อนกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้คุณเอกภพและคุณแอนเดรียนั่งรอที่โต๊ะอาหารแล้ว
“มาครบแล้วป้านวลตักข้าวเลย” คุณเอกภพที่นั่งอยู่หัวโต๊ะหันไปบอกป้าแม่บ้านที่ยืนเตรียมพร้อมอยู่ข้างๆ
“จะไม่รอลูกแอลหน่อยเหรอคะ” แอนเดรียถามสามี
“คุณหนูบอกว่าจะนอนค่ะ” กุ้งนางเด็กรับใช้ที่เป็นคนขึ้นไปตามเอลินอร์รีบรายงานเจ้านาย
“งั้นเราทานกันเถอะดิน” เอกภพส่ายหน้าให้กับความเอาแต่ใจของลูกสาว ก่อนจะหันมาพยักหน้าชวนชายหนุ่ม
“ครับ” ชายหนุ่มรับคำก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าด้วยความสบายใจ
ผิดกับคุณแอนเดรียที่ทานไม่ค่อยลงเท่าไหร่ เพราะลูกสาวไม่ลงมาทานอาหารเช้าด้วย
