บทที่ 4 เลี่ยงไม่ได้

บ้านเอกประดิษฐ์มณี

เอลินอร์นอกลับเข้ามาที่บ้านก่อนถึงเวลาทานอาหารค่ำเล็กน้อย ทั้งที่จริงแล้วอยากจะไปดื่มต่อกับเพื่อนแต่เพราะคำสั่งของบิดาที่ว่าเย็นนี้เธอต้องกลับมาทานอาหารค่ำเพราะวันนี้พี่ชายและพี่สะใภ้จะมาที่บ้านด้วย

“แม่นึกว่าหนูจะกลับมาไม่ทัน” คุณแอนเดรียกระซิบกับลูกสาว

“ก็เกือยแล้วล่ะคะแม่ดีที่ปลีกตัวมาได้ก่อน ถ้ามาไม่ทันคุณพ่อคงได้ดุแน่ๆ” หญิงสาวกระซิบกลับก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้กับพี่สะใภ้

“น้องแอลไม่อยู่เมืองไทยนาน ไม่รู้ว่าจะทานอาหารเผ็ดได้หรือเปล่า พี่เลยใส่พริกไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะคะ ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากหรือเปล่า” พรลภัสบอกกับน้องสามี เพราะอาหารมื้อนี้เธอกับป้านวลช่วยกันทำตั้งแต่บ่าย

“อร่อยมากค่ะพี่เนย ฝีมือทำอาหารของพี่เนยอร่อยมากค่ะ แอลไม่แปลกใจเลยที่พี่ชายของแอลเริ่มจะมีพุงแล้ว” เอลินอร์เอ่ยชมจากใจจริงหลังจากที่ตักแกงเขียวหวานเนื้อเข้าปากติดๆ กันไปหลายคำ

“พุงนี้ไหนกันยัยแอล กล้ามเนื้อทั้งนั้น” อลันเอามือลูบท้องตนเองที่ตอนนี้ดูจะมีเนื้อมากกว่าแต่ก่อน

“ถ้าพี่อลันหลอกตัวเองแล้วก็มีความสุขก็เชิญตามสบายเลยค่ะ แต่แอลมองยังก็ไงเห็นว่ามันเป็นพุงอยู่ดี” เธอพูดพลางยักไหล่อย่างยียวน

“พูดแบบนี้ขอให้ได้แฟนอ้วนลงพุงทีเถอะ พี่จะหัวเราะให้ฟันร่วงไปเลย” อลันพูดจบก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

“พี่อลัน อย่ามาแช่งน้องแบบนี้นะ คอยดูเถอะแอลจะหาแฟนหล่อรวยหุ่นนายแบบมาควงให้ดู”

“จ้ะพี่จะคอยดู แต่ขอร้องนะแอลขอคนที่มีสมองด้วยนะ อย่างแฟนคนล่าสุดของเราพี่ว่ามันไม่มีสมอง” อลันส่ายหัวเมื่อนึกถึงหนุ่มต่างชาติคนล่าสุดที่น้องสาวเคยพามาแนะนำ

“มีสิทธิ์อะไรมาว่าจอห์นแบบนั้น เขาน่ะขวัญใจสาวทั้งยูเลยนะ แล้วแอลก็คว้าเขามาเป็นแฟนได้” เอลินอร์ตอบอย่างมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง

จอห์นที่เธอพูดถึงนั้นเป็นหนุ่มหล่อขวัญใจสาวในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ ซึ่งครั้งล่าสุดที่พี่ชายบินไปเยี่ยมเธอนัดให้ทั้งสองได้ทานข้าวด้วยกัน แต่หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนเธอกับจอห์นก็เลิกกันเพราะชายหนุ่มบอกว่าอยากจะเอาเวลาไปทุ่มกับการเรียนและคงไม่ค่อยสะดวกถ้ายังคบกันอยู่ เอลินอร์ร้องไห้เสียใจอยู่หนึ่งวันจากนั้นก็กลับมาร่าเริงอีกครั้งเพราะถึงแม้จะเลิกกันไปแล้วแต่จอห์นก็กับเธอยังคงสนิทสนมกันอย่างเคยในฐานะเพื่อน

“ก็เพราะมันยอมเป็นแฟนแอลไงพี่ถึงคิดว่ามันไม่มีสมอง” ” อลันยังคงไม่เลิกแหย่

“พี่อลัน!....” เอลินอร์เริ่มโมโห แต่เธอก็ทำอะไรเขาไม่ได้เพราะตอนทั้งสองคนนั่งอยู่กันคนละฝั่งของโต๊ะอาหาร

หญิงสาวนั่งติดกับมารดา ส่วนพี่ชายนั่งตรงข้ามกับเธอ โดยมีพรลภัสนั่งอยู่ด้านข้างและถัดจากภรรยาของพี่ชายก็เป็นปฐพีที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เริ่มทานอาหาร แต่พอพี่ชายเธอพูดประโยคเมื่อครู่เขาก็ก้มหน้าและแอบหัวเราะ

“หยุดเลยนะนายดิน ฉันได้เห็นนะว่านายแอบหัวเราะ” เธอพาลใส่เป้าหมายใหม่ทันที สายตามองอย่างไม่เป็นมิตร

“ผมเปล่า” ชายหนุ่มรีบปฏิเสธและปรับสีหน้าให้เรียบเฉย

“พอแล้วแอล พ่อว่ารีบทานกันเถอะอาหารจะเย็นหมดแล้ว” คุณเอกภพรีบห้ามทัพก่อนที่สงครามน้ำลายจะขยายวงกว้าง เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเอลินอร์เริ่มพาลไปถึงปฐพีเมื่อไหร่ เรื่องราวคงจะบานปลายและจบลงยากแน่ ๆ  “พ่อต้องจัดการทั้งพี่อลันและนายดินนะคะพ่อ สองคนนี้หัวเราะเยาะแอล” หญิงสาวหันไปฟ้องบิดา

“เอาเถอะน่าเรื่องมันเล็กน้อยแอลอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะลูกพี่เขาก็แค่แหย่เล่นเท่านั้นเอง” แอนเดรียช่วยห้ามทัพอีกคน ลูบแขนเบา ๆ เพื่อให้อารมณ์ของหญิงสาวสงบลง

“ก็ได้ค่ะ แต่แอลบอกก่อนเลยนะคะ ถ้ายังว่าแอลแบบนี้อีกแอลไม่เอาไว้แน่” เอลินอร์คาดโทษทั้งพี่ชายตัวเองและปฐพีที่บังอาจมาหัวเราะคนรักเก่าของเธอ

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วเอลินอร์ก็เอาของฝากให้พี่ชายและพี่สะใภ้ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวกลับเพราะพรุ่งนี้อลันจะต้องบินไปตรวจงานที่เชียงใหม่ตั้งแต่เช้า

“ผมก็ขอตัวกลับก่อนนะครับคุณลุงคุณป้า” ปฐพีลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้ลาเจ้าของบ้าน

“ดึกแล้วไม่ค้างที่นี่เหรอดิน” เอกภพเอ่ยชวน

“ไม่เป็นไรครับ คอนโดผมไม่ไกลมากขับรถแป๊บเดียวก็ถึงครับ” ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างสุภาพ

ในอดีตปฐพีเคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้แต่พอเรียนจบและมีหน้าที่การงานมั่นคง เขาก็เริ่มเก็บเงินจนสามารถซื้อคอนโดมิเนียมได้หนึ่งห้อง ซึ่งโชคดีที่เป็นหนึ่งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของคุณเอกภพ เขาจึงได้สิทธิ์ซื้อในราคาไม่แพงมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงถูกคะยั้นคะยอให้มาค้างที่บ้านหลังนี้อยู่บ่อยๆ ถึงจะย้ายออกไปแล้วแต่ห้องนอนของเขาก็ยังอยู่เหมือนเดิม

“ถ้างั้นลุงขอบใจนะที่วันนี้อุตส่าห์ตื่นตั้งแต่ตีสี่ ถ้าไม่ได้ดินก็คงแย่เพราะลุงก็หูตาไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” เอกภพนั้นสุขภาพไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อนจึงขับรถในเวลากลางคืนได้ไม่ดีนัก

“ไม่เป็นไรครับ ลุงเรียกใช้ผมได้ตลอด”

ปฐพียังไม่ทันจะลุกจากเก้าอี้เอลินอร์ก็ยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาตรงหน้ามันใกล้จนแทบจะทิ่มตาเขาอยู่แล้ว

“แอลทำอะไรน่ะ” แอนเดรียดุลูกสาวเพราะมองจากมุมที่เธอนั่งอยู่ถึงใยนั้นเฉียดหน้าปฐพีไปแค่นิดเดียว

“ก็ของฝากไงคะ แอลซื้อมาให้นายดิน เดี๋ยวเขาจะหาว่าแอลไม่มีน้ำใจ” เอลินอร์ตั้งใจซื้อของฝากมาให้กับทุกคนอยู่แล้วถึงแม้เธอจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่ แต่ก็รู้มาจากมารดาว่าตลอดเวลาที่เธอไปเรียน ปฐพีก็คอยช่วยงานบิดาของตัวเองตลอด

“แล้วทำไมให้พี่เขาดีๆ ละแอล” เอกภพไม่ชอบกิริยาของลูกสาวที่ทำกับปฐพีเลยแต่ถ้าจะดุไปมากกว่านี้ก็ไม่แน่ว่าเอลินอร์จะแอบไปทำอะไรชายหนุ่มลับหลังหรือเปล่า

“ขอบคุณครับคุณหนู” ปฐพีรับของฝากจากเธอแล้วก็หันมากล่าวลาเจ้าของบ้านก่อนจะเดินไปที่รถยุโรปคันหรูซึ่งคุณเอกภพบอกเขาว่าเป็นรถประจำตำแหน่งผู้ช่วยฝีมือดี ปฐพีไม่อยากรับไว้แต่เพราะเขาต้องไปติดต่องานในฐานะตัวแทนของบริษัทก็เลยต้องยอมรับไว้เพื่อภาพลักษณ์ของบริษัท

บทก่อนหน้า
บทถัดไป