บทที่ 8 ข้อแลกเปลี่ยน
เอลินอร์นั่งนิ่งเพราะคำพูดของปฐพีมันแทงใจดำเธออย่างจัง ตอนนี้หญิงสาวเองก็รู้สึกน้อยใจเพื่อนอยู่ไม่น้อย เที่ยวด้วยกันดื่มด้วยกัน แต่พอเกิดเรื่องกลับเอาตัวรอดไปอย่างนั้น พวกนั้นไม่หันมามองหรือถามเธอด้วยซ้ำว่าจะมีคนมาประกันตัวไหม ผิดกับผู้ชายข้างๆ คนที่เธอไม่เคยพูดดีด้วย ไม่เคยทำตัวน่ารักใส่ และคอยตั้งแง่รังเกียจเขามาตลอด แต่เขากลับเป็นคนเดียวที่ยอมเสียสละเวลานอนมาประกันตัวเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะทำตามคำสั่งของมารดาเธอ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้ำใจยื่นมือเข้ามาช่วยเธอในยามที่เจอกับปัญหา
“ขอบใจ” หญิงสาวพูดออกไปแล้วก็นั่งมองไปนอกรถเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น
“เหมือนผมได้ยินเสียงแมงอะไรในรถนะ คุณได้ยินไหม”
“ฉันบอกว่าขอบใจ” เธอหันมาพูดช้าๆ ชัดๆ กับเขาอีกครั้ง
“ผมไม่ได้บังคับให้คุณพูดนะครับคุณหนู แต่ถ้าจะพูดก็ควรจะใช้คำว่าขอบคุณเพราะผมน่ะอายุมากกว่าคุณเยอะเลย”
“ชิ....ได้คืบจะเอาศอก”
“ไปอยู่เมืองนอกมานานรู้จักสำนวนไทยด้วยเหรอ เก่งดีเหมือนกันนะครับคุณหนูเอลินอร์”
“ไม่ต้องมาประชด”
“ไหนลองพูดสิว่าขอบคุณค่ะพี่ดิน”
“นั่นไง นายนี่ชักจะเอาใหญ่”
“จะพูดไหมล่ะครับ”
“ขอบคุณ”
“แค่นี้เองเหรอ”
“มากสุดได้แค่นี้” พูดจบเธอก็สะบัดหน้าหนี
“ก็โอเค ถือว่ายังมีมารยาทอยู่บ้าง เอาล่ะใกล้จะถึงบ้านแล้ว ถ้าพ่อคุณถามคุณจะบอกว่ายังไง”
“พ่อเข้านอนไปตั้งนานแล้วล่ะ” เพราะทุกครั้งที่เธอไปเที่ยวกลับมาบิดาก็มักจะเข้านอนไปแล้ว แล้วเพื่อนของเธอก็จอดรถส่งแค่ที่หน้ารั้วเท่านั้น
“ท่านอาจจะตื่นเพราะได้ยืนเสียงรถก็ได้นะครับ”
“ถ้างั้นฉันจะบอกพ่อว่า ฉันออกไปเที่ยวข้างนอกแล้วบังเอิญเดินไปเจอนายเข้าพอดี ก็เลยให้นายขับรถมาส่งที่บ้าน ถ้านายโดนถาม นายก็ต้องพูดให้ตรงตามนี้ด้วยล่ะ” เอลินอร์หันมาสั่ง
“ผมไม่ชอบโกหกด้วยสิ” ปฐพีตอบอย่างกวนๆ
“นี่นายดิน” หญิงสาวหันมาถลึงตาใส่
“ผมไม่บอกท่านก็ได้ว่าไปรับคุณมาจากที่ไหน แต่มีข้อแม้ว่าวันมะรืนคุณจะต้องเขาไปเริ่มงานกับผมที่บริษัท”
“แค่นี้เองใช่ไหมข้อแลกเปลี่ยนของนาย”
“ครับแค่นี้เอง คุณหนูทำได้ไหม” ปฐพียื่นข้อเสนอที่คิดมาอย่างดีเพื่อใช้โอกาสนี้ต้อนคุรหนูให้ยอมเข้าไปทำงานที่บริษัท
“งั้นก็ดีล” เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าและกลัวความผิดจะแตกเอลินอร์จึงต้องยอมเขาไปก่อน
เมื่อมาถึงหน้าบ้านปฐพีก็จอดให้หญิงสาวลงจากนั้นตนเองก็รีบขับออกอย่างรวดเร็วเพราะถ้าคุณเอกภพมาเจอตอนนี้เขาก็รู้ว่าตัวเองจะโกหกได้แนบเนียนแค่ไหน
คงเพราะรีบมากไปหน่อยเพราะพอกลับมาถึงคอนโดเขาถึงเห็นว่ากระเป๋าถือของเอลินอร์จึงยังวางอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ
“สงสัยต้องเอาไปคืนพรุ่งนี้เข้า” ปฐพีบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะถือมันติดมือขึ้นไปบนห้อง
ชายหนุ่มเปลี่ยนชุดและกำลังจะเตรียมตัวเข้านอนอีกครั้งแต่เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้น ปฐพีไม่ได้กดรับเพราะไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว พอทิ้งไว้สักพักโทรศัพท์ก็เงียบลง
ยังไม่ทันจะเก็บเข้ากระเป๋าก็มีสายจากอีกคนโทรเข้ามา ปฐพีได้แต่ถอนหายใจแล้วกดปิดเครื่องเพราะถ้ายังเปิดเครื่องไว้คืนนี้เข้าคงไม่ได้นอนแน่ๆ
ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าของเอลินอร์อย่างเดิม ในจังหวะที่กำลังจะปิดกระเป๋าก็เห็นซองอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน เพราะไม่แน่ใจว่าใช่อย่างที่ตนเองคิดหรือเปล่าเขาจึงใช้กระดาษทิชชูรองมือก่อนที่จะจับซองซึ่งด้านในเป็นเกล็ดคล้ายสารส้มขนาดเล็กออกมาซึ่งมีทั้งหมดถึงสามซอง
เขาจะเก็บซองพวกนี้ไว้ก่อนเพราะอยากเห็นปฏิกิริยาของคุณหนูเอลินอร์ว่าจะเป็นยังไงถ้าเธอรู้ว่าของพวกนั้นไม่อยู่ในกระเป๋าแล้ว
.....
ปฐพีมาที่บ้านเอกประดิษฐ์มณีตั้งแต่เช้าเพื่อเอากระเป๋ามาคืนเอลินอร์แต่เจ้าของกระเป๋าคงจะยังไม่รู้ตัวว่าลืมไว้บนรถเขา
“สวัสดีครับคุณลุง”
“อ้าว....ดินมาแต่เช้าเลย มากินข้าวด้วยกันก่อนสิ”
“ครับคุณลุง”
“ได้ยินว่าเมื่อคืนไปเที่ยวเจอกับยัยแอลเหรอถึงได้พามาส่งบ้าน” เอกภพรู้จากภรรยาเมื่อเช้าว่าคนที่มาส่งลูกสาวของตนถึงในบ้านนั้นคือปฐพี
“ครับคุณลุง”
“ลูกลุงไปทำอะไรให้ดินเดือดร้อนหรือเปล่า”
“เปล่าครับเธอก็แค่เที่ยวตามประสาวัยรุ่นครับ”
“ยังไงลุงก็ฝากด้วยนะ ตอนนี้อลันก็มีครอบครัวไปแล้วเหลือแต่ดินนี่แหละที่พอจะช่วยลุงดูแลเธอได้”
ถึงแม้ลูกสาวของตนเองจะอายุ 24 ปีแล้วแต่ในสายตาขอผู้เป็นบิดาก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่
“ครับคุณลุง แล้ววันนี้คุณหนูจะไม่ลงมาทานอาหารเช้ากับเราเหรอครับ”
“เช้าขนาดนี่ยัยแอลยังไม่ตื่นหรอกจ้ะดิน” คนที่ตอบคำถามของชายหนุ่มก็คือคุณแอนเดรียที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านหลังใหญ่
“ครับ”
“ดินมีอะไรกับยัยแอลหรือเปล่า”
“พอดีคุณหนูลืมกระเป๋าถือไว้ในรถ ผมเลยจะเอามาคืนเธอครับคุณป้า”
“ขอบใจจ้ะ ดินฝากไว้ที่ป้าก่อนก็ได้นะ ถ้ารอให้ยัยแอลก็คงบ่ายนู่นแหละกว่าจะตื่น”
“ครับ”
“ยังไงวันนี้คุณก็ดูลูกหน่อยนะ พรุ่งนี้จะต้องไปทำงานตั้งแต่เช้าคืนนี้อย่าให้เขาออกไปเที่ยว” เอกภพสั่งภรรยาเพราะเขาคงจะรอให้ลูกสาวตื่นไม่ไหว
“ค่ะ เดียวฉันจะบอกยัยแอลให้ แต่ตอนนี้เรารีบทานข้าวกันเถอะ คุณกับดินจะได้รีบไปทำงาน” แอนเดรียไม่อยากให้สามีต้องอารมณ์ขุ่นมัวเพราะลูกสาวก่อนไปทำงาน
“วันนี้ดินขับรถให้คุณเอกได้ไหม พอดีตอนบ่ายป้าจะให้ลุงสมานช่วยขับรถให้หน่อย”
“ได้ครับ ตอนเย็นคุณป้าไม่ต้องให้ลุงสมานไปรับนะครับ เดี๋ยวผมมาส่งคุณลุงเอง”
“ขอบใจมากนะ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ก็ทานข้าวที่นี่เลยละกันนะ”
“ขอบคุณครับ” เพราะอยากจะเจอเอลินอร์อีกสักครั้งเขาเลยรับปากอย่างง่ายดาย
