บทที่ 9 เพื่อนแท้หรือเพื่อนเที่ยว
หลังจากทานอาหารเช้าแล้วปฐพีก็รับหน้าที่เป็นคนขับรถให้กับคุณเอกภพ
“ดิน ยัยแอลไม่ได้อะไรให้ดินลำบากใจใช่ไหม” เขาถามอีกครั้งเพราะกังวลเหลือเกินว่าความดื้อของลูกสาวจะทำให้ปฐพีรำคาญใจจนไม่อยากจะสอนงานทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มต้น
“ไม่หรอกครับ” ปฐพีไม่อยากให้คุณเอกภพไม่สบายใจเขาจึงเก็บเรื่องของเอลินอร์ไว้เป็นความลับ
......
บ้านเอกประดิษฐ์มณี
หลังจากทานอาหารคำร่วมกับครอบครัวของเอลินอร์แล้วทุกคนก็ย้ายมานั่งในห้องรับแขก
“คุณหนูตรวจของในกระเป๋าหรือยังครับว่าของครบไหม” ปฐพีเห็นว่าเอลินอร์ไม่พูดถึงของในกระเป๋าเลยเขาจึงต้องเป็นคนเริ่มต้นถามเอง
“ทำไม นายแอบขโมยอะไรออกไปจากกระเป๋าฉันเหรอ”
“เปล่าครับ ผมก็แค่อยากให้คุณหนูตรวจดูให้ดีก่อนว่ามีอะไรหายไปหรือเปล่า เกินคุณหนูมาโวยวายทีหลังผมจะซวยเอานะครับ”
พอเขาพูดจบเอลินอร์ก็เปิดกระเป๋าถือแล้วเทข้าวของทั้งหมดลงบนโต๊ะ การกระทำของเธอไม่เหมือนกันคนที่ซ่อนอะไรไว้ในนั้นเลยสักนิด
“ครบไหมครับ”
“ก็ไม่มีอะไรหายนี่ กระเป๋าตัง แป้ง ลิปสติก กระดาษซับมันโทรศัพท์ก็มีแค่นี้ เดี๋ยวนะฉันของเช็กดูก่อนว่านายใช้ลิปสติกของฉันไปหรือเปล่า”
“แอล” คุณเอกภพทำเสียงดุทำให้เอลินอร์ต้องชะงัก เธอย่นจมูกใส่ปฐพีก่อนจะเก็บของทุกอย่างลงกระเป๋าอย่างเดิม
“ถ้าของทุกอย่างครบ งั้นผมก็ขอตัวกลับก่อน ผมลานะครับคุณลุงคุณป้า” ชายหนุ่มกล่าวลาก่อนจะยกมือไหว้
“เดี๋ยวสินายดิน”
“ครับ”
“พรุ่งนี้ฉันจะขับรถให้คุณพ่อเองนายไม่ต้องมารับนะ”
“ได้ครับคุณหนู”
“แอล หนูยังขับไม่ค่อยคุ้นกับเส้นทางเลยนะ” แอนเดียรีบทักท้วงด้วยความเป็นห่วงลูกสาว
“แม่คะ ถ้าไม่ให้แอลขับตอนนี้แล้วเมื่อไหร่แอลจะขับรถไปทำงานเองได้ล่ะคะ”
“เอาอย่างนี้ดีไหมครับ พรุ่งนี้ผมจะมารับคุณลุงกับคุณหนูไปทำงานก่อน ผมจะแนะนำเส้นทางหลักและเส้นทางลัดหลีกเลี่ยงรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนให้คุณหนูได้ศึกษาไว้ พอสัปดาห์หน้าคุ้นกับเส้นทางแล้ว คุณหนูค่อยขับรถไปทำงานเองดีไหม” ปฐพีเสนอทางออกเพราะถ้าให้เธอขับรถไปทำงานก็คงได้ถึงบริษัทไม่ทันเวลาเข้างานอย่างแน่นอน
“ตกลงตามนั้นจ้ะดิน ป้าขอบใจมากนะ” แอนเดรียรีบตอบตกลงแทนลูกสาว
เอลินอร์ยอมรับโดยที่ไม่ได้โต้แย้งอะไรเพราะเธอก็ไม่ชำนาญเท่าไหร่อย่างที่เขาพูดจริงๆ
ปฐพีออกจากบ้านหลังใหญ่ แต่เขาไม่ได้กลับที่คอนโดของตนเองเพราะมีเรื่องที่ต้องจัดการเกี่ยวกับซองที่เขาเจอในกระเป๋าของเอลินอร์เมื่อคืน
ชายหนุ่มขับรถมาหานทีเพื่อนรักที่เป็นตำรวจซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคอนโดของตนเองมากนัก
เขาโทรศัพท์เล่าว่ามีของบางอย่างจะให้เพื่อช่วยดูว่าใช่อย่างที่เขาคิดไหม
“เท่าที่ดูด้วยตาก็น่าจะใช่อย่างที่นายคิดนั่นแหละ น้ำหนักรวมก็คงประมาณ 3 กรัม จำคุกสี่ปีถึงตลอดชีวิตเลยนะ นายไปเอาของพวกนี้มาจากไหน” นทีเงยหน้าขึ้นมา สบตาเพื่อนสนิทด้วยสีหน้า
“ฉันเจอมันในกระเป๋าคนรู้จัก”
“แล้วนายไปหยิบของเขาออกมาแบบนี้ เจ้าตัวเขายอมเหรอ”
“เหมือนเจ้าของกระเป๋าจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามีของพวกนี้อยู่”
“เขาจะไม่รู้ได้ยังไง เขาแกล้งไม่รู้หรือเปล่าว่าของหายไป” รองผู้กำกับหนุ่มตั้งข้อสงสัยตามสัญชาตญาณตำรวจ
“ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเธอไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ” ปฐพียืนยันหนักแน่น นึกถึงภาพที่เธอเทกระเป๋าโชว์บริสุทธิ์ใจเมื่อหัวค่ำ
“ผู้หญิงเหรอ”
“อือ”
“แฟนนายเหรอ”
“ไม่ใช่แฟน นายจำน้องสาวอลันได้ไหมล่ะ
“จำได้ว่าอลันมีน้องสาว แต่ไม่เคยเจอ อย่าบอกนะว่าเอามาจากกระเป๋าของเธอ”
“อือ....ใช่”
ปฐพีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่โรงพักและเรื่องที่เขาเจอซองพวกนี้ในกระเป๋าของเอลินอร์รวมถึงปฏิกิริยาที่เธอแสดงออกตอนเขาถามถึงของในกระเป๋าให้กับเพื่อนรักที่ตอนนี้เป็นถึงรองผู้กำกับสถานีตำรวจที่เข้าไปประกันตัวเอลินอร์เมื่อคืน
“นายยังไม่จับด้วยมือเปล่าใช่ไหม”
“อือ”
“งั้นฉันว่าลองตรวจหาลายนิ้วมือก่อน ตัวอย่างลายนิ้วมือของเธอกับเพื่อนอยู่ในระบบอยู่แล้วก็คงไม่ยาก”
“แล้วจากนั้นจะเป็นยังไงต่อ” ถึงแม้จะมั่นใจว่าเอลินอร์ไม่รู้เห็นเรื่องนี้แต่ถ้าเกิดเขาคิดผิดขึ้นมาก็กลัวจะกระทบกับสุขภาพของคุณเอกภพ
“ถ้ารู้ว่าใครเป็นเจ้าของซองยาก็อาจจะเชิญตัวมาสอบสวน หาแหล่งที่ซื้อหรือบางครั้งก็อาจจะต้องตามสืบต่อเพราะคนพวกนี้ถ้าจับไม่ได้คาหนังคาเขาก็คงไม่ยอมรับง่ายๆ” นทีอธิบายตามข้อเท็จจริง
“ถ้าลายมีลายนิ้วมือคุณหนูบนซองยานั่น นายบอกฉันก่อนได้ไหม ฉันอยากจะคุยกับเธอเอง”
“มันไม่ควรเป็นอย่างนั้น แต่ฉันเห็นแก่นายที่เป็นเพื่อนกันมานาน ฉันจะบอกนายก่อน แต่นายอย่าทำอะไรไปมากกว่าการถามเธอเข้าใจใช่ไหม”
“อือ ฉันไม่ทำให้นายเสียงานหรอกน่า”
“เดี๋ยวฉันจะจัดการให้ นายก็อย่าเพิ่งเครียดไปล่ะ”
“ขอบใจมากนที ฉันกลับล่ะ แล้วจะรอฝั่งข่าวจากนายนะ”
“โชคดีเพื่อน”
ปฐพีขับรถออกจากบ้านของนทีแล้วตรงไปยังคอนโดของตนเอง เขาหลับตาและนึกย้อนไปถึงภาพเมื่อตอนหัวค่ำ ดูยังไงเอลินอร์ก็ไม่มีพิรุธเลย คงเพราะเธอไม่รู้เรื่องของในกระเป๋า แล้วถ้าคนที่เอามาใส่จะเป็นเพื่อนที่เธอออกไปดื่มด้วยมันก็น่าเป็นห่วงเพราะพวกนั้นคงจะต้องตามมาเอาของคืนและถ้าเธอไม่มีของคืนให้เขาก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง
ระหว่างนี้ปฐพีคิดว่าจะต้องตามประกบเอลินอร์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เธอออกเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มเดิมอีก ในใจของเขาตอนนี้แอบภาวนาว่าซองยาจะไม่มีลายนิ้วมือของคุณหนูอยู่บนนั้น เพราะถ้ามีเรื่องมันคงไม่จบง่ายอย่างแน่นอน
“เฮ้อ ปวดหัวชะมัด” ปฐพีถอนหายใจก่อนจะข่มตานอนในเวลาเกือบตีหนึ่ง
