บทที่ 10 คนใช้
“ใช่ค่ะไม่มีคนอนุญาต แต่ไม่มีป้ายห้ามนี่คะว่าตรงไหนห้ามเดิมบ้าน งั้นวันหลังคุณก็ติดป้ายเอาห้ามเอาไว้ด้วยค่ะ”
เธอสวนทันควันอย่างโมโห มันเป็นความจริงที่ว่าในบ้านนี้แทบจะไม่มีใครเคยพูดหรือบอกอะไรกับเธอเลยด้วยซ้ำ แล้วเธอจะรู้ได้ไงว่าตรงไหนคือพื้นที่หวงห้าม
“ก็ดี พรุ่งนี้ฉันจะสั่งให้คนเอาป้ายมาติดให้ทั่ว เธอจะได้รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ”
“ได้ค่ะ งั้นก็ช่วยบอกด้วยว่าจะให้เดินตรงไหน หรือว่าฉันทำอะไรในบ้านหลังนี้ได้บ้าง ขอตัวก่อนนะคะ”
เฌอรินสะบัดหน้าเดินออกมาอย่างโมโห ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าปราบจะดูใจร้ายกับเธอมากกว่าที่คิด ขนาดเจอกันแค่วันแรกเขายังพูดจาไม่ดีกับเธอเอามาก ๆ ท่าจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันยากแล้วละเฌอริน
“เดี๋ยว”
ฝ่ามือหนาเข้ารั้งข้อแขนคนที่กำลังจะเดินหนี ก่อนจะกระชากตัวให้กลับมา ทว่าด้วยแรงดึงจากพลังกำลังที่แข็งแกร่งกว่ากลับเสมือนดึงร่างเล็กให้ถลาเข้ามาในอ้อมแขน!
กลิ่นหอมอ่อน ๆ เนื้อตัวที่นิ่มหยุ่น ทำให้ปราบเหมือนเสียอาการไปชั่วขณะ
“อื้อ ปล่อยนะ ฉันเจ็บ” ใบหน้าหวานร้อนผ่าว ส่วนหนึ่งก็เจ็บท่อนแขนที่เขาบีบเธออยู่ อีกส่วนก็เขินอายที่ต้องตกมาอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายเป็นครั้งแรก
“ไม่ใช่ว่าเข้าใกล้ผู้ชายแล้วห้ามใจไม่ได้?” เรียวคิ้วหน้าเลิกขึ้นเหมือนเยาะเย้ย ส่งผลให้คนตัวเล็กมองค้อนอย่างโกรธแค้นที่โดนดูถูกอีกครั้ง
“ปล่อย...ฉัน!” สองแขนที่ดันตัวเองออก จนปราบรู้สึกถึงได้แรงของตัวเองที่บีบเธอแรงจนเกินไป เขายอมปล่อยเธอออกก่อนจะสังเกตเห็นต้นแขนคนตรงหน้าปรากฏเป็นรอยนิ้วสีแดงบนเนื้อตัวเนียนขาวอย่างเด่นชัด ใจแกร่งกระตุกวูบเริ่มรู้สึกผิดเล็กน้อย ไม่อยากเชื่อเลยว่าผิวคนตัวเล็กจะนุ่มนิ่มและบอบบางขนาดนั้น
หรือ…เขาทำแรงจนเกินไป!
เฌอรินยกมือขึ้นลูบแขนที่โดนบีบ ก่อนดวงตาคู่หวานจะตวัดกลับมามองเขาแบบเอาเรื่อง
“คนอย่างคุณนี่ไม่น่ามีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้นะคะ”
“เธอคงรู้เรื่องที่ฉันโดนลอบฆ่ามาสินะ แสดงว่าเธอ!…”
“ฉันไม่สนใจเรื่องอะไรพวกนั้นหรอกค่ะ แค่ที่บ้านบอกมาให้มาแต่งงานฉันก็มา!”
เฌอรินตอบโต้ทั้งที่ปราบยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ ส่งผลให้ใบหน้าหล่อยิ้มร้าย ก่อนจะเลิกคิ้วเข้มมองหน้าเธอ
“คนที่ฉันอยากแต่งงาน คือพี่สาวของเธอไม่ใช่เธอ”
“เหรอคะ แต่ฉันไม่มีวันให้พี่สาวฉันมาเจอปีศาจแบบคุณหรอก ไม่งั้นฉันจะขอมาแทนพี่รัลทำไม” เฌอรินจ้องหน้าเถียงกลับ ถึงปราบจะตัวสูงกว่ามากจนทำให้เธอต้องเงยหน้าคุยด้วยก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าเธอจะยอมให้เขาข่มเธอได้ง่ายๆ
“หมายความว่า เธอขอมาแต่งงานแทนพี่สาวของตัวเอง หึ! ได้! งั้นก็ดีภายในสามเดือนฉันจะทำให้เธอเปลี่ยนใจ จนต้องขอร้องพี่สาวเธอมาแต่งแทน!”
เฌอรินเม้มปากเพราะพูดไม่ออก จากที่ตั้งใจจะปรับตัวเข้าหาเขาในตอนแรก กลับกลายเป็นว่าตัวเองประกาศศึกกับเขาเฉย เธอหลุบตาลงต่ำเพราะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดอะไรบ้า ๆ ออกไป
แต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว เขาดูไม่พอใจเธอมาก!
“จากวันนี้ฉันจะให้เธออยู่ในสถานะคนใช้ของบ้านนี้ เพราะฉันจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงแบบเธอ และจนกว่าเฌอรัลจะยอมแต่งงานกับฉันเท่านั้นเธอถึงจะไปจากบ้านหลังนี้ได้!”
เป็นปราบที่เดินเลี่ยงออกมาทันทีที่พูดจบ และไม่รู้ด้วยว่าทำไม ผู้หญิงอย่างเฌอรินที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ถึงได้ทำให้เขาเป็นฝ่ายที่รู้สึกหงุดหงิดตัวเองขนาดนี้!
เฌอรินกลับมาที่ห้องนอนก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งลงบนเตียงด้วยความหงุดหงิด นี่เป็นการเผชิญหน้ากับคนที่เธอต้องแต่งงานด้วยในอนาคต แต่กลับไม่ได้มีความรู้สึกประทับใจเลยสักนิด
“ปากร้ายที่สุด นี่อะนะผู้ชายที่อยากแต่งงานกับพี่รัลจะอ่อนโยนสักนิดก็ไม่มี” มือเรียวยกขึ้นลูบต้นแขนที่โดนปราบบีบจนเป็นรอยฝ่ามือแดงจาง ๆ ก่อนจะเบะริมฝีปากออกมาอย่างนึกโมโห
“รู้งี้ตอนนั้นไม่ช่วยห้ามเลือดปล่อยให้ตายไปเลยซะก็ดี”
เธอมองต้นแขนตัวเองอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างปลง ๆ
หลังจากนั้นไม่กี่วันต่อมา ชีวิตที่ดูจะเงียบเหงาในบ้านหลังนี้ของเฌอรินก็เปลี่ยนไป เป็นอย่างที่ปราบบอกเอาไว้ไม่มีผิด ว่าเขาจะให้เธออยู่ที่นี่ในฐานะคนรับใช้จนกว่าพี่สาวของเธอยอมตกลงแต่งงานกับเขาแทน
เณอรินถูกสอนงานโดยหัวหน้าแม่บ้านอย่างป้าแก้ว รวมถึงการเข้าครัวที่จะฝึกทำอาหารเช้าให้กับปราบตลอดอาทิตย์
หญิงสาวในชุดแม่บ้านสีกรมรวบผมมวยยกสูงดูเรียบร้อยกำลังปาดเหงื่อใสที่ซึมออกมาตามกรอบหน้าหวานท่ามกลางแดดตอนบ่าย ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างอดทน
เธอต้องผ่านไปได้สิ
แรงฮึดที่ไม่อยากให้พี่สาวและครอบครัวต้องเดือดร้อน ทำให้หญิงสาวก้มหน้าก้มตารีบทำงานบ้านที่เหลือต่อจนเสร็จ แม้ใบหน้าหวานที่ตอนนี้จะเต็มไปด้วยความอิดโรย แต่กระนั้นเธอก็ยังฝืนยิ้มให้ทุกคน
“ป้าแก้ว มีอะไรให้รินทำอีกไหมคะ”
หญิงสาวจึงเดินกลับเข้ามาหาแม่บ้านที่กำลังง่วนอยู่ในห้องครัวหลังจากที่เช็ดทำความสะอาดห้องหนังสือของปราบเสร็จหมดแล้ว
“หืม เสร็จแล้วหรือคะ” ป้าแก้วเงยหน้าขึ้นมามองอย่างไม่เชื่อสายตา
“ค่ะ เสร็จหมดแล้ว ให้รินช่วยอะไรอีกไหมคะ” เธอยิ้มทั้งที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ จนป้าแก้วถึงกับส่ายหน้าอย่างเอ็นดู
