บทที่ 7 เจ้าสาวตัวแทน
การแต่งงานถูกกำหนดให้แต่งกันภายในสามเดือนข้างหน้า ปฐวีเสนอให้รัชพลส่งลูกสาวที่จะแต่งงานด้วยมาอยู่ที่บ้านปราบเพื่อเรียนรู้กันไปก่อน
ทั้งที่ความจริงการเรียนรู้ที่ว่า นั่นก็คือหมายถึงการเอาตัวมาประกันว่ารัชพลจะไม่คิดหักหลังภัครวรเดชก็เท่านั้น!
การมาอย่างไม่ทันตั้งตัวของเฌอรินจึงถูกจัดการขึ้นในหนึ่งอาทิตย์ต่อมา แม้เฌอรินเองจะแอบหวั่นวิตกแต่เธอก็เลือกแล้วที่จะตัดสินใจทำเพื่อครอบครัวอยู่ดี
ที่สุดแล้ว ช่วงสายในอีกไม่กี่วันต่อมารถหรูขับเข้ามาจอดหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของปราบ ราวเป็นฉากในหนัง ทุกคนในบ้านออกมารอต้อนรับว่าที่ภรรยาของเขา เว้นก็แต่ว่าที่เจ้าบ่าวไม่แม้แต่จะปรากฏมาให้เห็นร่วมกับคนอื่น ๆ
เฌอรินในชุดแซกสีฟ้าอ่อนก้าวขาลงออกมาจากรถ ใบหน้าแสดงถึงความวิตกกังวลเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะพยายามฉีกยิ้มและคำนับทักทายเหล่าแม่บ้านที่ออกมาต้อนรับ สายตากวาดมองหาว่าที่เจ้าบ่าวที่ไม่เคยพบหน้า หารู้ไม่ว่านัยน์ตาคมเข้มกำลังดูเธออยู่จากกล้องวงจรปิดภายในบ้านด้วยความรู้สึกรัวเกียจ ก่อนจะกดปิดหน้าจอทิ้งไปอย่างไม่สบอารมณ์!
....
ก่อนหน้านี้สามวัน...
ก้องภพเพิ่งเอารูปถ่ายจากนักสืบที่ให้คนไปติดตามพฤติกรรมของลูกสาวบ้านนี้ พบว่าตอนดึก ๆ จะมีรถหรูขับออกไปเที่ยวผับบาร์ รูปถ่ายจากด้านหลังคือผู้หญิงแต่งตัวเซ็กซี่ร่างเล็กผมลอนสีคาราเมล ถ้าได้เดาก็จากภาพลักษณ์ภายนอกน่าจะเป็นรสรินหรือเฌอรินน้องสาว เพราะหากเป็นรสรัลหรือเฌอรัลคนที่เป็นพี่สาวเธอ ต้องมีผมยาวที่ดำเงาขลับเป็นเส้นตรง
ซ้ำร้ายกว่านั้นเมื่อนักสืบลองตามไปถ่ายภาพจากในผับที่มีแสงสลัวจะรู้ว่าสาวน้อยผมลอนสีคาราเมลคนนี้มั่วกับผู้ชายไปทั่ว และเมื่อลองถามจากผู้ชายที่เคยมั่วกับเธอ ต่างก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่าสาวน้อยคนนี้ชื่อ รสรินหรือเฌอริน ซึ่งมักจะมาใช้บริการผับนี้เป็นประจำมาหลายปี
“ผู้หญิงมั่ว ๆ แบบนี้ หึตระกูลดิษสถาวงษ์ คิดจะเอาลูกสาวคนเล็กใส่ตะกร้าล้างน้ำมาสินะ”
เขาโยนภาพหญิงสาวที่มองไม่เห็นใบหน้าเพราะกำลังกอดจูบกับผู้ชายอีกคนโยนทิ้งไปบนโต๊ะ
“ตระกูลดิษสถาวงษ์ มันจะหยามกันเกินไปแล้ว”
“แล้วทำไมคุณปราบถึงตกลงให้ ทางนั้นส่งคุณหนูรสรินมาละครับ”
“ก็นายพูดเองว่าบ้านนั้นรักลูกสาวคนเล็กมาก เพราะงั้นก่อนวันแต่งงานฉันจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ทรมานจนทนไม่ไหวจนส่งพี่สาวของเธอมาแต่งแทน”
รอยยิ้มร้ายปรากฏที่มุมปาก คิดว่าเขาจะยอมแต่งงานกับศัตรูที่คิดจะลอบฆ่าเขาง่าย ๆ อย่างงั้นหรือ
อย่างน้อยครอบครัวดิษสถาวงษ์ก็ต้องได้รับการตอบแทนที่สาสม!
...
ทันทีที่เฌอรินก้าวเข้ามาภายในบ้าน ท่ามกลางสายตาของเหล่าแม่บ้านและบอดี้การ์ดหนุ่มที่กำลังยืนมองมาที่เธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“เออ...สวัสดีค่ะ”
เธอกล่าวทักทาย แต่เหมือนทุกคนจะเฉยชาต่อการมาของเธอ ส่วนเฌอรินแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับปราบ นอกจากที่รู้ว่าเขาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของพ่อเธอ เธอเองเพิ่งเรียบจบและยังไม่ได้เริ่มหัดทำธุรกิจอะไรอย่างพี่สาว และยิ่งแทบจะไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ เมื่ออยู่ ๆ ทางปราบก็ส่งคนให้มารับตัวเธอเข้ามาอยู่ในบ้านเขากะทันหัน โดยอ้างว่าเป็นการปรับตัวก่อนการแต่งงานอีกสามเดือนข้างหน้าที่จะมาถึง
“เชิญที่ห้องรับแขกค่ะ”
แม่บ้านที่ดูจะอาวุโสเอ่ยแต่สีหน้ากลับไม่ได้ดูเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย เฌอรินที่ต้องลากกระเป๋าใบเขื่องเข้ามาไม่มีแม้แต่คนรับใช้ภายในบ้านจะยื่นมือเข้ามาช่วย เธอได้แต่เม้มปากอย่างอดทน เพราะนี่เป็นทางที่เธอตัดสินใจเลือกแล้วและเธอก็ต้องทนให้ได้
ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาก่อนจะมองไปรอบ ๆ อย่างทำใจ ถึงอย่างนั้นเฌอรินก็ยังพยายามรวบรวมความกล้าอีกครั้งก่อนจะถามหาคนที่เธอควรจะต้องทำความรู้จักเพื่อเป็นสามีของตัวเองในอนาคต
“แล้วคุณปราบละคะ”
“คุณปราบให้ผมลงมาต้อนรับแทนครับ คุณปราบแจ้งว่ากำลังติดงานอยู่ไม่ว่างลงมารับด้วยตัวเอง”
เสียงจากก้องภพที่เพิ่งเดินลงมาจากบันได ก่อนที่เขาจะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเฌอริน ใบหน้าเคร่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความสุภาพโน้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อทักทาย
ทว่าทันทีที่เห็นหน้ากลับให้ทำก้องภพนึกแปลกใจ
เฌอรินที่นั่งอยู่ตรงหน้ากลับดูอ่อนหวานราวกลับตุ๊กตา ดวงตากลมคู่ใสดูบริสุทธิ์และใสซื่อ ไม่เหมือนกับผู้หญิงนักท่องราตรีในรูปภาพที่เขาได้รับจากนักสืบเลยสักนิด ทว่าหากแต่ดูจากทรงผมสีผมและการแต่งกายก็คงเป็นคนอื่นไปไม่ได้ รวมถึงรูปที่ลงจากรถตอนกลางคืนก็ยืนยันได้ว่าเป็นรถที่ขับออกมาจากตระกูลดิษสถาวงษ์ ซ้ำภาพถ่ายจากในผับเป็นที่มืดก็มองเห็นแค่ด้านหลังของหญิงสาวที่กำลังยืนกอดจูบกับชายหนุ่มไม่ซ้ำหน้าก็เป็นอื่นใดไม่ได้นอกจากเธอคนนี้
แต่ก็อย่างว่า ...คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ
“อ่อค่ะ ไม่เป็นไร ให้รินเรียกคุณว่าอะไรดีคะ” เฌอรินยิ้มบาง ๆ ทักทาย อย่างน้อยตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังนี้ก็เพิ่งจะมีคนพูดกับเธอเป็นประโยคยาว ๆ เป็นคนแรก
“ผมก้องภพ เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของคุณปราบครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณก้องภพ ว่าแต่...จะให้รินเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บที่ห้องไหนดีคะ”
“งั้นเชิญทางนี้ครับ ตามผมมา”
ก้องภพเดินเข้ามาช่วยหยิบกระเป๋าเดินทางให้เฌอริน ก่อนจะเดินนำเธอไปยังห้องพักที่ปราบให้คนมาเตรียมเอาไว้
