บทที่ 8 แกล้งกันชัดๆ
หญิงสาวตามขึ้นบันไดไปด้านบน ก่อนที่ก้องภพจะเดินพาเฌอรินมาจนเกือบสุดทางเดินของฝั่งซ้าย
“นี่ครับ ห้องของคุณ”
ใช่...มองดูเหมือนกับว่าเฌอรินจะได้อยู่ในห้องที่เหมือนเป็นหลืบในมุมอับ จนเธอแทบจะนึกว่านี่เป็นห้องเก็บห้อง
“ห้องฉัน?”
“ครับ ขอตัวก่อนนะครับ”
ก้องภพขอตัวทันที ปล่อยให้เฌอรินกลับมารู้สึกเคว้งคว้างขึ้นมาอีกครั้ง ถึงจะอยากถามอะไรอีกฝ่ายต่อสักหน่อยแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะก้องภพเดินจากไปทันทีหลังจากที่เขาพูดจบ
ไฟภายในห้องถูกเปิดขึ้น พร้อมกับฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจายคล้ายขาดการเก็บกวาดมาหลายปี
"หา...นี่อะนะห้องนอน!"
เฌอรินมองสะตั้นก่อนจะยืนค้างไปหลายวินาที รู้สึกห่อเหี่ยวที่ได้เห็นห้องตัวเอง ตอนแรกก็คิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะดูสวยงามและสะดวกสบายมากกว่านี้
คิดถึงห้องนอนที่บ้านเธอยังใหญ่กว่านี้อีกเป็นสี่เท่า ถึงแม้ว่าภายในห้องนี้มีห้องน้ำอยู่ในตัวแต่ขนาดมันกลับดูเล็กกว่าที่เธอคิดไว้ ถ้าเทียบก็คงจะเหมือนกับห้องเช่าไม่ก็คอนโดเล็ก ๆ ที่แทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้ทำอะไรได้มากนอกจากนอนและเดินไปมาตรงพื้นที่ด้านล่างได้
เธอหันไปดูเตียงขนาดห้าฟุตที่แค่วางเพียงอันเดียวพื้นที่ห้องก็แทบจะไม่เหลือแล้ว ก่อนจะค่อยๆ เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกนุ่มๆ ของผ้าปูที่นอนสีขาว
“นี่สินะการต้อนรับเป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด”
หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่ค่อยสบายใจ
กว่าค่อนวัน ที่เฌอรินใช้เวลาในการทำความสะอาดห้องอย่างลำพังจนเสร็จ ชุดสวย ๆ ที่เตรียมมาถูกนำไปเก็บไว้ใส่ในตู้ เธอเตรียมใจเอาไว้แล้วยิ่งได้รับการต้อนรับแบบนี้เธอคงยากจะมีโอกาสได้ใส่มัน หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบเสื้อยืดกางเกงขายาวสีชมพูพาสเทลเข้าชุดมาใส่แทน
เธอคงต้องพร้อมรับมือสินะ! เอาเถอะในเมื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานไม่ได้เธอก็จะพยายามให้เป็นที่ยอมรับให้ได้ รวมถึงผู้ชายคนนั้นด้วย
ผ่านไปหลายชั่วโมงจนถึงเวลาอาหารค่ำ เฌอรินถูกเรียกตัวให้ที่ทุกคนต้องมารวมตัวรับประทานอาหารด้านล่าง และบรรยากาศก็กลับมาสู่ความอึดอัดอีกครั้ง
เมื่อเจ้าของบ้านไม่ยอมลงมาร่วมรับประทานอาหารด้วย! ส่งผลให้ก้องภพต้องขึ้นไปด้านบนที่ห้องทำงานปราบ
ก็อกๆ
“เข้ามา”
ประตูถูกเปิดออก ในห้องเปิดไฟสว่างและมีกลิ่นอโรม่าที่ผสมผสานกับกลิ่นหนังสือและเอกสารลอยอบอวล ก้องภพก้าวขาเข้าไปพลางมองคนตรงหน้าที่กำลังช้อนสายตามามองเขาและก้มมองแล็บทอปที่วางอยู่ตรงหน้าต่อ ถ้าให้เดาจากสีหน้า ดูก็รู้ว่าปราบยังไม่อยากจะต้อนรับหรืออยากพบหน้าใครในตอนนี้
“คุณเฌอรินเข้าพักผ่อนในห้องที่คุณปราบให้คนเตรียมเอาไว้แล้วครับ”
“โวยวายไหม”
“ไม่ครับ ไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลยครับ และดูเหมือนเธอจะเรียบร้อยกว่าที่คิดเอาไว้”
“สร้างภาพ”
“แล้วคุณปราบจะไม่ลงไปรับประทานอาหารร่วมกับเธอหรือครับ?”
“บอกเธอว่าวันนี้ฉันยุ่ง ไม่ว่างลงไปร่วมโต๊ะด้วย”
"ครับ"
ก้องภพรับคำพูด ก่อนจะหันหลังเตรียมกลับออกไปทันที ก่อนจะออกไปก็ยังสังเกตเห็นว่าปราบมีสีหน้าที่เมินเฉยในตัวว่าที่ภรรยามากแค่ไหน เขาเดินกลับลงมาด้านล่างเพื่อรายงานเรื่องนี้กับแขกผู้มาเยือนอย่างเฌอริน
…
“ไม่เป็นไรค่ะ”
หลังจากที่รู้ว่าเขาไม่ลงมาต้อนรับแม้กระทั่งร่วมโต๊ะอาหาร เธอได้แต่ก้มหน้านิ่ง เพราะไม่คิดว่าเจ้าของบ้านจะแสดงอาการรังเกียจอะไรออกมาขนาดนี้ แต่ก็นะ จะไม่ให้เขารังเกียจเลยก็คงแปลก เพราะเขาก็คงไม่ได้อยากแต่งงานกับลูกสาวบ้านดิษสถาวงษ์
….
และจากวันแรกที่เธอย่างกรายเข้ามาอยู่ที่นี่จนกระทั่งผ่านไปเกือบอาทิตย์ เฌอรินพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานที่แห่งใหม่ ถึงจะรู้สึกกดดันน้อยลงแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย แม่บ้านทุกคนเหมือนไม่มีใครอยากพูดกับเธอ ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงาจึงกลายเป็นเพื่อนของเธอมากกว่าเหล่าแม่บ้านและบอดี้การ์ดที่คอยเดินไปมาภายในบ้าน
หญิงสาวเดินออกมาจากห้อง ทุกห้องยังคงปิดสนิทเหมือนไม่มีใครอยู่ที่นี่เหมือนเดิม และเช่นกันกับว่าที่สามีในอนาคตของเธอที่ชื่อปราบที่ไม่เคยเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองมาที่นี่เพื่อจะต้องแต่งงานกับเขา เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่หญิงสาวมาเยือนจนถึงตอนนี้ แม้แต่เงาของอีกฝ่ายก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็น จนเธอคิดไปแล้วจริงๆ ว่าผู้ชายที่ชื่อปราบ มีตัวตนจริงหรือไม่...
บอดี้การ์ดที่ยืนเวรบริเวณหน้าประตูทางเข้าหันมามองเธอด้วยสีหน้าขึงขังราวกับว่าเฌอรินเป็นผู้บุกรุกอย่างเช่นทุกที ก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกไปอีกทางด้านหลังที่เชื่อมต่อไปยังสวน
ด้านข้างเป็นมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ มีทางเดินเชื่อมต่อไปยังสวนต้นไม้และซุ้มดอกกุหลาบ จนไปถึงบ่อน้ำพุที่สูงกว่าเธอตั้งอยู่ บนยอดเป็นรูปปั้นของนกหงส์สองตัวกำลังทำท่าเหมือนจะกอดกัน สายน้ำพุ่งและตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงอย่างต่อเนื่อง กลิ่นกุหลาบส่งกลิ่นหอมทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายหลังจากที่เจอกับสภาวะกดดันตลอดหลายวัน หรือจะว่าไปอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เลยก็ว่าได้
เฌอรินหยิบโทรศัพท์มาเพื่อโทรกลับไปบ้านด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
