บทที่ 10 มื้อหรู 1
มื้อหรู
บรรยากาศยามเย็นใจกลางกรุงเทพมหานครถูกแทนที่ด้วยแสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงเสียดฟ้า คชาเลี้ยวรถสปอร์ตคันหรูเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรมระดับห้าดาว
พนักงานต้อนรับในชุดสูทเนี้ยบรีบกุลีกุจอเข้ามาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้อย่างนอบน้อม มีนาก้าวขาเรียวยาวออกจากรถ สายตาจับจ้องไปที่ทางขึ้นห้องอาหารชั้นดาดฟ้าด้วยความประหม่าเล็กน้อย
"ไม่ต้องเกร็งนะมีน คืนนี้ฉันตั้งใจพาแกมารับลมชมวิวสวยๆ ดื่มด่ำกับอาหารอร่อยๆ ให้ลืมเรื่องแย่ๆ ไปให้หมด" คชาเดินเข้ามาใกล้ ยื่นแขนให้เธอควงอย่างเป็นธรรมชาติ
มีนารับแขนเพื่อนสนิทพลางส่งยิ้มบางๆ ให้
"ขอบใจนะคชา แกดูแลฉันดีเกินไปจนฉันเริ่มเกรงใจแล้วจริงๆ"
"บอกกี่หนแล้วว่าไม่ต้องเกร็ง สำหรับแก ฉันให้ได้มากกว่านี้อีก" คชายักคิ้วให้ยิ้มๆ ก่อนจะพามีนาขึ้นลิฟต์แก้วตรงขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าทันที
ร้านอาหารบนดาดฟ้าแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว โต๊ะอาหารแต่ละโต๊ะถูกจัดวางให้มีระยะห่างที่พอเหมาะ มองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน
คชาจองโต๊ะมุมที่ดีที่สุดไว้ล่วงหน้า พนักงานพาคนทั้งคู่ไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมกับกุลีกุจอถือถุงช้อปปิ้งแบรนด์เนมกองโตที่คชาเพิ่งกว้านซื้อให้มีนาเมื่อช่วงบ่ายมาวางไว้ที่เก้าอี้ข้างๆ อย่างระมัดระวัง
มีนามองกองถุงกระดาษยี่ห้อดังระดับโลกแล้วได้แต่นึกถอนหายใจ ในใจแอบรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด จากแม่บ้านที่คอยประหยัดกินประหยัดใช้ คอยมองป้ายลดราคาในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเซฟเงินให้สามี แต่วันนี้กลับมีชายหนุ่มรูปงามสายเปย์มาคอยประเคนทุกอย่างให้ถึงมือโดยไม่เสียดายเงินแม้แต่นิดเดียว
"รับไวน์แดงปีไหนดีครับคุณคชา" บริกรเลื่อนเมนูเครื่องดื่มมาให้
"เอาไวน์บอร์โดปีเก่าที่สุดที่คุณมีในสต็อกมาหนึ่งขวดครับ แล้วก็เสิร์ฟสเต๊กเนื้อวากิว A5 ให้คุณผู้หญิงด้วย เอาความสุกระดับมีเดียมแรร์นะ" คชาสั่งอาหารอย่างคล่องแคล่วโดยแทบไม่ต้องมองเมนู เขาจดจำรายละเอียดและความชอบของมีนาได้ดีอย่างน่าประหลาด
"นายยังจำได้อีกเหรอว่าฉันชอบกินสเต๊กความสุกระดับไหน" มีนาถามด้วยความแปลกใจ
"จำได้สิ เรื่องของแก ฉันไม่เคยลืมหรอก" คชาสบตาเธอด้วยความนุ่มลึก
ในขณะที่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกำลังเต็มไปด้วยความหวานชื่น ทางด้านประตูทางเข้าห้องอาหาร
ภูมิในชุดสูททำงานที่เริ่มยับย่น เดินเข้ามาพร้อมกับนลิน หญิงสาวหน้าตาน่ารักในชุดเดรสสั้นสีหวาน นลินเดินเกาะแขนภูมิแน่น พลางส่งเสียงออดอ้อนตลอดเวลา
"พี่ภูมิคะ นลินอยากกินร้านนี้มานานแล้ว เพื่อนๆ ในแก๊งถ่ายรูปเช็กอินกันเต็มเลย พี่ภูมิน่ารักที่สุดเลยค่ะที่พานลินมา" นลินพูดเสียงหวานฉ่ำ
ภูมิมียิ้มเจื่อนๆ บนใบหน้า ในใจรู้สึกเสียดายเงินไม่น้อย ร้านอาหารระดับนี้ราคาจานหนึ่งไม่ใช่เบาๆ แต่เพราะต้องการเอาใจนลินหลังจากที่เพิ่งมีปากเสียงกันเรื่องเงินทองเมื่อวันก่อน เขาจึงต้องจำใจพานางเอกคนใหม่มาดินเนอร์หรู
"เอ่อ!!!นลินสั่งพอประมาณนะช่วงนี้พี่เพิ่งหมุนเงินทำธุรกิจ แล้วไหนจะค่าธรรมเนียมทนายเรื่องฟ้องหย่าอีก" ภูมิเอ็ดเสียงเบาอย่างระมัดระวัง
"โธ่ พี่ภูมิก็ นลินไม่ได้สั่งเยอะสักหน่อย นานๆ พามาร้านหรูทั้งที ขอสั่งเมนูเด็ดๆ หน่อยไม่ได้เหรอคะ" นลินหน้าบึ้งง้องอนทันที
บริกรพาทั้งคู่ไปนั่งที่โต๊ะแถวกลาง ซึ่งไม่ได้ติดขอบระเบียงชมวิวเหมือนโต๊ะ VIP ภูมิถอนหายใจยาว กวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่แล้วสายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับร่างบางในชุดเดรสสีครีมตัดขอบทองที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะมุมระเบียงที่วิวดีที่สุดในร้าน
ดวงตาของภูมิขยายกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าสวยเฉี่ยว เรียวปากอิ่มทาลิปสติกสีสด รอยยิ้มสดใสเปล่งประกายไร้ความหมองเศร้า นั่นคือ มีนา อดีตภรรยาที่เคยแต่งตัวป้าๆ ทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่บ้าน
และที่ทำให้ภูมิถึงกับเลือดขึ้นหน้า คือชายหนุ่มหน้าตาดีแต่งตัวเนี้ยบสไตล์ลูกครึ่งไฮโซที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ชายคนนั้นกำลังบรรจงหั่นเนื้อสเต๊กในจานของตัวเอง แล้วแลกจานส่งมาให้มีนาอย่างเอาใจใส่ บนโต๊ะมีขวดไวน์ราคาหลายแสน และข้างๆ เก้าอี้ยังมีถุงกระดาษแบรนด์เนมวางกองโตจนแทบไม่มีที่วาง
"มีนา" ภูมิพึมพำออกมา เสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตกใจและความเสียดาย
"พี่ภูมิ มองอะไรอยู่เหรอคะ" นลินถามพลางมองตามสายตาของภูมิไป ทันทีที่เห็นมีนานั่งหัวเราะร่าเริงอยู่กับมหาเศรษฐีหนุ่ม นลินก็ถึงกับตาค้าง หน้าเสียไปทันที
"ยัยมีน่านี่ เพิ่งหย่าเมื่อวาน วันนี้มานั่งเสพสุขกับผู้ชายคนอื่นแล้วเหรอเนี่ย ร้ายจริงเลยนะ" นลินพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยาอย่างเปิดเผย
"เงียบเถอะน่านลิน!!!" ภูมิหันมาร้องเสียงเข้มใส่คนรักใหม่ ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นพล่านไปทั่วอก เขาจดจำคชาได้ทันที หมอนี่คือเพื่อนสนิทในก๊วนมหาวิทยาลัยของมีนา ที่เคยตามจีบมีนาอย่างหนักก่อนที่เธอจะตัดสินใจเลือกแต่งงานกับเขา
ภูมิมองภาพมีนาในตอนนี้แล้วรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก หญิงสาวที่เคยยอมอดทน อยู่บ้านประหยัดเงิน รับใช้เขาราวกับคนรับใช้ บัดนี้กลับได้รับการดูแลระดับเจ้าหญิงจากชายหนุ่มคนอื่นที่ร่ำรวยกว่าเขาหลายเท่า
"พี่ภูมิคะ นลินอยากกินเนื้อวากิว A5 จานนี้จังเลยค่ะ" นลินสะกิดแขนชี้เมนูเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ภูมิเหลบตาลงมองราคาในเมนู ตัวเลขหกพันกว่าบาทต่อจานทำให้เขาขมวดคิ้วแน่น
"จานนั้นมันแพงเกินไปนลิน สั่งสเต๊กหมูธรรมดาก็พอ รสชาติก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ"
"อะไรกันคะพี่ภูมิ!!! ทีอดีตเมียพี่ นั่งกินไวน์ขวดละเป็นแสน มีถุงแบรนด์เนมวางเต็มโต๊ะ แต่พี่กลับให้ลินกินสเต๊กหมูเนี่ยนะ" นลินชักสีหน้าและเริ่มส่งเสียงดังด้วยความขัดใจ
ความเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้ภูมิรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างที่สุด ชายหนุ่มจ้องมองไปที่โต๊ะของมีนาด้วยสายตาร้อนรุ่ม ความเป็นเจ้าของในอดีตเริ่มตีกลับมาสร้างความหงุดหงิดในจิตใจ
ทางด้านโต๊ะ VIP คชาจับสังเกตได้ถึงสายตาคุกคามจากโต๊ะข้างหลัง เขากวาดสายตามองไปเห็นภูมิและนลินกำลังมีปากเสียงกันอยู่ คชายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเลื่อนมือหนาไปจับมือบางของมีนาที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้แน่น
มีนาสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองคชาด้วยความสงสัย
"คชา มีอะไรหรือเปล่า"
"ไม่มีอะไรหรอกมีน แค่อยากจับมือแกไว้" คชาบีบมือเธอเบาๆ นัยน์ตาสบประสานกับเธออย่างจริงจัง
"แกเห็นสายตาอดีตสามีแกที่มองมาไหม"
มีนาชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะทำทีเป็นไม่สนใจ
"อย่าไปสนใจเลยคชา เรื่องมันจบไปแล้ว ฉันไม่อยากเอาอดีตเน่าๆ มาทำลายบรรยากาศมื้ออาหารของเรา"
"ดีมากมีน" คชายิ้มหวาน นัยน์ตาทอประกายความเอ็นดูและความรักอย่างลึกซึ้ง
"ฟังฉันนะมีน เงินพวกนี้ที่ฉันจ่ายไป หรือถุงของขวัญพวกนั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับเวลาที่ฉันต้องเสียแกให้คนอื่นไปตั้งสามปี ต่อจากนี้ไป ฉันจะเปย์แกคนเดียว จะดูแลแกให้ดีที่สุด ให้สมกับที่คุณค่าในตัวแกควรได้รับ"
ประโยคที่ตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยความจริงใจของคชา ทำให้อกของมีนาอุ่นวาบ หัวใจที่เคยปิดตายและชอกช้ำจากคำพูดร้ายกาจของภูมิ เริ่มมีรอยร้าวของความใจอ่อนเพิ่มขึ้นอีกชั้น เธอสบตาเพื่อนสนิทพลางส่งยิ้มตอบรับความหวังดีนั้นอย่างซาบซึ้งใจ
