บทที่ 11 มื้อหรู 2

มื้อหรู

ภูมิที่แอบมองอยู่ไกลๆ เห็นช็อตที่คชาจับมือมีนาและพูดจาหวานซาบซ่าน เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกเสียดายและริษยา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่นั่งหน้าบึ้งกินอาหารราคาประหยัดท่ามกลางเสียงบ่นกระปอดกระแปดของนลินตลอดทั้งมื้อ

หลังจากมื้ออาหารค่ำสุดหรูสิ้นสุดลง คชาขับรถสปอร์ตพามีนากลับมาส่งที่คอนโดหรูย่านสุขุมวิท ไฮโซหนุ่มไม่ยอมให้มีนาถือถุงแบรนด์เนมเองแม้แต่ใบเดียว เขาอาสาหิ้วถุงทั้งหมดขึ้นลิฟต์มาส่งเธอถึงหน้าประตูห้องพักชั้น 35

"ขอบใจมากๆ นะคชา สำหรับวันนี้ ทั้งอาหารอร่อยๆ แล้วก็ของพวกนี้ด้วย" มีนายืนประจันหน้ากับเพื่อนสนิทหน้าประตูห้อง พลางยื่นมือไปรับถุงกระดาษมาถือไว้

"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอบใจ" คชายิ้มอบอุ่น มือหนายกขึ้นมาจัดปอยผมที่ปลิวมาเกะกะใบหน้าสวยของเธออย่างแผ่วเบา

"วันนี้ฉันมีความสุขมากนะมีน ที่เห็นแกยิ้มได้กว้างขนาดนี้"

"ฉันก็มีความสุขเหมือนกัน ขอบใจแกจริงๆ นะที่เข้ามาอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้"

คชามองใบหน้าเนียนใสของมีนานิ่ง สายตาคมไล่ต่ำลงมองริมฝีปากอิ่มสีสด เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้

มีนาเกร็งตัวขึ้นมานิดหน่อยตามสัญชาตญาณ แต่คชากลับเพียงแค่จรดริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนของเธออย่างนุ่มนวลและให้เกียรติ สัมผัสแสนอบอุ่นทิ้งความรู้สึกกรุ่นไว้อย่างละมุนละไม

"ฝันดีนะมีน พักผ่อนมากๆ ลืมเรื่องปวดหัวไปให้หมด พรุ่งนี้ฉันจะมารับไปกินขนมอีก" คชากระซิบเสียงเบา ก่อนจะค่อยๆ ถอยห่างออกมา

"ฝันดีนะคชา ขับรถกลับดีๆ ลาละ" มีนายิ้มรับ

คชาหมุนตัวเดินกลับไปทางลิฟต์ด้วยความอารมณ์ดี แต่ทว่า ในจังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะเปิดออก ประตูห้องข้างๆ ของมีนาก็ดังแกร๊กขึ้นมาเสียก่อน

สิงหาก้าวเดินออกมาจากห้องพัก ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีดำรัดรูปที่เน้นลอนกล้ามเนื้อหน้าอกและซิกแพ็กอย่างชัดเจน กางเกงยีนส์สีเข้มทรงเก๋าเข้าชุด ผมทรงสกินเฮดและสายตาคมกริบดุจเสือร้ายทำให้เขามีรังสีความคุกคามอันตรายแผ่ออกมารอบตัว

สิงหาหยุดชะงักมองคชาที่กำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ สองหนุ่มสายตาประสานกันกลางอากาศ บรรยากาศรอบทางเดินพลันเย็นเฮือกขึ้นมาฉับพลัน

คชาชะงักไปเล็กน้อย เขากวาดสายตามองสิงหาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินของลูกผู้ชาย แต่แทนที่จะแสดงอาการประหม่า

คชากลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขาพยักหน้าให้สิงหาเล็กน้อยเป็นเชิงทักทายแบบผู้ดี ก่อนจะก้าวเข้า ลิฟต์ไปและปล่อยให้ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิดลง

สิงหายืนมองประตูลิฟต์ที่ปิดสนิท นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาหมุนแหวนเงินที่นิ้วเล่นเบาๆ ก่อนจะหันสายตากลับมามองบานประตูห้องของมีนาที่เพิ่งปิดลงไปได้ไม่ถึงนาที

ยิ้มมุมปากของเสือร้ายปรากฏขึ้น สิงหาเดินตรงเข้าไปที่หน้าประตูห้องของมีนาทันที โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและเป็นจังหวะดังขึ้น มีนาที่กำลังจะเดินนำถุงแบรนด์เนมไปวางที่โซฟาชะงักเท้า เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นึกในใจว่าคชาอาจจะลืมของหรือเปล่า จึงรีบหมุนตัวเดินกลับมาเปิดประตูออกดู

"คชา ลืมของเหรอ"

ประโยคคำถามกลืนหายลงไปในลำคอทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างสูงใหญ่กำยำของสิงหา ยืนค้ำประตูห้องเธออยู่ รังสีความดุดันและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายรสเข้มผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาคุมเชิงในพื้นที่ทันที

"คุณสิงหา มีอะไรหรือเปล่าคะ" มีนาเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ พลางขยับตัวกั้นประตูไว้ตามสัญชาตญาณ

สิงหาไม่ได้ตอบคำถามในทันที สายตาคมกริบดุจเสือร้ายของเขากวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางสวยงาม ก่อนจะไล่สายตามองต่ำลงสำรวจชุดเดรสหรูหรา และไปหยุดอยู่ที่ถุงแบรนด์เนมกองโตที่วางอยู่บนโซฟาข้างหลังเธอ

"ไปเดตกับสายเปย์มาสนุกไหมครับคุณเพื่อนบ้าน" สิงหาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า นัยน์ตาฉายแววหยอกล้อผสมความคุกคามอย่างเปิดเผย

"มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า ดึกป่านนี้แล้ว" มีนาเชิดหน้าขึ้นตอบ พยายามทำเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่เกิดขึ้นเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มร่างใหญ่คนนี้

สิงหายกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย เขาถือวิสาสะก้าวขาข้างหนึ่งเข้ามาในเขตประตูห้องของเธอ ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมาประชิดจนมีนาต้องก้าวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ สิงหาใช้วงแขนแกร่งข้างหนึ่งยันขอบประตูไว้ กักตัวร่างบางไว้ในอ้อมแขนกลายๆ

"ขอบคุณที่ถามครับ พอดีผมเห็นเพื่อนบ้านกลับมาถึงห้อง ก็เลยอยากมาทักทาย" สิงหาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียนของเธอ ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดตรงข้างหูชวนให้ขนลุกซู่

"...และอยากจะมาเตือนอะไรสักหน่อย"

"เตือน... เตือนอะไรคะ" มีนารู้สึกหัวใจเต้นระทึก เสียงพูดเริ่มตะกุกตะกัก ความแน่นของกล้ามเนื้อและกลิ่นกายอันตรายของสิงหากำลังเล่นงานระบบประสาทของเธออย่างหนัก

สิงหายกมืออีกข้างขึ้นมา ใช้ปลายสอยนิ้วสัมผัสปอยผมข้างแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะไล้ลงมาที่เรียวปากอิ่มสีสดอย่างแผ่วเบา สายตาจ้องมองริมฝีปากของเธอด้วยความหมายมั่น

"ถุงกระดาษพวกนั้นก็สวยดีอยู่หรอกครับ แต่ของเล่นราคาแพงพวกนั้น มันสู้สัมผัสอุ่นๆ จากคนข้างห้องอย่างผมได้จริงเหรอครับคุณมีน"

คำพูดที่ตรงไปตรงมาและแฝงไปด้วยความรุกหนักของสิงหา ทำให้หน้าของมีนาร้อนผ่าวจนแทบจะไหม้ หัวใจเต้นรัวเหมือนเสียงกลองรบ

"คุณสิงหา!!! อย่ามารวนเกรและพูดจาตลกแบบนี้นะคะ ถอยออกไปเลย!!!" มีนารีบดันอกแกร่งของเขาออก แต่มือบางที่วางลงบนกล้ามอกแน่นปั๋งภายใต้เสื้อยืดสีดำกลับสัมผัสได้ถึงความร้อนและความแข็งแกร่งของร่างกายเขาจนเธอต้องรีบชักมือกลับ

สิงหาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะต่ำๆ ทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แต่สายตายังคงจ้องมองใบหน้าแดงซ่านของเธอด้วยความพึงพอใจอย่างเปิดเผย

"ผมไม่ได้พูดเล่นครับคุณเพื่อนบ้าน" สิงหายกยิ้มมุมปาก ถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างว่าง่าย

"นอนหลับฝันดีนะครับ คืนนี้ลองคิดดูดีๆ แล้วกันว่าคุณชอบของเล่นราคาแพง หรือชอบของจริงที่อยู่ใกล้แค่มือเอื้อม"

สิงหาทิ้งคำพูดสุดเสียวไส้ไว้แค่นั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเองไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังแกร๊ก

มีนารีบปิดประตูกระจกห้องตัวเอง ล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะพิงแผ่นหลังลงกับบานประตู ถอนหายใจออกมาแรงๆ หัวใจในอกยังคงเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ มือบางยกขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเองที่เพิ่งถูกปลายสอยนิ้วของเขาสัมผัสเมื่อครู่

"ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว รุกหนักขนาดนี้ ใครจะไปรับมือไหวกัน!!!" มีนาพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสนและความวาบหวามที่ซ่อนอยู่ลึกๆ

ชีวิตสาวโสดวันแรกของอดีตแม่บ้านอย่างเธอ ช่างเต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง มีทั้งบาร์เทนเดอร์หนุ่มทรงเสน่ห์ที่ขยี้จูบหวานในห้องเก็บไวน์ เพื่อนสนิทไฮโซสายเปย์ที่พร้อมประเคนทุกอย่างให้ และหนุ่มข้างห้องสายรุกดุดันดุจเสือร้ายที่จ้องจะตะครุบเหยื่ออยู่ตลอดเวลา

กำแพงหัวใจที่เคยคิดว่าจะปิดตาย ไร้ซึ่งความรัก บัดนี้กลับถูกความเร่าร้อนและความอบอุ่นจากชายหนุ่มรอบกาย เข้ามารุมสั่นคลอนจนแทบจะไม่เหลือชิ้นดีเสียแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป