บทที่ 5 เหล้าหวานและรสจูบแรก 1
เหล้าหวานและรสจูบแรก
รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวของค็อกเทลแก้วสวยยังคงทิ้งความอุ่นวาบไว้ที่โคนลิ้น มีนาหมุนแก้วทรงสูงในมือเล่นเบาๆ สายตามองดูฟองคลื่นเล็กๆ ในน้ำสีแดงก่ำที่ภากรเพิ่งตั้งชื่อให้มันว่า Red Velvet Heart
มันเป็นรสชาติที่ไม่คุ้นเคย ละมุน ละเมียดละไม และใส่ใจในรายละเอียด ต่างจากเหล้าเพียวๆ หรือเครื่องดื่มที่เธอเคยแอบจิบคนเดียวในครัวตอนที่รออดีตสามีกลับบ้านอย่างสิ้นเชิง
"เป็นยังไงบ้างครับ รสชาติพอได้ไหม" ภากรเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มละมุน มือเรียวยาวของเขากำลังใช้ผ้าสะอาดเช็ดแก้วใสอย่างเบามือ
"อร่อยมากค่ะ หวานกำลังดี แล้วก็มีรสเปรี้ยวมาตัด ไม่เลี่ยนเลย" มีนาตอบตามตรงพร้อมส่งรอยยิ้มจริงใจกลับไป
"ดีใจที่คุณชอบครับ" ภากรวางแก้วลงแล้วส่งยิ้มตอบกลับมา ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นมองสบตากับเธอตรงๆ โดยไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อย
เกลที่นั่งอยู่ข้างๆ นั่งมองอาการของเพื่อนสาวพลางอมยิ้มมุมปาก ยายเพื่อนตัวดีแอบยกมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ ก่อนจะแสร้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอแล้วตบหน้าขาตัวเองเบาๆ
"ตายแล้วแก ยายเมเนเจอร์ส่งไลน์มาตามงานด่วนเฉยเลย" เกลทำสีหน้าร้อนรนได้สมบทบาทจนมีนาหลงเชื่อ
"งานด่วนเหรอเกล งั้นเรากลับกันเลยไหม" มีนารีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
"อย่าเพิ่ง!!! แกจะกลับได้ยังไง ค็อกเทลยังไม่หมดแก้วเลย" เกลรีบยกมือห้าม
"เอาอย่างนี้ แกนั่งดื่มชิลๆ ไปก่อนเลยนะ ฉันขอออกไปคุยโทรศัพท์เคลียร์งานด่วนตรงลอบบี้ข้างนอกสักครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวฉันเดินกลับเข้ามา"
"ให้ฉันออกไปเป็นเพื่อนไหม"
"ไม่ต้องๆ แกนั่งพักผ่อนอยู่นี่แหละ มีคุณภากรคอยดูแลอยู่ทั้งคน ไม่ต้องกลัวเหงาหรอกเนอะ" เกลหันไปยักคิ้วให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มหลังเคาน์เตอร์ ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าเดินลิ่วออกไปจากบาร์อย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้มีนาได้ทัดทานแม้แต่คำเดียว
ทิ้งให้มีนานั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงเพียงลำพัง หน้าบาร์หินอ่อนสีดำสนิท
ความเงียบครอบงำอยู่ชั่วครู่ เสียงดนตรีแจ๊สเบาๆ ที่เปิดคลอในร้านเริ่มเด่นชัดขึ้นมาในความรู้สึก ภากรวางผ้าเช็ดแก้วลง เขาไม่ได้กดดันหรือพยายามชวนคุยในทันที แต่กลับเลือกที่จะรินน้ำเย็นใส่แก้วใบเล็กเลื่อนมาวางไว้ข้างๆ แก้วค็อกเทลของเธออย่างใส่ใจ
"ดื่มน้ำตามสักหน่อยนะครับ ค็อกเทลตัวนี้ตบท้ายค่อนข้างแรง เดี๋ยวจะบาดคอเอา"
"ขอบคุณค่ะ" มีนารู้สึกผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ภาษาและท่าทางของภากรดูนุ่มนวลและให้เกียรติ ไม่ได้รุกหนักจนชวนอึดอัดแบบสิงหา ชายหนุ่มห้องข้างๆ ที่เธอเพิ่งเจอเมื่อเย็น
"คุณเกลบอกว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคุณมีน" ภากรชวนคุยด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย พลางเท้าแขนลงบนเคาน์เตอร์บาร์ ขยับเข้ามาใกล้เธออีกนิด
"ปกติคนเราเวลาเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ มักจะมีความกลัวซ่อนอยู่ คุณมีนกลัวไหมครับ"
มีนาชะงักไปเล็กน้อย มองหน้าชายหนุ่มตรงๆ เธอเห็นเพียงความจริงใจและแววตาที่พร้อมจะรับฟังอยู่ในนั้น ไม่มีสายตาตัดสิน ไม่มีคำถามเซ้าซี้ถึงเรื่องในอดีต
"จะว่าไม่กลัวเลยก็คงโกหกค่ะ" มีนาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะแค่นยิ้ม
"ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันใช้ชีวิตอยู่บนความคาดหวังของคนอื่นมาตลอด พอลองมาก้าวออกมาอยู่คนเดียวจริงๆ มันก็มีความรู้สึกโหวงๆ อยู่นิดหน่อย"
"สามปีเป็นเวลาที่ไม่สั้นเลยนะครับ" ภากรพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ
"แต่การก้าวออกมาได้ แปลว่าคุณมีนเก่งและกล้าหาญมาก บางคนยอมทนอยู่ในที่ที่ไม่มีความสุขทั้งชีวิตเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่คุณเลือกที่จะเดินออกมาหาความสุขให้ตัวเอง"
คำพูดง่ายๆ แต่ตรงจุดของภากรเหมือนเข็มเล่มเล็กที่สะกิดเข้าตรงบาดแผลในใจของมีนา เธอพยายามเข้มแข็งมาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ตอนเซ็นใบหย่าที่ศาล จนถึงตอนที่เดินออกมาจากศาลโดยไม่เสียน้ำตาสักหยด แต่พอมีใครสักคนมาบอกว่าเธอเก่งและกล้าหาญ ขอบตาของเธอกลับร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ภากรมองเห็นแววตาไหวระริกคู่นั้นได้อย่างชัดเจน เขาไม่ได้เอ่ยปากสงสาร หรือทำท่าทางตกใจ แต่เขากลับยิ้มให้อย่างอบอุ่น
"ข้างนอกเริ่มคนเยอะแล้ว เสียงเพลงก็เริ่มดังขึ้น คุณมีนอยากไปหาที่เงียบๆ นั่งพักสายตาแป๊บหนึ่งไหมครับ"
มีนาหลุบตามองบรรยากาศรอบตัว ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาในร้านมากขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟนีออนและเสียงคุยกันเริ่มทำให้เธอมึนหัว อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือด
"ในร้านมีโซนเงียบๆ ด้วยเหรอคะ"
"มีครับ เป็นโซนเก็บไวน์ส่วนตัวของผมเอง อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์นี่แหละ ปกติผมไม่ค่อยเปิดให้ใครเข้าหรอกนะครับ แต่สำหรับคุณมีนผมให้เป็นกรณีพิเศษ" ภากรยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ก่อนจะเดินอ้อมออกมาจากหลังเคาน์เตอร์บาร์ แล้วส่งมือมาตรงหน้าเธอ
มีนามองมือเรียวยาวสะอาดสะอ้านคู่นั้นอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายเธอก็ตอบรับด้วยการวางมือของตัวเองลงไปบนฝ่ามืออบอุ่นของเขา
ภากรใช้นิ้วกระชับมือเธอไว้หลวมๆ ไม่แน่นจนอึดอัด แต่ก็มั่นคงพอที่ไม่ทำให้เธอหลุดมือ เขาพามีนาเดินเลี่ยงสายตาผู้คนผ่านประตูไม้ลับด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ เข้าสู่โซนห้องเก็บไวน์ใต้ดิน
ทันทีที่ประตูไม้ปิดลง เสียงดนตรีและเสียงจอแจจากภายนอกก็ถูกตัดขาดไปทันที เหลือเพียงความเงียบสงบและอากาศเย็นฉ่ำที่เข้ามากระทบผิว
โซนเก็บไวน์ตกแต่งด้วยผนังอิฐสีส้มสไตล์คลาสสิก มีชั้นไม้สลักลายจัดเรียงขวดไวน์ราคาแพงไว้อย่างเป็นระเบียบ แสงไฟสีส้มสลัวดวงเล็กๆ จากผนังทำให้บรรยากาศรอบตัวดูนุ่มนวล ละมุน และเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด
"สวยจังเลยค่ะ" มีนาเอ่ยชมพลางปล่อยมือออกจากภากร เดินเข้าไปดูขวดไวน์บนชั้นไม้ใกล้ๆ
"ไวน์พวกนี้ผมสะสมมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านครับ ทุกขวดมีความทรงจำของมัน" ภากรเดินตามหลังมาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล สายตาของเขามองตามแผ่นหลังบางในชุดเดรสสีแดงเพลิงอย่างไม่วางตา
มีนาไล่นิ้วมือเรียวสัมผัสไปตามขวดแก้วใส เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นของขวดและบรรยากาศรอบตัวที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ฤทธิ์ของ Red Velvet Heart กำลังทำงานอย่างเต็มที่ มันทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าว และความตื่นกลัวที่มีต่อผู้ชายค่อยๆ ละลายหายไป
"คุณมีนชอบรสชาติเบอร์รีใช่ไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำของภากรดังขึ้นข้างหลัง
"ค่ะ รู้ได้ยังไงคะ" มีนาหมุนตัวหันกลับมาถามด้วยความแปลกใจ
แต่เธอไม่ทันระวังว่าภากรได้ก้าวเข้ามาใกล้เธอมากแค่ไหน พอหมุนตัวกลับมา ปลายจมูกของเธอจึงเกือบจะชนเข้ากับอกเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา มีนาตกใจจนส้นสูงพลิกเล็กน้อย เธอขยับตัวถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่หลังของเธอกลับดันไปชนเข้ากับชั้นวางไวน์ไม้ขัดเงาจนไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป
ภากรไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะชั้นไม้ข้างศีรษะเธออย่างนุ่มนวล กักตัวมีนาไว้ในอ้อมแขนกลายๆ โดยที่ร่างกายไม่ได้แตะต้องกันเลยแม้แต่น้อย
กลิ่นน้ำหอมอบอุ่นสะอาดๆ ผสมกลิ่นเปลือกส้มอ่อนๆ จากตัวภากรลอยมาแตะจมูก มีนารู้สึกเหมือนหัวใจที่เคยนิ่งสนิทและตั้งใจจะปิดตาย กลับมากระตุกวูบและเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
"เพราะบาร์เทนเดอร์ที่ดี ต้องสังเกตลูกค้าครับ" ภากรลดระดับสายตาลงมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของมีนา นัยน์ตาเรียวยาวที่เคยดูใสซื่อบัดนี้ฉายประกายความลุ่มลึกอย่างเปิดเผย
"ผมสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนที่คุณจิบคำแรก คุณยิ้มออกมาเล็กน้อยตรงมุมปาก มันเป็นยิ้มที่สวยมากครับ"
"ภากร..." มีนาเอ่ยชื่อเขาเสียงเบา พยายามจะยืดตัวตรงเพื่อไม่ให้ดูเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
"พูดจาปากหวานแบบนี้กับลูกค้าทุกคนเลยหรือเปล่าคะ"
"ไม่ครับ" ภากรตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งขยายกว้างขึ้น
