บทที่ 6 เหล้าหวานและรสจูบแรก 2
เหล้าหวานและรสจูบแรก
"ผมพูดแบบนี้กับคนที่ผมอยากรู้จักจริงๆ เท่านั้น"
ชายหนุ่มขยับหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนมีนารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดตรงข้างแก้ว ความใกล้ชิดในระดับนี้ทำให้เธอรู้สึกเกร็งจนต้องกำมือตัวเองแน่น แต่แปลกที่เธอไม่ได้รู้สึกอยากผลักไสเขาออกไปเหมือนตอนที่ภูมิ อดีตสามีพยายามจะเข้ามาแตะเนื้อต้องตัว
จูบของภูมิเต็มไปด้วยความครอบครอง เอาแต่ใจ และผูกมัด แต่สายตาและท่าทางของภากรในตอนนี้ กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน และการให้เกียรติ
"คุณมีนรู้ไหมครับ" ภากรเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเขานุ่มหูและละมุนราวกับเสียงดนตรี
"บาดแผลที่เกิดจากคนเน่าๆ มันล้างออกไม่ได้ด้วยความแค้นหรอกนะครับ"
มีนามองสบตากับเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลสั่นไหว
"แล้วมันล้างออกด้วยอะไรคะ"
"มันล้างออกด้วยความรู้สึกใหม่ครับ ความรู้สึกที่ทำให้คุณรู้ว่า ตัวคุณมีค่ามากแค่ไหน"
พูดจบภากรก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาอย่างช้าๆ เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธหรือถอยหนี แต่มีนากลับยืนนิ่ง สายตาของเธอจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากได้รูปของเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
และในที่สุด ริมฝีปากอุ่นนุ่มของภากรก็ทาบทับลงบนริมฝีปากอิ่มสีแดงก่ำของเธอเบาๆ
สัมผัสแรกนั้นแผ่วเบาและนุ่มนวลราวกับสัมผัสของปีกผีเสื้อ ภากรไม่ได้บีบบังคับ ไม่ได้รุกราน แต่ค่อยๆ ละเลียดชิมความหวานจากริมฝีปากของเธออย่างละเมียดละไม รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวของค็อกเทลที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นของทั้งคู่ผสมผสานกันจนแยกไม่ออก
มีนาเผลอปล่อยลมหายใจออกมาเบาๆ ความเกร็งในตอนแรกละลายหายไปจนหมดสิ้น มือบางที่เคยกำแน่นค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปวางบนอกเสื้อเชิ้ตของเขาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อสัมผัสได้ว่าหญิงสาวยินยอม ภากรจึงค่อยๆ เพิ่มความหนักแน่นของจูบขึ้นอีกระดับ มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนขึ้นมาประคองแก้วเนียนนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม ปรับองศาใบหน้าให้จูบนั้นลึกซึ้งและแนบแน่นยิ่งขึ้น
มันเป็นจูบที่นุ่มลึก อบอุ่น และแฝงไปด้วยความวาบหวามที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง มีนารู้สึกเหมือนเข่าอ่อน แรงขากระเผลกจนต้องพึ่งพาแรงพยุงจากอ้อมแขนของชายหนุ่มตรงหน้า
สัมผัสหวานซ่านครั้งแรกหลังการหย่าร้าง ทำให้อดีตแม่บ้านที่เคยคิดว่าตัวเองหมดไฟในเรื่องความรักไปแล้ว ถึงกับต้องงุนงงกับความรู้สึกเร่าร้อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาในกาย นี่คือความรู้สึกของการเป็นที่ต้องการ ความรู้สึกของการถูกมองเห็นตัวตน และความรู้สึกของการเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูด
ภากรถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย เขาไม่ได้ผละออกไปไกล แต่ยังคงใช้หน้าผากแนบชิดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจของทั้งคู่ถี่กระชั้นและผสานเป็นจังหวะเดียวกัน
ดวงตาเรียวยาวของภากรจ้องมองใบหน้าแดงซ่านและริมฝีปากที่ฉ่ำวาวของมีนาด้วยแววตาหวานหยาดย้อย
"รสชาติของชีวิตใหม่ หวานไหมครับคุณมีน" ภากรเอ่ยถามเสียงเบาพลางใช้นิ้วโป้งไล้รอยลิปสติกที่เลอะออกมาตรงมุมปากของเธอเบาๆ
มีนานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวใจยังคงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เธอสบตากับเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ วาบหวาม และสับสน
"ภากร... คือฉัน..."
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ เสียงประตูไม้ด้านหน้าห้องเก็บไวน์ก็ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับเสียงโวยวายสดใสของเกลที่ดังแทรกเข้ามา
"ยัยมีน!!! คุยงานเสร็จแล้วแก อยู่ข้างในหรือเปล่า เอ๊ะ!!!"
เกลชะงักเท้ากึ๊กอยู่ตรงหน้าประตู ภาพที่เห็นคือภากรที่ยืนซ้อนหลังมีนาอยู่ตรงหน้าชั้นวางไวน์ แม้ภากรจะขยับตัวออกห่างเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว แต่สีหน้าแดงระเรื่อและริมฝีปากที่เลอะลิปสติกของเพื่อนสนิทก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาคมกริบของเกลไปได้
เกลยกมือขึ้นปิดปาก อมยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยความสะใจ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ!!! โทษทีๆ ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย" เกลส่งเสียงแซวอย่างไม่จริงจังนัก
มีนารีบขยับตัวออกจากชั้นวางไวน์ พยายามจัดเสื้อสายเดี่ยวสีแดงของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง หน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบจะไหม้
"ไม่มีอะไรเกล!!! ฉันแค่เข้ามาดูไวน์กับภากรเฉยๆ" มีนาตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามหลบสายตาเพื่อน
ภากรยิ้มรับอย่างมีมารยาท ไม่มีท่าทางประหม่าหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อย เขาหมุนตัวหันไปหาเกลด้วยท่าทีสงบนิ่งและนุ่มนวลเหมือนเดิม
"คุณเกลคุยงานเสร็จแล้วเหรอครับ พอดีคุณมีนเพิ่งดูไวน์เสร็จพอดี"
"จ้าดูไวน์เนอะ" เกลลากเสียงยาว ยิ้มแซวมีนาจนเพื่อนสาวต้องส่งสายตาเขียวปั๊ดไปให้
"ฉันคุยงานเสร็จแล้วแหละ แกเป็นยังไงบ้างมีน ไหวไหม หรืออยากกลับไปพักผ่อนแล้ว"
มีนารีบฉวยโอกาสนี้ทันที "เออ!!! ฉันเริ่มมึนๆ หัวแล้วเหมือนกัน กลับกันเลยก็ได้แก"
"โอเคงั้นกลับกัน" เกลพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปยิ้มให้บาร์เทนเดอร์หนุ่ม
"ขอบคุณสำหรับเครื่องดื่มและการดูแลเป็นอย่างดีนะคะคุณภากร"
"ยินดีครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว" ภากรยิ้มรับ พลางหันมามองมีนาที่กำลังเดินเลี่ยงออกไปทางประตู
ก่อนที่มีนาจะก้าวพ้นประตูห้องเก็บไวน์ ภากรก็เอ่ยเรียกชื่อเธอขึ้นมาเบาๆ
"คุณมีนครับ"
มีนาชะงักเท้า หันกลับมามองเขา
ภากรยักคิ้วให้เธอเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นั้นแพรวพราวไปด้วยเสน่ห์เจ้าเล่ห์ที่ยากจะต้านทาน
"ถ้าวันไหนรู้สึกว่าชีวิตมันขมเกินไปแวะมาหาค็อกเทลหวานๆ ที่นี่ได้ตลอดเวลานะครับ ผมจะสแตนด์บายรอฟังเรื่องของคุณเสมอ"
ประโยคเดียวกับที่เขาเคยพูดหน้าบาร์ แต่ความหมายและความรู้สึกในตอนนี้นั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มีนารู้สึกเหมือนหน้าตัวเองร้อนขึ้นมาอีกรอบ เธอได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะรีบเดินตามเกลออกจากร้านไปทันที
ตลอดทางเดินกลับไปที่รถสปอร์ต เกลเอาแต่หัวเราะและสะกิดแขนแซวมีนาไม่หยุดหย่อน
"แกร้ายมากยัยมีน!!! เพิ่งหย่าได้ไม่ทันไร โดนบาร์เทนเดอร์สุดหล่อลากเข้าห้องเก็บไวน์ซะแล้ว"
"บ้าเหรอเกล!!! ไม่มีอะไรสักหน่อย เขาแค่พาไปดูไวน์จริงๆ" มีนาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หน้ายังแดงไม่หาย
"จ้าจ้า ดูไวน์จนลิปสติกหลุดหมดปากเลยเนอะ" เกลเย้าแหย่ไม่เลิก
"แต่ฉันบอกเลยนะ งานนี้คุณภากรเขาเอาจริงแน่ สายตาที่มองแกน่ะ ละมุนจนฉันยังเคลิ้มแทนเลย"
มีนานั่งนิ่งอยู่ในรถ ทอดสายตามองออกไปนอกกระจก มองดูแสงไฟของเมืองหลวงที่ส่องสว่างยามค่ำคืน มือบางยกขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองเบาๆ สัมผัสจากจูบของภากรยังคงติดค้างอยู่ตรงนั้น ไม่จางหายไปไหน
กำแพงหัวใจที่เธอตั้งใจจะปิดตายและลงกลอนไว้ให้แน่นหนาที่สุด บัดนี้กลับถูกสั่นคลอนด้วยรสชาติค็อกเทลหวานและจูบแสนอ่อนโยนเพียงครั้งเดียว
เธอบอกตัวเองว่าจะไม่ยอมตกเป็นของใคร และจะไม่ยอมให้ความรักมาทำร้ายตัวเองได้อีก แต่ทำไม ยิ่งเธอพยายามจะผลักไส ผู้ชายเหล่านั้นกลับยิ่งก้าวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ กันนะ
และค่ำคืนแรกของการเป็นสาวโสด ก็ได้ทิ้งรอยจูบหวานซ่านไว้ในหัวใจของเธอเสียแล้ว
