บทที่ 8 เช้าวันใหม่กับเพื่อนสนิทสายเปย์ 1

เช้าวันใหม่กับเพื่อนสนิทสายเปย์

เช้าวันใหม่ มีนากระพริบตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่วิ่งเข้ามาเล่นงานหัวใจคืออาการหนักอึ้งตรงขมับ เสียงหัวใจเต้นตึกตักจากการสร่างเมาทำให้เธอต้องยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองไว้

เธอยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม ทอดสายตามองไปรอบห้องนอนชุดใหม่ที่สุขุมวิท ภาพความทรงจำเมื่อคืนค่อยๆ ทยอยกลับเข้ามาในสมองทีละฉาก ทั้งรสชาติหวานซาบซ่านของค็อกเทล สัมผัสร้อนผ่าวจากริมฝีปากของภากรในห้องเก็บไวน์ และสัมผัสจากแผงอกอุ่นจัดแน่นปั๋งกับเสียงกระซิบข้างหูของสิงหาตอนที่เขาอุ้มเธอมาส่งถึงเตียง

มีนาถอนหายใจยาว พลางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความรู้สึกสับสนแล่นพล่านไปทั่วอก สองหนุ่มสองสไตล์เพิ่งเข้ามาขยี้กำแพงหัวใจที่เธอตั้งใจจะปิดตายให้สั่นคลอนตั้งแต่คืนแรกที่หย่าขาด

"เลิกคิดมากได้แล้วยัยมีน ชีวิตโสดมันก็ต้องมีเรื่องตื่นเต้นแบบนี้แหละ" เธอพึมพำกับตัวเองเพื่อเรียกสติ ก่อนจะสะบัดผ้าห่มออกแล้วก้าวลงจากเตียง

มีนาเดินตรงไปที่ระเบียงห้องเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า หวังให้ลมเย็นๆ ช่วยไล่ความมึนงงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ทันทีที่เลื่อนประตูกระจกออกไป ลมยามเช้ากลับหอบเอาควันบุหรี่จางๆ พร้อมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายรสเข้มเข้ามาแตะจมูก

เธอชะงักเท้า สายตาตวัดมองไปทางระเบียงห้องข้างๆ โดยอัตโนมัติ

สิงหายืนอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม ชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงขายาวสีเทา ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผ่นอกกว้าง ลอนซิกแพ็กเรียงตัวสวยงาม และรอยสักมังกรพาดผ่านไหล่หนาอย่างดุดัน ผมทรงสกินเฮดของเขาดูยุ่งนิดๆ ตามประสาคนเพิ่งตื่นนอน

สิงหาพ่นควันบุหรี่ออกไปทางอื่นช้าๆ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบดุจตาเสือมามองสบตากับเธอ รอยยิ้มมุมปากขยับขึ้นอย่างมีเลศนัย

"ตื่นสายนะครับคุณเพื่อนบ้าน" สิงหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า

มีนารู้สึกหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าอุ้มแตงโมผุดขึ้นมาในหัวจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า

"เมื่อคืนขอบคุณนะคะที่ช่วยอุ้มฉันมาส่งที่ห้อง" มีนาตอบเสียงนิ่ง พยายามเก็บอาการให้มากที่สุด

สิงหาคีบบุหรี่ไว้ในมือ พลางเดินเข้ามาใกล้ราวเหล็กกั้นระเบียง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเหลือเพียงกำแพงกั้นเล็กๆ สายตาคมไล่กวาดมองมีนาในชุดนอนสายเดี่ยวอย่างเปิดเผย

"ผมชอบช่วยครับ โดยเฉพาะเวลาที่คุณตัวนุ่มๆ และเพ้อเรียกชื่อผมตลอดทาง"

คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้มีนาตาโต หน้าแดงก่ำไปถึงใบหู

"ฉันเมาหรอกค่ะ!!! อย่าคิดไปเองสิ"

สิงหาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะต่ำๆ นั้นฟังดูทรงพลังและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด เขาพ่นควันบุหรี่คำสุดท้ายออกมาก่อนจะจี้ดับลงบนที่ทับกระดาษแก้ว

"เมาหรือไม่เมา ผมก็จำได้ทุกคำครับ" สิงหาขยับตัวเข้ามาใกล้ชิดราวเหล็กกั้นมากขึ้น สายตามองจดจ้องที่ริมฝีปากของเธออย่างหมายมั่น

"แล้วเรื่องที่ผมกระซิบไว้เมื่อคืน คราวหน้าถ้าจะดื่มหนักขนาดนี้ อย่าลืมชวนผมไปด้วยนะครับหรือจะดื่มที่ห้องผมก็ได้ ยินดีต้อนรับยี่สิบสี่ชั่วโมง"

"ขอบคุณในความหวังดีค่ะ แต่คงไม่ต้อง" มีนารีบตัดบท หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูกระจกลงทันทีเพื่อซ่อนหัวใจที่กำลังเต้นระทึก

เธอพิงหลังกับประตูกระจก ถอนหายใจออกมาแรงๆ

"ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว สายตาเหมือนจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวจริงๆ"

มีนาใช้เวลาจัดการตัวเองในห้องน้ำอยู่เกือบชั่วโมง สลัดความมึนงงออกไปแล้วแต่งตัวด้วยชุดกางเกงขายาวผ้าซาตินสีครีมคู่กับเสื้อสายเดี่ยวทับด้วยเสื้อสูทลำลอง ดูเป็นสาวมั่นยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์

กริ๊ง!

เสียงออดหน้าห้องดังขึ้นทำลายความเงียบ มีนาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางนึกในใจว่าเกลน่าจะลืมของไว้หรือเปล่า แต่เมื่อเดินไปเปิดประตู ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่เพื่อนสาวร่างเล็ก

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใบหน้าคมคายสไตล์ลูกครึ่งแต่งตัวด้วยชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบสีน้ำเงินเข้ม รอยยิ้มอบอุ่นฉายชัดบนใบหน้า ในมือของเขาถือช่อดอกกุหลาบสีชมพูพีชช่อโตและถุงกระดาษแบรนด์ขนมชื่อดังเต็มสองมือ

"คชา" มีนาอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

"ไงครับคุณมีน ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลยนะ" คชายิ้มร่า แววตาเป็นประกายด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด

คชาคือเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของมีนา ไฮโซหนุ่มสายเปย์ตระกูลใหญ่ที่ไม่เคยซ่อนความรู้สึกของตัวเอง เขาแอบชอบมีนามาตั้งแต่สมัยเรียน แต่ตอนนั้นมีนาเลือกที่จะแต่งงานกับภูมิ คชาจึงต้องยอมถอยออกไปยืนมองอยู่ห่างๆ ด้วยความเจ็บปวด

"นายมาได้ยังไงเนี่ย รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่" มีนาถามพลางเบี่ยงตัวให้เพื่อนสนิทก้าวเข้ามาในห้อง

"ระดับฉันแล้ว เรื่องแค่นี้ถามยายเกลคำเดียวก็รู้หมด" คชาวางช่อดอกไม้หอมฟุ้งลงบนโต๊ะกินข้าวก่อนจะวางถุงขนมตามลงไป จากนั้นเขาก็หมุนตัวหันมามองมีนาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความห่วงใย

คชาก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้มีนาตั้งตัว เขารวบตัวเธอเข้าไปกอดไว้หลวมๆ อ้อมกอดของคชาเต็มไปด้วยความอบอุ่น ละมุนละไม และไม่มีความคุกคามเลยสักนิด

"ฉันดีใจด้วยนะมีน" คชากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ดีใจที่แกหลุดพ้นจากผู้ชายเฮงซวยคนนั้นได้สักที"

มีนานิ่งไปครู่หนึ่ง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเพื่อนสนิททำให้ความรู้สึกโหวงๆ ในใจของเธอค่อยๆ ถูกเติมเต็ม เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดตอบเขาเบาๆ

"ขอบใจนะคชา ฉันสบายดีแล้ว"

คชาผละออกช้าๆ มือหนาประคองไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้ สายตาคมมองสำรวจใบหน้าสวยคมของมีนาด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด

"สามปีที่ผ่านมา แกต้องทนลำบากมามากพอแล้วมีน ต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหรือทำให้แกต้องร้องให้อีกเด็ดขาด" คชาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"นายพูดเหมือนแม่ฉันเลยนะ" มีนาหัวเราะกลบเกลื่อนความซาบซึ้ง

"ฉันพูดจริง" คชาดึงมือเธอให้เดินมานั่งที่โซฟา

"ฉันรู้ข่าวเรื่องแกฟ้องหย่า ยายเกลเล่าให้ฟังหมดแล้ว สะใจเป็นบ้า ไอ้ภูมิมันสมควรโดนแบบนี้แล้ว ทิ้งเมียสวยๆ อบอุ่นๆ ไปคว้าของเน่าๆ"

"ช่างมันเถอะเรื่องเก่าๆ ฉันไม่อยากคิดถึงมันแล้ว" มีนาตัดบท

"โอเค ไม่พูดถึงมันแล้ว" คชายิ้มหวาน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถุงขนมเจ้าดังมาเปิดออก

"ฉันซื้อบรันช์ร้านโปรดที่แกชอบกินสมัยเรียนมาให้ แล้วก็ขนมหวานร้านดังที่ต้องจองคิวเป็นเดือนๆ มาให้ด้วย วันนี้ฉันว่างทั้งวัน อยากได้อะไร อยากไปไหน บอกฉันมาได้เลย ฉันสายเปย์ให้แกคนเดียว"

มีนามองกองขนมและอาหารหรูตรงหน้าด้วยความเกรงใจ

"คชา ขนมนี่แพงมากเลยนะ แถมช่อดอกไม้นี่อีก นายจะเปย์อะไรฉันขนาดนี้"

คชาหัวเราะเบาๆ เอื้อมมือมาจับมือบางของเธอไว้แล้วบีบเบาๆ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มลึกและจริงจังจนมีนาต้องชะงัก

"เงินพวกนี้มันเทียบไม่ได้เลยกับเวลาสามปีที่ฉันต้องเสียแกให้คนอื่นไปมีน" คชาจ้องตาเธอตรงๆ คำพูดของเขาทำให้อากาศในห้องเงียบกริบ

"ตลอดสามปีฉันได้แต่นั่งมองแกทุ่มเทให้คนที่ไม่เห็นค่า แต่ตอนนี้แกโสดแล้ว และฉันจะไม่ยอมปล่อยแกไปอีกแล้วนะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป