บทที่ 1 ประธานคนใหม่
เสียงเคาะแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ในค่ำคืนที่เงียบสงบของออฟฟิศชั้น 21 ของตึกสูงใจกลางเมืองหรู
มารีอา หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายบัญชีบริหารของบริษัท ยังคงทำรายงานสรุปงบประมาณประจำปีจนแทบลืมเวลา จากที่ตั้งใจจะปิดคอมพิวเตอร์กลับบ้านตอนทุ่มครึ่ง แต่ทว่าเมื่อเผลอทำงานจนเพลิน สุดท้ายก็ลากทำงานยาวไปจนเกือบจะสี่ทุ่ม เธอยกแขนขึ้นมาบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะยอมล่าถอยยอมแพ้กับงานมหาศาลตรงหน้า
“เฮ้อ ไม่ไหว พักก่อนดีกว่า”
มารีอาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู เพราะดันปิดเสียงเอาไว้เลยไม่รู้ว่าแฟนของเธอ ‘อนิรุต’ ทั้งโทร.ทั้งไลน์มาหาเธอนับสิบสาย เมื่อเห็นว่าเป็นสายและข้อความจากแฟนของเธอปรากฎมาที่หน้าจอ หญิงสาวถึงกับหน้าเสียพลางถอนหายใจออกมาทันที
“ตาย ลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นวันครบรอบที่คบกัน”
จะว่าลืมที่เดียวก็ไม่ถูก เพราะเป็นเธอเองต่างหากที่ไม่ได้ให้ความสำคัญ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรที่เธอทุ่มเทให้กับงานทำงานจนกระทั่งลืมวันสำคัญของเขา
เธอรู้ดีว่า หลายต่อหลายครั้งที่อนิรุตพยายามนัดให้ไปหาที่คอนโดมิเนียม เพราะเขาอยากจะทำอะไรต่ออะไรอย่างที่เรียกว่าคนเป็นแฟนเขาทำกัน
แต่มารีอากลับพยายามหาทางเลี่ยงเขาทุกครั้ง
เธอเองก็บอกไม่ถูกว่าทำไม รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องแบบนั้นเป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกัน
แต่… เธอยังคงรู้สึกเหมือนไม่พร้อมตลอดเวลา
หรือบางทีเธออาจจะหัวโบราณไปหน่อย เพราะคิดว่าความบริสุทธิ์ ควรจะมอบให้ชายคนรักในคืนที่ได้แต่งงานกันเป็นคืนแรก
มารีอาก้มลงเปิดอ่านข้อความจากแฟนหนุ่มทีละข้อความอย่างตั้งใจ ซึ่งข้อความที่ล้วนเต็มไปด้วยคำตัดพ้อจากอนิรุต
‘มารีอา คุณลืมหรือเปล่าครับว่าวันนี้วันอะไร? วันนี้เราสองคนครบรอบหนึ่งปีที่คบกันแล้วนะครับ’
‘คืนนี้ มาหาผมได้ไหมครับ คนดี’
‘ผมจะรอคุณไม่ไหวแล้ว…’
เธออ่านข้อความอย่างลำบากใจและเต็มไปด้วยความลังเล
อีกใจก็คิดว่าตัวเองควรยอม ๆ เขาไปสักที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนวันพิเศษอะไรแบบนี้
แต่อีกใจกลับละล้าละลัง ทว่าสุดท้ายแล้ว มารีอาก็ตัดสินใจพิมพ์ข้อความกลับไปว่า
‘ขอโทษนะคะ มาร์ ยังทำงานไม่เสร็จเลยค่ะ’
...
...
เงียบไม่มีการตอบกลับจากฝ่ายตรงข้าม
ทำให้มารีอารับรู้ได้ทันทีว่า แฟนของเธอต้องรู้สึกพอใจหรืองอนเธอเป็นแน่ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะตัดสินใจเก็บข้าวของและปิดคอมพิวเตอร์
ทว่า… ไม่ทันที่หญิงสาวจะก้าวออกมาตรงทางเดินหน้าลิฟต์
เธอกลับหยุดชะงักเมื่อเห็นว่ามีแสงไฟบริเวณหน้าห้องอีกฟากฝั่งของอาคารซึ่งเป็นตรงหน้าห้องประธานบริษัทยังคงเปิดไฟสว่างอยู่
มีอาขยับแว่นตาที่สวมอยู่ก่อนจะพยายามชะเง้อไปมองดู เพราะคิดว่ามีคนลืมปิดไฟเอาไว้ หรือไม่ก็บางทีอาจจะยังมีใครทำงานอยู่ดึก ๆ เหมือนอย่างเธอ
ที่สุดเธอก็ตัดสินใจเดินไปดูเพื่อความแน่ใจ
...
ในความเงียบมีเพียงเสียงรองเท้าส้นสูงตกกระทบพื้น ขาเรียวเดินไปเรื่อย ๆ จนสุดทาง ก่อนจะได้ยินเสียงกึกกักตรงมุมมืดของห้องรับแขกมุมชงกาแฟข้าง ๆ
-หรือว่าผี-
...
มารีอาเกิดความกลัวจนทำหน้าแหยในทันที สองมือเริ่มกระชับกระเป๋าแน่นขึ้น และถึงภายในใจจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่ก็ยังแพ้ความสงสัยที่ตัวเองมี เธอรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปตามเสียงแม้จะเต็มไปด้วยความกลัวอยู่ลึก ๆ
และเริ่มเดินเข้าใกล้ขึ้น ...ใกล้ขึ้น
แต่ทว่า...เมื่อไปเธอเดินถึง กลับเจอแต่ความว่างเปล่า ไม่มีอะไรอย่างที่เธอคิดในตอนแรก!
มารีอาส่ายหัวให้กับความฟุ้งซ่านของตัวเอง ก่อนจะเดินถอยหลังกลับออกมา
พลั่กกกก !
“ว้าย!`”
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เพราะทันทีที่เธอหันหลังกลับ ใบหน้าของเธอก็ชนกับอกแกร่งของใครบางคนที่อยู่ด้านหลัง
“โอย” เสียงโอดครวญก่อนเอาลูบหน้าผากตัวเองเบา ๆ
“มาทำอะไรตรงนี้ ทำไมยังไม่เลิกงาน” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยทักเธอขึ้นมาก่อน และนั่นทำให้มารีอาถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อพบว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคือประธานคนใหม่ของเธอเอง
“อ่อท่านประธานลี่นะเอง ขอโทษค่ะพอดีฉันคิดว่ามีใครลืมปิดไฟหน้าห้องท่าน เลยจะมาเดินดูค่ะ” เธอชี้โบ้ชี้เบ้ไปที่ไฟที่เปิดสว่างอยู่ด้วยใบหน้าเหรอหรา
“บริษัทเรามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาดูความเรียบร้อย ไม่ใช่หน้าที่พนักงานฝ่ายบัญชี” น้ำเสียงเรียบจากคนตรงหน้าคล้ายตำหนิ ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าจะตำหนิทำไม ในเมื่อเธอกำลังหวังดีด้วยการประหยัดค่าไฟให้บริษัทเท่านั้น
“อ่า อะคะ งั้นขอโทษอีกครั้งค่ะ” มารีอายิ้มแห้งกับคำพูดของอีกฝ่าย จนนึกอยากเขกกะโหลกตัวเองที่ทำเหมือนหาเรื่องใส่ตัวเองแท้ ๆ
“ว่าแต่ท่านยังไม่กลับเหรอคะ”
เป็นคำถามโง่ ๆ ที่กลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเอง แต่เมื่อคนตรงหน้าเงียบนิ่ง เธอเลยเงยหน้ามองเขา
ใบหน้าหล่อเหลายังคงไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ นอกจากสายตาที่ทำให้เธอพอจะมองออกมาว่าต้องการให้เธอหลบทางเดินให้ หญิงสาวจึงรีบขยับถอยไปทันที
“ผมไม่จำเป็นต้องรายงานคุณ” เขาปรายตามองเธอแวบหนึ่งอย่างไม่สนใจก่อนจะเดินออกไปทันที
