บทที่ 2 ไม่ได้อยากกลับมา 1
ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นทำให้เด็กหนุ่มร่างผอมสูงที่นอนกระสับกระส่ายคล้ายจะตกอยู่ในห้วงฝันร้ายสะดุ้งตื่นขึ้น ดวงตาเบิกกว้าง หายใจหอบเหนื่อย เหงื่อไหลท่วมตัวคล้ายคนได้รับความตื่นตระหนกสุดขีด
พอรวบรวมสติได้แล้วติงเหยียนรีบหันซ้ายหันขวาสำรวจสิ่งที่ปรากฏอยู่รอบตัวทันที เขานอนอยู่บนเตียงสะอาด ไม่ใช่พื้นซีเมนต์เปลือยสกปรก ไม่มี หยากไย้เกาะตามมุมห้องหรือเพดาน ไม่มีกลิ่นเหม็นอับหมักหมมของขยะเน่าเสีย ไม่มีเสียงด่าทอฟังไม่ได้ศัพท์ของผู้อพยพที่แออัดอยู่ในห้องเดียวกัน ที่สำคัญคือเนื้อตัวสะอาดสะอ้านมีน้ำมีนวล มือเนียนนุ่ม ไม่หยาบกร้านจากการทำงานหนักเพื่อเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ
เมื่อรับรู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นความจริงติงเหยียนถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ในหัวคิดอยู่อย่างเดียวว่า เขากลับมาแล้ว กลับมาแล้วจริง ๆ สวรรค์ให้โอกาสเขาได้กลับมาในช่วงเวลานี้อีกครั้ง
เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าทำไมถึงย้อนกลับมาในอดีต อาจเป็นเพราะตัวเขาในปัจจุบันที่โลกนั้นได้ตายลงไปแล้ว ตายจากความอ่อนแอ ใจอ่อนเห็นแกคนอื่น ยอมเอาตัวเองเข้าไปช่วยคนแก่ที่กำลังโดนผลักให้ไปเป็นเหยื่อของพวกเดรัจฉานไม่ยอมตาย โดยที่ไม่รู้เลยว่ามันก็เป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่คนเลวพวกนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อตัดตัวภาระอย่างเขาทิ้ง ความรู้สึกของการถูกฉีกกระชากแขนขายังตราตรึงอยู่ในจิตใต้สำนึกจนตอนนี้ เขายังรู้สึกถึงเลือดอุ่น ๆ ของตัวเองที่สาดกระเซ็นออกจากร่างก่อนที่จิตใต้สำนึกจะขาดหายไป
แต่ถ้าถามเขาว่าดีใจไหมที่ได้ย้อนกลับมาก็บอกไม่ถูกอีกนั่นแหละ เพราะนั่นหมายความว่าเรื่องเลวร้ายเคยที่เผชิญมา ทั้งการล่มสลายของเมือง ภาวะอดอยาก ไร้บ้าน ไวรัสระบาด คนกลายพันธุ์ ก่อนจะเกิดเรื่องย้อนเวลาขึ้นเป็นเรื่องจริงไม่ใช่แค่ความฝัน หมายความว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ความเจ็บปวดและความตายซ้ำอีกครั้ง
ติงเหยียนคว้าโทรศัพท์ข้างหัวเตียงขึ้นมาดูปฏิทิน อีก 3 เดือนต่อจากนี้คนทั้งโลกจะต้องเผชิญหน้ากับภัยมืดคร่าชีวิตเหมือนในหนังที่เคยดูมา แต่ชีวิตจริงไม่ได้โชคดีมีดวงเหมือนนางเองหรือตัวหลักของในภาพยนตร์ ภัยร้ายคุกคามโลกใบนี้อย่างเงียบเชียบ รู้ตัวอีกทีคุณก็ป้องกันอะไรไม่ทันแล้ว แต่ติงเหยียนไม่ใช่คนที่จะนั่งซึมกะทือทนรอความหายนะมาเยือน หากเป็นแบบนั้นก็คงจะทำให้ซือมิ่ง เทพแห่งโชคชะตาที่ให้เขาย้อนกลับมาเกิดใหม่ผิดหวังเกินไปซะหน่อย สู้มาเตรียมพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจะดีกว่า
"เฮ้อ คิดถึงชีวิตแสนสะดวกสบายแบบนี้จริง ๆ" ติงเหยียนที่คิดตกแล้วพูดกับตัวเอง มือก็กดโทรศัพท์มือถือไล่ดูข้อความย้อนหลัง วันที่และปีที่เขาย้อนกลับมา มีเวลาให้เตรียมตัวอีก 3 เดือน ระหว่างนี้เขาจะต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด จะไม่ยอมกลายเป็นผีหิวโซ ลำบากจนตายแบบในชีวิตชาติก่อนอีก
คิดแล้วก็ปลุกปลอบตัวเองให้ฮึกเหิม เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เด็กหนุ่มเชื่ออย่างสุดใจว่าชีวิตที่ได้โอกาสมาในครั้งนี้ของเขาจะผ่านไปได้อย่างดีทีเดียว เทพเจ้าแห่งความโชคดีจะต้องอยู่ข้างเขา
ในชีวิตก่อนเขาตั้งรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันไม่ทัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป ในช่วงแรกผู้คนเริ่มล้มป่วยจากการติดเชื้อไวรัสชนิดใหม่ เข้าสู่หลอดลม ไล่ลงสู่ปอด และลุกลามจนกระทั่งเสียชีวิต ต่อมาเชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ผลกระทบที่ส่งต่อชีวิตก็เช่นเดียวกัน ประชาชนไม่ได้แค่ป่วยแล้วตาย แต่อยู่ ๆ พวกเขาก็เกิดความผิดปกติทางร่างกาย จากแทนที่จะตายแน่นิ่ง กลับกลายเป็นผู้ติดเชื้อร่างกายเน่าเปื่อย นิสัยดุร้ายกระหายเลือด เที่ยววิ่งไล่กัดและฉีกกินเนื้อของสิ่งมีชีวิตบริเวณโดยรอบ ทางการประกาศว่าเป็นการกลายพันธุ์ของไวรัส ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก หากแต่ถ้าคุณเคยดูภาพยนตร์มาก็จะต้องรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่แค่นั้น คนที่ถูกกัด ถูกข่วน พากันไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่เปล่าประโยชน์สถานที่แห่งนั้นเป็นแหล่งแพร่เชื้อชั้นดี และถึงจะทำความสะอาดแผลด้วยแอลกอฮอล์ แต่หากเชื้อแพร่เข้ากระแสเลือดแล้วก็จบกัน ไม่มีทางรอด
ต่อมาในช่วงที่ทุกคนเริ่มตั้งสติได้มากขึ้น พวกเขาก็ค่อย ๆ ค้นพบว่า ไม่ได้มีแค่แอลกอฮอล์เท่านั้นที่สามารถใช้กำจัดเชื้อโรคชนิดนี้ ในเบื้องต้น หากแค่โดนข่วนเป็นแผลเล็ก ๆ ถ้าล้างแผลด้วยน้ำเกลือเข้มข้น จำพวกเกลือสำหรับทำอาหารชนิดต่าง ๆ ผสมกับน้ำสะอาดก็สามารถหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้บ้างเหมือนกัน แต่โอกาสรอดก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายของแต่ละคน อีกทั้งภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย
แต่กว่าที่พวกเขาจะรู้ว่าน้ำเกลือเข้มข้นสามารถระงับเชื้อได้ก็สายเกินไปแล้ว มันแพร่ไปได้อย่างรวดเร็ว มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก คนที่ยังรอดอยู่ต้องดิ้นรน ทำมาหากินอะไรก็ไม่ได้ ได้แต่หาวิธีเอาตัวรอดไปวัน ๆ กว่าจะได้รับความช่วยเหลือก็เกือบจะอดตาย แถมยังต้องหวาดระแวงและหลบซ่อนตัวจากทั้ง ซอมบี้และจากคนด้วยกัน ติงเหยียนจำได้ว่าช่วงนั้นเขาจิตตกคล้ายจะกลายเป็นโรคจิต
กว่าทหารและผู้นำประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้อำนาจจะจัดตั้งฐานและค่ายอพยพช่วยผู้รอดชีวิตก็ผ่านไปหลายเดือน ในระหว่างนั้นต้องคิดหาวิธีเอาเอง
ดังนั้นครั้งนี้ติงเหยียนจะไม่ยอมให้ตัวเองลำบากแทบตายแบบนั้นอีกแล้ว เด็กหนุ่มคิดในใจอย่างมุ่งมั่น ระหว่างนั้นมือก็ยังไม่หยุดเขียนรายการสิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียมและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกันลืม
