บทที่ 1 เชอร์รีสีแดง
เสียงเพลงคลาสสิคบรรเลงเพลงภายในงานของกลุ่มชนชั้นที่มักเรียกตัวเองว่า ไฮโซ เหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนาย ตลอดจนท่านเจ้าสัวที่มีชื่อเสียง หรือแม้แต่บรรดานักการเมือง ที่เฉิดฉายอยู่ภายในงานเลี้ยงคืนนี้ ได้จับกลุ่มนั่งพูดคุยกันอย่างออกรสในเรื่องธุรกิจ
ถัดออกมาด้านนอกระเบียง พวกหนุ่มสาวลูกหลานของเหล่าบรรดาไฮโซชื่อดัง ยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
คงมีเพียง นิศาชล อัศวเวชกุล ที่ดูจะแตกต่างจากกลุ่มคนเหล่านั้น เพราะเธอเพียงนั่งอยู่ลำพังบนเก้าอี้ไม้ฉลุตัวยาวที่ถูกจัดไว้ท่ามกลางสวนดอกไม้ให้แขกที่มาได้พักผ่อน ด้านนอกระเบียง
สาวสวยในชุดราตรีสั้นสีชมพูอ่อน ใบหน้าหวานที่แหงนขึ้นเพียงเล็กน้อย เพื่อจะส่งลูกเชอร์รีสีแดงสดเข้าปาก ใบหน้าพริ้มหวานยามเมื่อลูกเชอร์รีสีแดงนั้นออกรสหวานอมเปรี้ยวในปาก ปากอิ่มขมุบขมิบเพียงครู่เดียว ก้านเชอร์รีที่ถูกขมวดเป็นปมคล้ายเชือกมัดก็ส่งออกมา นิ้วมือเรียวหยิบผลงานชิ้นโบแดงของตัวเองออกมาชื่นชม ก่อนที่จะวางก้านเชอร์รีนั้นลงกระดาษชำระบนโต๊ะ และหยิบลูกใหม่เข้าปากอีกครั้ง
"เฮ้ย ... จ้องอะไรวะ" เสียงร้องถามที่ดังมาจากด้านข้าง ทำให้เพลิงกัลป์หันไปมอง ก่อนจะเห็น อนุชิต เพื่อนสนิทของเขาที่เอ่ยทักพร้อมสายตากรุ้มกริ่ม
"เปล่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบ แต่สายตาก็ยังไม่ละจากสาวสวยที่นั่งกินเชอร์รีเพียงลำพัง พลางมือใหญ่ที่จับแก้วเหล้าสีอำพันก็กระดกสาดเหล้าที่เหลือเข้าไปในปากจนหมดแก้ว ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานเพื่อขอเหล้าแก้วใหม่
"เปล่าอะไรของมึง กูเห็นหน้ามึงอย่างกับได้กินเชอร์รีลูกนั้นเสียเอง" จบคำของอนุชิต เพลิงกัลป์ก็หันไปทำตาขวางใส่เพื่อนที่ถูกจับได้ว่าเขาแอบมองเธออยู่
"เออ ว่าแต่ใครวะ"
"นั่นนะหรือ" อนุชิตเอ่ยถามพลางบุ้ยปากไปทางสาวสวยกับเชอร์รีสีแดงที่ดูเหมือนเธอจะยังไม่หยุดหยิบมันเข้าปาก
"เออ รู้ก็ตอบ ไม่ต้องเสือกเล่นลิ้น"
"แหมๆ ทำเป็นใจร้อน ใจเย็นๆ เดี๋ยวเหยื่อตกใจหนีไปนะมึง"
"สรุปใคร มึงจะตอบได้หรือยัง"
"คุณนิศาชล ลูกสาวคนโตของคุณไพบูลย์ไง" คำตอบของอนุชิต ทำให้เพลิงกัลป์พยักหน้าหนักๆ เป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก
"เห็นเขาว่าคุณไพบูลย์เริ่มแย่ จริงๆ ก็แย่มานานแล้วแหละ ได้ข่าวจะล้มละลายอยู่รอมร่อแล้ว"
"ธุรกิจเขาตั้งเยอะไม่ใช่หรือ"
"ลูกเมีย ผลาญหมด" อนุชิตเอ่ยได้เพียงเท่านั้น เขาก็ต้องรีบพูดต่อ เพราะรอยขมวดคิ้วจนมุ่นของเพื่อน
"คุณนิศาชลนั่นลูกสาวคนโตกับเมียเก่า คนผลาญนั่นเมียใหม่ กับลูกสาวอีกคน เห็นว่าเอาไปลงทุนธุรกิจซะเยอะแยะ ก็เจ๊งไม่เป็นท่าสักอย่าง"
"ไง สนใจหรือมึง" เสียงอนุชิตเอ่ยถาม
"อืม น่าสนใจดี"
"คงสมใจมึงแน่ กูเพิ่งละมาจากกลุ่มพ่อมึง เห็นทาบทามกันอยู่ ไม่รู้จะได้คนน้องหรือคนพี่นะ" อนุชิตเอ่ยตอบ พร้อมตบที่ไหล่เพื่อน
เบาๆ ราวกับปลอบใจ
