บทที่ 10 เมา
เสียงดนตรีที่ดังทั่วทั้งสำนักงานชั้นสามสิบเก้า ในเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาเช่นนี้ และยิ่งเป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้พนักงานแต่ละคนดูจะสดชื่นกว่าเวลาทำงานเสียอีก ไม่เว้นแม้แต่คุณเมย์ เลขาหน้าห้องของเพลิงกัลป์
เสียงโทรศัพท์ภายในบนโต๊ะทำงานของนิศาชลดังขึ้น ในเวลาเลิกงาน ชวนให้สายตาของเพลิงกัลป์แอบหันไปมองทันที
"โอเค พี่กำลังออกไป"
และยิ่งได้ฟังเสียงสนทนาที่เธอนั้นกรอกลงไปในโทรศัพท์ รอยคิ้วของชายหนุ่มก็ขมวดเข้าหากันน้อยๆ พลางเหล่ตามองอย่างไม่ปิดบังสายตา
"ฉันจะไปทานข้าวกับพวกน้องๆ ค่ะ อาจจะกลับมืดหน่อยนะคะ" นิศาชลพูดเป็นประโยคบอกเล่า มากกว่าจะขออนุญาต
และแทบจะไม่ได้ฟังคำตอบของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี นิศาชลก็คว้ากระเป๋าเดินตัวปลิวออกจากห้องทันที เพลิงกัลป์ที่เดินตามออกมาทันได้เห็นพวกสาวๆ ทั้งเลขาของเขา อีกทั้งภรรยา ยังไม่รวมสาวๆ จากแผนกอื่นอีกหลายคน
"คุณเพลิง ไปทานข้าวด้วยกันไหมคะ" เสียงเลขาสาวหน้าห้องเป็นคนเอ่ยชวนเจ้านายหนุ่ม ทำให้สายตาสาวๆ แทบจะหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน
"ผมมีนัดแล้วครับ"
สถานบันเทิง
"เฮ้ย..ทางนี้เว้ย"
เสียงตะโกนเรียกของอนุชิต ทำให้เพลิงกัลป์รีบสาวเท้าเดินไปที่โต๊ะวีไอพีชั้นสองของสถานบันเทิงสุดหรู ทันทีที่เพลิงกัลป์นั่งลงที่โซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม สาวสวยหน้าตาคุ้นเคยก็รีบรินเหล้าส่งให้ชายหนุ่มทันที
"ไงวันนี้เมียปล่อยหรือวะ ทุกทีตามตัวยากเชียว"
คำถามของเพื่อนซี้อย่างอนุชิต เรียกสายตาคมของเพลิงกัลป์ให้หันไปมองอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์มากนัก รวมถึงรอยยิ้มหวานแกมขบขันของน้องแอนนี่ สาวสวยของสถานบันเทิงแห่งนี้ที่อนุชิตรีบจองตัวมาให้เพื่อนสนิทอย่างรู้ใจ
"กวนตีนแล้วมึง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบ แต่กลับเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนเขาเสียอย่างนั้น
"ตอบแบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้กินซิมึง อะไรวะ ไอ้เสือจะกลายเป็นแมวก็คราวนี้แหละ" น้ำเสียงแกมขบขันของอนุชิตเปิดเผยอย่างชัดเจนยิ่งทำให้เพลิงกัลป์หัวเสียเข้าไปอีก
"กูแค่ไม่อยากทำร้ายผู้หญิงที่เขาไม่เต็มใจ"
"เออ มันก็จริงของมึงแหละ แต่เขาไม่หวั่นไหว กับหน้าตาหล่อๆ ของมึงเลยหรือ"
"ก็วันๆ เขามองหน้ากูที่ไหนล่ะ ก้มหน้าก้มตาทำงาน กินข้าวก็ถามคำตอบคำ พอเข้านอนก็หันหลังให้กู แถมยังมีการออกไปกินข้าวกับพวกในออฟฟิศอีก"
"ไปกับพวกออฟฟิศ มึงไม่ไปกับเขาล่ะ"
"มีแต่ผู้หญิง" เสียงทุ้มต่ำแกมหงุดหงิดของเพลิงกัลป์ยิ่งทำให้อนุชิตแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ไหว
"เออๆ กูถึงเตรียมคนรู้ใจไว้ให้มึงไง"
คำตอบของอนุชิตทำให้เพลิงกัลป์หันไปมองสาวที่นั่งข้างๆ ที่คอยขยันรินเหล้าให้เขาไม่ขาดระยะ แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบจากชายหนุ่ม อนุชิตมองสายตาของเพลิงกัลป์แล้วก็ยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ 'หรือเพื่อนเขาจะถูกถอดเขี้ยวเล็บไปเสียแล้ว' รอยยิ้มบางๆ เกิดบนใบหน้าของอนุชิต
"พี่นิ เป็นไงบ้างคะ เมาหรือเปล่า" เสียงน้องเมย์เลขาคนสวยหน้าห้องเอ่ยถามเมื่อเห็นพี่สาวที่เธอชวนมาด้วย ชักเริ่มมีสีหน้าระเรื่อขึ้นด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
"พอไหวอยู่จ้ะ เดี๋ยวพี่ไปห้องน้ำแป๊บนะ"
"ให้เมย์ไปเป็นเพื่อนไหมคะ"
"ไม่เป็นไรจ้ะ"
นิศาชลลุกออกจากโต๊ะมาเพียงลำพัง ในทีแรกเธอคิดว่าตัวเองแค่มึนๆ เท่านั้น แต่เมื่อเดินออกมาได้เพียงนิด ก็แทบจะเดินไม่เป็นท่า อาการโงนเงนจนเธอต้องตั้งสติอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะเดินต่อไปให้ถึงห้องน้ำได้ คงเพราะอาการมึนศีรษะ ทำให้เธอไม่ได้สังเกตเห็นใครบางคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำชายและกำลังจะเดินสวนทางกับเธอ กว่าจะรู้ตัวแขนข้างหนึ่งของเธอก็ถูกใครคนนั้นรั้งเอาไว้เสียแล้ว
"คุณนิ ไหวไหมครับ"
"อ้าววววว คุณหมอนี่เอง ไหวอยู่ค่ะ" น้ำเสียงลากยาวเอ่ยตอบหลังจากที่เงยหน้ามองชายหนุ่มที่จับแขนพลางพยุงเธอเอาไว้ เพราะกลัวสาวเจ้าจะล้มคว่ำลงต่อหน้า
"ไหวแน่นะครับ ให้ผมช่วยพยุงไปไหม"
"มะ..ไม่เป็นไรค่ะ ไหวค่ะ"
"แน่นะ"
"รับรองค่ะ" คนเมาพยักหน้าหนักแน่น พลางยิ้มหวานก่อนจะพยายามเดินให้ตรงทาง
"งั้นคุณนิไปเข้าห้องน้ำเถอะครับ เดี๋ยวผมรอตรงนี้"
นิศาชลละจากหมอภูผาก็พยายามประคองตัวเดินเข้าห้องน้ำ เพียงครู่ใหญ่ๆ ที่นิศาชลเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอก็คิดว่าจะไปที่โต๊ะเพื่อขอตัวกลับก่อนจนลืมว่าคุณหมอได้ยืนรอเธออยู่ตรงทางเดินเข้าห้องน้ำ และก็เป็นหมอภูผาคนเดิมที่ต้องรั้งแขนคนเมาที่จะเดินเลยคนยืนคอย
"คุณนิ ระวังครับ"
เสียงเรียกทำให้นิศาชลได้สติอีกครั้ง เพราะอาการเซของเธอแทบจะไปชนกับสาวสวยที่เดินสวนมาข้างหน้า และเพราะความไม่ทันตั้งตัวกับที่หมอภูผารั้งแขนเธอแม้จะแค่เพียงเบาๆ แต่ก็ทำให้คนเมาเซถลาเข้าไปชนกับแผงอกของหมอหนุ่มสุดหล่อนั้นอย่างพอดี ยังไม่ทันที่นิศาชลจะพยุงตัวเองให้ถอยห่างออกมา เธอก็แทบจะหงายหลังเพราะแรงดึงที่แขนอีกข้างของเธอ ถูกใครบางคนกระชากอย่างแรง จนแผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับอกของเขาอย่างแรง
"โอ๊ย" นิศาชลเอ่ยร้องด้วยความตกใจ และอาการเจ็บแขนที่ถูกบีบจนแน่น เธอหันหน้าไปมองคนที่บีบแขนเธออยู่ มิหนำซ้ำในตอนนี้เธอยังใช้แผงอกของเขาเป็นที่พึ่งเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องล้มลงไปนั่งกับพื้น แต่เมื่อเธอเงยหน้าไปเห็นสายตาอันแสนคุ้นเคยของเขา อาการเมาของเธอก็แทบจะสร่างทันที เพราะสายตาคมดุที่จ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้ คล้ายเหมือนโลกจะหยุดหมุนชั่วคราวเมื่อคนทั้งสามต่างนิ่งเงียบกันไป
"ผมขอตัวก่อนนะครับ" หมอภูผาจึงเป็นผู้เอ่ยทำลายความสงบนี้เสีย ก่อนที่จะเดินจากไป เพราะเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของผู้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอแล้ว เขาก็ไ
ม่นึกอยากสร้างความลำบากใจให้เธอเท่าไรนัก
