บทที่ 2 ทาบทาม
ยังไม่ทันที่เพลิงกัลป์จะได้ถามคำถามที่อนุชิตเอ่ยออกมาเมื่อสักครู่ เจ้าเพื่อนตัวดีของเขาเมื่อพูดจบมันก็หันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งไว้เพียงคำพูดปริศนาที่ชวนให้เขาต้องขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปมองสาวเจ้าคนสวยที่เก้าอี้ยาวริมระเบียง แต่เพียงแค่คล้อยหลังเมื่อครู่เธอก็หายไปเสียแล้ว
"พี่เพลิง อยู่ที่นี่เอง หาแทบแย่ พ่อให้มาตาม" เสียงพันเจตน์ น้องชายร่วมสายเลือดของเขาเอ่ยบอก ทำให้เพลิงกัลป์หลุดออกจากภวังค์ หันไปมองหน้าน้องชายคนเดียวของเขา
"ตามทำไม" คำถามพร้อมรอยขมวดคิ้วสงสัย
"ไม่รู้สิ"
ครั้นเพลิงกัลป์จะถามต่อก็เห็นจะไม่ได้ความเพราะคำตอบหางเสียงสูงชวนหมั่นไส้นั้น ทำให้เขาเลือกที่จะเงียบแล้วเดินตามน้องชายไปยังภายในงานเลี้ยง โซฟารับรองขนาดไม่ใหญ่นักอยู่ในมุมหนึ่งภายในงาน เพลิงกัลป์เห็นพ่อของเขานั่งคุยอยู่กับชายหญิงคู่หนึ่ง อายุน่าจะราวๆ รุ่นเดียวกับพ่อของเขา ถัดจากโซฟาตัวยาวยังมีเด็กสาวน่าจะอายุน้อยกว่าเขาอยู่หลายปีทีเดียว นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ไม่ห่างกันนัก
"พ่อให้เจตน์ไปตามผมหรือครับ"
"อืม มาๆ พ่อจะแนะนำให้รู้จักคุณไพบูลย์ คุณเอมอร แล้วนั่นลูกสาวคนเล็ก หนูเอมมิกา"
เพลิงกัลป์ยกมือขึ้นไหว้ผู้สูงอายุทั้งสอง และหันไปรับไหว้จากสาวน้อยที่นั่งกรุ้มกริ่มมองเขาด้วยดวงตาไหวริก จนเขาออกจะอึดอัด แต่พลันก็คิดถึงคำพูดเพื่อนที่ได้เอ่ยไว้ก่อนมันจะหายตัวไป ว่าพ่อเขากำลังทาบทามลูกสาวคุณไพบูลย์
เพลิงกัลป์หันหลังไปมองน้องชายที่ไปตามเขามา แต่เมื่อหันกลับไปมองอีกครั้งเจ้าตัวดีก็รีบชิ่งหนีหายไปเสียแล้ว เขาได้แต่นึกเข่นเขี้ยวในใจ
"หน่วยก้านไม่เลวเลยคุณเพลิง อาได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง" คุณไพบูลย์เอ่ยทักทายชายหนุ่มอย่างเป็นกันเอง
"โอ๊ย ผมละเกรงว่าจะได้ยินแต่ข่าวไม่ค่อยดีล่ะสิครับ" เพลิงกัลป์ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ผู้เป็นพ่อของเขาก็พูดดักคอไว้เสียก่อนแล้ว เขาจึงทำได้แค่ยิ้มน้อยๆ เท่านั้น
"ไม่หรอกครับคุณสุนทร เห็นว่ามาช่วยธุรกิจเต็มตัวแล้ว"
"ก็ได้เขานี่แหละ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ เจ้าพันเจตน์ยังไม่ค่อยจะเอาอ่าวเท่าไหร่ แต่อีกหน่อยอาจจะต้องให้คุณไพบูลย์ช่วยสอนงานให้อีกเยอะเลยครับ"
"หมายความว่ายังไงครับ" ในที่สุดเพลิงกัลป์ก็ต้องเอ่ยถามความหมายที่พ่อของเขาพูดเมื่อสักครู่
"พ่อกำลังจะทาบทามหนูเอมมิกาให้แกน่ะ" ฟังผู้เป็นพ่อเอ่ย รอยขมวดระหว่างคิ้วของเขาก็ยิ่งชัดขึ้น ผิดกับสาวน้อยอีกคนที่นั่งบิดมือไปมาเพราะความเขินอาย
"ถ้าพ่อจะทาบทามให้ผม ผมขอเป็นลูกสาวคนโตของคุณอาแล้วกันนะครับ"
พูดจบเพลิงกัลป์ก็ไม่อยู่รอฟังคำตอบ เขาลุกออกจากสถานที่อันแสนอึดอัดนั้นทันที ทิ้งไว้เพียงระเบิดลูกใหญ่ที่ทำให้ทุกคนแทบจะวางสีหน้ากันไม่ถูกเลยทีเดียว
บ้านหลังใหญ่ในเนื้อที่กว่าสามไร่ของคุณไพบูลย์ ซึ่งเป็นบ้านเก่าแก่ของบรรพบุรุษที่ตกทอดมาหลายรุ่น แม้จะดูเก่าไปบ้าง แต่ก็ยังได้รับการดูแลอย่างดี
คุณเอมอรเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาภายในห้องรับแขกด้วยความโมโหที่ยังไม่ทันจางหาย เพราะเธอต้องเสียหน้าต่อคุณสุนทร ที่โดนเจ้าเด็กเมื่อวานซืนหักหน้าเอาเสียง่ายๆ แถมคุณไพบูลย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอยังไม่สามารถพูดอะไรได้อีกด้วย
ไม่ต่างจากเอมมิกาลูกสาวของเธอ ที่โยนกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูลงบนโซฟาตัวยาวก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยความหงุดหงิด
"ทำไมคุณพ่อ ไม่พูดอะไรสักคำคะ อยู่ๆ คุณเพลิงก็พูดแบบนั้น เหมือนไม่เห็นหัวพวกเราเลย"
"จะให้ฉันพูดอะไรล่ะ เขาคงเคยได้ยินชื่อเสียของแกไง เขาเลยรีบปฏิเสธ"
"คุณพ่อ"
"ก็มันจริงไหมล่ะ เขาคงกลัวแกจะไปถลุงเงินเขาหมดมั้ง ฉันบอกแก ด่าแกเท่าไหร่ไม่เคยเข้าสมอง"
"คุณพ่อ" เสียงแหวของเอมมิกา ทำให้คุณเอมอรถึงกับถอนหายใจก่อนจะรีบห้ามทัพสองพ่อลูก
"เอาล่ะๆ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว แล้วคุณจะทำยังไงต่อ"
"จะทำอะไรได้ล่ะ ก็คงต้องยอม" ผู้เป็นพ่อได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอนตัวพิงโซฟา
"ทำไมคุณพ่อไม่ปฏิเสธเขาบ้างล่ะคะ ว่าจะแต่งก็ต้องแต่งกับหนูเท่านั้น"
"แกคิดว่าเจ้าเพลิงมันจะยอมไหมล่ะ มีหวังไม่ได้แต่งทั้งคู่ ทีนี้พอล้มละลายแกก็หาเงินใช้เองได้เลย" ฟังผู้เป็นพ่อพูด เอมมิกาก็ได้แต่ทำท่าสะบัดสะบิ้งไม่พอใจ
"เอาอย่างนี้ไหมคุณ คุณก็ลองเกริ่นๆ กับคุณสุนทร ให้ยายเอมของเราหมั้นหมายกับคนน้อง ที่ชื่อ...พันเจตน์ ก็ได้"
"ไว้ผมจะลองพูดดู"
"ยายนิกลับมาหรือยัง" คุณไพบูลย์หันไปถามสาวใช้ที่เอาน้ำมาเสิร์ฟให้
"กลับมาพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ"
เมื่อได้คำตอบจากสาวใช้ คุณไพบูลย์ก็เดินออกจากห้องรับแขกกลับห้องนอน ทิ้งไว้เพียงสองแม่ลูกที่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์กันอยู่อย่างนั้น
"คุณแม่ ดูคุณพ่อซิคะ ไม่สนใจเอมสักนิด เอะอะก็ด่าก็บ่น นี่ยังจะเห็นดีเห็นงามให้ยายนิแต่งกับคุณเพลิงอีก"
"แต่งไปก็ใช่ว่าจะดีสักหน่อย คุณเพลิงนิสัยเป็นยังไงใครๆ ก็รู้ เห็นเงียบๆ แบบนั้น ร้ายตัวพ่อเลย ยายนิมันจะทนได้สักเท่าไหร่ ดีไม่ดีแต่งไปก็เลิก แม่ว่าลูกมองหาคนอื่นเถอะ คุณพันเจตน์เขาก็ดูดีไม่แพ้พี่ชายเขา อายุไม่ห่างกันมาก น่าจะเข้ากันได้ดีนะ"
"มันเสียหน้าน่ะแม่ คิดดู เขาควงทั้งดารา นางแบบแต่ละคนก็ชื่อเสียงไม่เห็นจะดี แต่มาปฏิเสธหนู แม่จะให้หนูคิดยังไง"
"เอาน่าลูก ไว้แม่จะหาคนดีๆ ให้"
"จะมีใครดีแบบคุณเพลิงอีกคะ ทั้งหล่อทั้งรวย เปย์สาวแต่ละที แม่ไม่เห็นข่าวหรือไง"
"เอาน่า ขืนเราพูดมากไป ทางนั้นเกิดปฏิเสธขึ้นมา ยายนิก็จะไม่ได้แต่งด้
วย ธุรกิจคุณพ่อจะแย่ยิ่งกว่าเดิมนะลูก"
