บทที่ 5 ของฝาก
กว่าหนึ่งสัปดาห์ที่นิศาชลแทบจะกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ การมาทำงานของเธอในแต่ละวันแทบไม่ต่างจากหุ่นยนต์ เข้างานเป็นเวลาแม้แต่เวลาเลิกงานก็เช่นกัน ก่อนหน้านี้เธอมักจะกระตือรือร้นที่จะนำเสนอผลงานใหม่ๆ ให้พ่อเธออยู่เสมอ แต่หลังจากข่าวเรื่องการแต่งงาน นิศาชลแทบจะหมดไฟ ทุกวันนี้เธอเพียงทำงานไปตามนโยบายของบริษัทเท่านั้น เพราะเธอคิดว่ามันคงเพียงพอสำหรับพ่อเธอแล้ว เพราะแนวความคิดใหม่ๆ ที่เธอเพียรนำเสนอให้ผู้เป็นพ่อ ล้วนไม่ได้รับการตอบสนอง คงมีเพียงตัวเธอเท่านั้นที่พ่อเธอจะนำมันไปสร้างมูลค่าได้มหาศาล เมื่อคิดได้แบบนี้ นิศาชลก็คร้านที่จะคัดค้านท่าน คงเพียงทำตามหน้าที่ของเธอเท่านั้น หน้าที่ที่เธอต้องแต่งงานกับเขา
และแค่เพียงนาฬิกาบอกเวลาเลิกงานเท่านั้น นิศาชลมักจะตรงไปที่โรงพยาบาลก่อนจะกลับบ้านทุกครั้ง และวันนี้ก็เช่นกัน แม่ของเธอก็ยังคงนอนแน่นิ่งไร้การตอบสนองเหมือนเช่นเคย เกือบหนึ่งชั่วโมงที่เธอนั่งอยู่ข้างเตียงของผู้เป็นมารดา คงทำได้แค่จับมือที่ไร้ความรู้สึกมีเพียงความอบอุ่นจากฝ่ามือที่บอกว่าแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น
นิศาชลกลับออกมาจากโรงพยาบาลในเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มจะมืด และกว่าจะถึงบ้านของเธอแสงอาทิตย์ของวันก็ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว รถญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่เลี้ยวเข้าประตูรั้วบานใหญ่ เพียงแค่เธอเดินลงจากรถยังไม่ทันจะถึงประตูหน้าบ้าน สาวคนรับใช้ก็รีบวิ่งมาบอก
"คุณท่านบอกว่าคุณนิมาถึงแล้วให้รีบเข้าไปหาท่านที่ห้องทำงานค่ะ"
ห้องทำงานคุณไพบูลย์
"เรื่องประมูลก่อสร้างอาคารของโรงพยาบาลไม่ต้องห่วง อาบอกคุณอำนาจไว้แล้ว" คุณไพบูลย์กล่าวบอกชายหนุ่มด้วยทีท่ามั่นใจ
"เมื่อคุณอารับปากแบบนี้ ทางผมก็เบาใจครับ"
"แต่ยังไงเตรียมพร้อมรับงานใหญ่อีกงานแล้วกันนะ ตึกกระทรวง เห็นข่าววงในแว่วๆ ว่าเกือบสามสิบชั้น หลังงานแต่งเราสักหน่อยเขาจะเริ่มยื่นซองกัน"
"ครับ เอ่อ..แล้วเรื่องสินสอดที่ทางคุณพ่อผมเสนอมา ทางคุณอาติดขัดตรงไหนไหมครับ ถ้าตรงไหนที่คุณอาไม่สบายใจ บอกผมได้เลยนะครับ"
"โอ๊ย พ่อเราเขาเสนอมาก็เยอะมากแล้ว อาไม่เรียกร้องอะไรหรอก"
แม้คุณไพบูลย์ดูจะพอใจกับสินสอดที่ทางฝ่ายชายเสนอมา แต่กระนั้นดูท่าคุณเอมอรก็จะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ คอยคะยั้นคะยอให้เรียกร้องเพิ่ม แต่คุณไพบูลย์ก็คร้านจะทำตาม เพราะถ้าบริษัทของเพลิงกัลป์ยื่นซองประมูลได้ นั่นก็หมายความว่าตัวเขาเองก็จะได้ค่านายหน้าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะโครงการใหญ่ๆ หลายโครงการที่เขานำเสนอไปล้วนมีเม็ดเงินมหาศาลอยู่ในนั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
นิศาชลเคาะประตูเบาๆ พอให้คนด้านในรับรู้ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูเข้าไป และแค่เพียงเห็นด้านข้างของผู้มาเยือนที่นั่งอยู่ที่โซฟารับแขกชุดใหญ่ภายในห้องทำงานของพ่อเธอ นิศาชลแทบนึกอยากจะก้าวถอยหลังออกจากห้องทันที
"มาพอดียายนิ"
เสียงร้องทักของคุณไพบูลย์ ทำให้ชายหนุ่มหน้าตาดีหันไปมองหญิงสาวที่เดินเข้ามา และแค่เพียงสายตาเขาหันไปเห็น นิศาชลก็รีบยกมือขึ้นไหว้เขาอย่างเสียไม่ได้ ทำให้เขาต้องยกมือขึ้นรับไหว้ รอยยิ้มมุมปากเกิดขึ้นเล็กน้อยเพราะใบหน้าหวานที่ทำสีหน้าเบื่อหน่ายทันทีที่เห็นหน้าเขา
"คุณพ่อเรียกหานิ มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"ไม่มีอะไรหรอก คุณเพลิงเขามารับเราออกไปทานข้าวข้างนอกน่ะ ก็พอดีได้คุยกันเรื่องงานนิดหน่อยรอเรากลับมา"
"เอ่อ..."
"ไปอาบน้ำแต่งตัวเข้า พี่เขารอนานแล้ว" ยังไม่ทันที่นิศาชลจะได้ปฏิเสธ ผู้เป็นพ่อก็รีบตัดบทขึ้นเสียก่อน
"ค่ะ"
นิศาชลหายไปเพียงครู่เดียวก็กลับมาที่ห้องทำงานของคุณไพบูลย์อีกครั้ง ด้วยชุดเดรสสีเรียบ ในเมื่อเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ ก็สู้รีบไปกับเขา จะได้รีบกลับมาพักผ่อนเสียดีกว่า เพราะถ้าจะแกล้งแต่งตัวช้าๆ ให้เขารอนาน กลายเป็นเธอเหมือนจะแกล้งตัวเองด้วยเช่นกัน เมื่อคิดได้ดังนั้น นิศาชลจึงจะได้รีบแต่งตัวแล้วลงมาที่ห้องทำงานของพ่อเธอ
ห้องอาหารอิตาเลียนภายในโรงแรมหรูระดับห้าดาว แม้นิศาชลจะไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่แต่ก็คร้านจะเรื่องมากกับเขา รีบกินรีบกลับ
เสียงสั่งอาหารคล่องแคล่ว พร้อมไวน์ขวดหรูราคาแพง และแค่เพียงครู่เดียวอาหารหน้าตาน่าทานก็ถูกนำมาเสิร์ฟ นิศาชลแอบมองจานอาหารใบใหญ่แต่มีอาหารอยู่แค่เพียงนิดเท่านั้น ภายในโต๊ะอาหารยังคงไร้เสียงพูดคุยจนในที่สุดนิศาชลก็ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
"ฉันมีข้อเสนอใหม่มาให้คุณ" เสียงเอ่ยขึ้นของนิศาชลเรียกสายตาจากเพลิงกัลป์ได้อย่างดี
"ว่า"
นิศาชลเหลือบสายตามองท่าจิบไวน์อันแสนสบายของเขาอย่างนึกหมั่นไส้ ก่อนจะเอ่ย
"เรื่องงานแต่งงาน เรื่องเงินสินสอดฉันจะทำเป็นสัญญากู้เงิน แล้วจะชดใช้ให้คุณ แต่งงานเสร็จเราก็ต่างคนต่างอยู่ แบบนี้คุณโอเคไหม"
"ไม่"
"....." คำตอบของเพลิงกัลป์เอ่ยออกมาทันทีที่เธอพูดจบ นิศาชลได้แต่อ้าปากค้างกับคำตอบของเขา เธอแทบจะไม่เห็นเขาคิดก่อนตอบเสียด้วยซ้ำ
"เธอไม่มีหลักประกันอะไรว่าจะชดใช้ฉันได้เลย แล้วถ้าต่างคนต่างอยู่ เกิดอยู่ๆ มีข่าวเธอไปควงผู้ชายคนใหม่ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"
"เรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้น"
"ไม่"
เมื่อการต่อรองไม่เป็นผล นิศาชลจึงได้แต่รับประทานอาหารไปเงียบๆ มีเพียงการตอบคำถามเป็นครั้งคราวยามเมื่อชายหนุ่มเอ่ยถามเท่านั้น แม้จะไม่อยากตอบคำถามยียวนกวนประสาทนั้นสักเท่าไหร่ ไหนจะยังสายตาคมที่จ้องมองเธออย่างไม่ปิดบังนั่นอีก ยิ่งทำให้นิศาชลเกิดอาการประหม่าขึ้นเสียดื้อๆ สิ่งที่เธอทำได้คงแค่เพียงแอบถอนหายใจเบาๆ กับตัวเองเท่านั้น
มื้ออาหารผ่านพ้นไป นิศาชลยังไม่ทันจะได้ดีใจกับตัวเองเพราะจะได้รีบกลับบ้าน เพลิงกัลป์เรียกพนักงานห้องอาหารมา เขากลับขอเมนูของหวานเสียอย่างนั้น เขาสั่งอะไรไปเธอก็ไม่รู้ขนมหวานชื่อยาวๆ นั่น และแค่เพียงครู่เดียวไอศกรีมจานใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามก็ถูกนำมาเสิร์ฟ แต่อะไรก็ไม่สะดุดตาเท่าเชอร์รีสีแดงเข้มลูกใหญ่วางอยู่บนไอศกรีม เพลิงกัลป์มองเห็นสายตาที่ดูจะสดใสเป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาเจอหน้าเธอ รอยยิ้มมุมปากเกิดขึ้นเพียงนิด ก่อนที่เขาจะตักไอศกรีมของเขาเข้าปากคล้ายไม่ได้สนใจเธอสักเท่าไหร่
รถยุโรปคันหรูที่เลี้ยวเข้าประตูใหญ่มาจอดที่หน้าบ้านของนิศาชล เธอกำลังจะเอี้ยวตัวมาเปิดประตูรถก็ถูกมือของเพลิงกัลป์รั้งแขนเอาไว้ แล้วเขาก็หยิบกล่องบางอย่างจากเบาะหลังส่งให้เธอ
"ผมซื้อมาฝาก เห็นคุณชอบ"
"อะไรคะ"
"ไปพักผ่อนเถอะ แล้ววันศุกร์หน้าเดี๋ยวผมมารับ"
"ไปไหนคะ"
"งานเลี้ยงบ้านคุณอำนาจไง เห็นพ่อคุณบอกว่าจะให้คุณไปกับผม"
"ฉันยังไม่เห็นรู้เรื่อง"
"เดี๋ยวท่านคงบอกคุณ"
นิศาชลมองหน้าเพลิงกัลป์ด้วยความงุนงง ไหนจะของฝาก แล้วยังบอกว่าเป็นของชอบของเธอ ไหนจะเรื่องงานเลี้ยงที่เธอแสนจะเบื่อหน่ายนั่นอีก
"ถ้าคุณไม่ลงรถ ผมจะขับรถออกพาคุณไปนั่งดื่มด้วยนะ" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกสติให้นิศาชลที่เผลอมองเขาอยู่ต้องรีบเปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว และก็ได้แต่มองรถยนต์คันหรูขับออกประตูรั้วไป จนเธอลืมสวัสดีเขาเพราะกลัวเขาจะพาออกไปอีก
นิศาชลกลับขึ้นมาบนห้องนอนของเธอ เปิดดูกล่องใบใหญ่นั้นด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นของที่อยู่ข้างในก็ต้องแปลกใจอยู่ไม่น้อย เชอร์รีลูกสีแดงเข้มลูกใหญ่หน้าตาน่ากินจนเธออดใจไม่ได้ต้องหยิบส่งเข้าปากเสียหนึ่งลูก ในใจก็นึกสงสัยเขารู้ได้ยังไงขนาดที่บ้านของเธ
อยังแทบจะไม่มีใครสนใจว่าเธอชอบทานหรือไม่ชอบทานอะไร
