บทที่ 12 เมียแต่ง 4

“ว่าแต่น้องเลิฟ ไม่ลองทำมั่งล่ะ อาจจะได้เงินเยอะๆ ไม่ต้องเอาของ...เก่า ออกเร่ขายก็ได้นะ” มันนี่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่มันตานั่ง โน้มใบหน้าเข้าใกล้สาวน้อย น้ำหอมกลิ่นฉุดกระทบจมูก จนมันตาต้องเอนหน้าหนี  

“พี่มันนี่ลองก่อนสิคะ เดี๋ยวหนูตาม เรื่องแบบนี้มันต้องมีคนเปิดค่ะ คนไม่มีประสบกาม จะได้ก้าวตามผู้ใหญ่” มันตาเน้นคำว่าผู้ใหญ่ แม้อยากพูดคำว่าแก่ก็เถอะ

“ไปๆ ทำงาน สุมหัวคุยกันอยู่ได้ ฉันให้พวกแกมาทำงาน ไม่ใช่เข้าสภา” พี่เปรี้ยวเป็นกรรมการห้ามไว้พอดี ไม่อย่างนั้นเป็นได้มีตบอย่างทีมนักตบสาวไทยเป็นแน่

“พี่เปรี้ยว ถ้าพวกเขายุ่งกับหนูมากๆ เข้า หนูอาจจะไม่ทำงานกับพี่เปรี้ยวนะคะ” อยู่บ้านก็เจอ มาทำงานยิ่งมาเจอคนพวกนี้อีก

“ฟังพี่นะตาสังคมสมัยนี้ ต่อให้เราเป็นคนดีแค่ไหน มันไม่พ้นนินทาหรอก”

“ค่ะ”

“เราไม่เป็นแบบเขา เราไม่ได้ทำ ก็ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินเรียนต่อเถอะ จบแล้วจะได้ออกไปทำงานที่มีเกียรติ”

“มันเจ็บนี่คะพี่เปรี้ยว”

“คำคน อย่าไปใส่ใจ บีบก้อนหินในมือ ก็เจ็บเรา ไม่คิดไม่ทำร้ายตัวเองเสียอย่าง เรื่องมันก็จบ แล้วเราก็ไม่เจ็บ”

“พี่เปรี้ยวมาทำงานแบบนี้ได้ไง” มันตาแปลกใจ พี่เปรี้ยวคมในฝักแบบนี้ ทำไมถึงมาทำกิจการสนองตัณหาคน

“เพราะพี่รู้ตัณหาคนนะสิ ถึงเปิดร้านแบบนี้ เพื่อสนองความอยากคนเหล่านั้น”

“มันไม่เรียกว่าบาปหรือคะ”

“ผิดแล้วไง บาปแล้วไง การที่เราได้ทำให้คนมาเที่ยวผ่อนคลาย มันก็คือการไถ่บาปนะ ไหนจะให้คนไม่มีงานทำได้มีงานทำ เป็นการช่วยคน จะผิดบาป ก็ให้บาปมาตกที่พี่เถอะ พี่ยอมจ้ะ”

“ว้าว !!! แม่พระไปอีก”

พี่เปรี้ยวดันแผ่นหลังมันตาออกไปทำงาน เชื่อว่ามันตาคงมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ไม่อย่างนั้นไม่เอาของที่ตัวเองอุตส่าห์เก็บเงินซื้อมาเปิดขาย อย่างว่าของนอกกาย อีกหน่อยถ้าไม่ตาย ย่อมหาใหม่ได้

“สวัสดีค่ะท่าน” ทันทีที่ถูกดันออกไปรับแขก น้องเลิฟ ที่ต่างไปจากมันตา ก็แสดงตัวตนในอีกแบบทันที ราวกับนักแสดงมืออาชีพอยู่หน้ากล้อง ตีบทแตกกระจัดกระจาย

รอยยิ้มสดใสแบบสาวรุ่นปรากฏให้เห็นบนดวงหน้า แม้ภายในจะหม่นเป็นดาร์กสักเท่าไรก็ตามแต่ ฉากหน้าเธอต้องเรียกแขก เรียกทิปให้มากที่สุด เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่เคยจะปราณีต่อเธออาจดีขึ้น

“น้องๆ มาแล้วค่ะ ไปสิหนูเลิฟขยับไปหาท่าน”

“ผู้พัน ผมขอแลกเด็กกับท่านได้ไหม” เพื่อนๆ ที่มาด้วยกันเอ่ยปากแซว เห็นว่าพันศักดิ์ ได้เด็กน่ารักจิ้มลิ้มไปเอาอกเอาใจช่างน่าอิจฉา

“ท่านขา พวกหนูไม่สวยหรือคะ” มันนี่เบะปากหมั่นไส้อีหนูเลิฟ พอหันกลับมาหาลูกค้า ปั้นสีหน้ายิ้มแย้ม พูดเล่นชวนหัวกับแขกอาวุโส

“สวยจ้ะ สวยๆ ทุกคนเลยนะจ๊ะ” นักธุรกิจสูงวัยอดีตข้าราชการทหาร มาหาความสุข และความตื่นเต้นให้กับตัวเอง ถ้าได้หนีเมียเที่ยว นับเป็นการท้าทายและตื่นเต้นเสมอสำหรับผู้ชาย เงินเหลือก็เอามาโปรยเล่นแจกอีหนู ถือเป็นการช่วยคน ได้บุญดีจะตาย

“สวัสดีค่ะท่าน” หนูเลิฟยกมือไหว้ปูชนียบุคคล แหมๆ เพื่อนเรียกผู้พันคงจะเป็นทหารยศสูง น่าฝากเนื้อฝากตัว เผื่อให้ท่านช่วยปกป้องดูแล เผื่ออนาคตข้างหน้าได้อาศัยยศบ้าง รู้จักคนใหญ่คนโตบ้านเมืองไว้ไม่เสียหาย  

“หนูชื่ออะไรจ๊ะ” ท่านสว. (สูงวัย) เอ่ยถามสาวน้อยหน้าตาน่ารัก อยู่ในวัยสดใสด้วยน้ำเสียงเป็นผู้ใหญ่มาดสุขุม ช่างสมยศผู้พัน

“ผู้พันป้ายชื่อน้องก็มี ดูหน่อยสิ” เพื่อนที่มาด้วยกันออกปากแซวอย่างสนุกครื้นเครง

“พอดีผมสายตาไม่ดี ไหนๆ ลุงขอดูหน่อยสิจ๊ะหนู” ผู้พันก้มลงดูป้ายชื่อใกล้ๆ

ลุง...หูมันตาสะดุดคำนี้ ทำให้นึกไปถึงลุงคนนั้น ลุงที่ไม่ได้แปลว่าลุง อย่างที่เพียวบอก พันศักดิ์จับป้ายชื่อที่ติดหน้าอกหนูเลิฟมาส่องดูใกล้ๆ

“ผู้พันสายตาสั้นขนาดนั้นเลยหรือ วัยนี้น่าจะยาวนะ” เพื่อนร่วมก๊วนว่าเข้าให้

“ผมมันวัยกลับ” ผู้พันกล่าวคำนี้ ทุกคนจึงประสานเสียงหัวเราะสนุกสนาน ส่วนหนูเลิฟ ยังเหม่อคิดถึงลุงบางคน

“หนูเลิฟรินเหล้าให้ท่านสิ” พี่เปรี้ยวบอก แต่ทว่าหนูเลิฟยังนิ่ง สายตาเหม่อมองไปจุดอื่น ที่ไม่ใช่งาน แม้อยากเตือนว่าเวลางานก็ต้องทำงาน เรื่องส่วนตัวเอาไว้คิดหลังเลิกงาน ตอนนี้คงเตือนไม่ได้ “อะ แฮ่ม” เลยต้องกระแอมเตือนสติแทน

“อ๋อ ค่ะท่าน นี่ค่ะ” หนูเลิฟชงเหล้ายกแก้วให้ท่านผู้พันเพื่อเป็นการเอาใจ ถ้าเธอขายดริ้งได้เยอะๆ ในคืนนี้เธอก็จะได้เงินเยอะ แถมอาจจะได้ทิปจากท่านผู้พันคนนี้เพิ่มอีกก็เป็นได้

ท่านผู้พันโอบไหล่สาวน้อย มันตาทำทีเป็นเบี่ยงตัวหลบการโอบกอด ยิ้มแหยอย่างเลี่ยงการกระทำแบบนี้ไม่ได้ เธอยอมให้โอบกอด ถ้ามากกว่านี้พี่เปรี้ยวที่เพิ่งผละออกไป อนุญาตให้เรียกได้ นับว่าท่านผู้พันคนนี้ค่อนข้างสุภาพ ไม่ลวนลามเป็นมือปลาหมึก อย่างเพื่อนๆ ของเขาที่มากันทั้งหมดห้าคน

เด็กในร้านถูกเรียกออกมาต้อนรับเพื่อมอบความสำราญใจกันแทบทุกคน ไม่ว่ามันนี่ แนท นก เอาใจท่านๆ ด้วยการถึงเนื้อถึงตัว โอบกอด ถึงกับจูบบ้างคลำบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่กี่นาทีมันนี่กับท่านก็จูงมือกันออกไปข้างนอก คงตกลงราคากันลงตัว ส่วนคนอื่นๆ ทยอยเดินออกไป

“หนูเลิฟล่ะ”

“หนูไม่ได้รับงานแบบพวกพี่ๆ ค่ะ”

“พี่เปรี้ยวเล่าว่าอายุหนูยังไม่ถึง”

“ใช่ค่ะ หนูมีหน้าที่แค่เชียร์แขก ถ้าท่านผู้พัน อยากได้เด็กหนูจะเรียกให้”

“ไม่ล่ะ ลุงอยากได้หนูเลิฟ”

“ยังไม่ได้ค่ะ”

“ไปกับลุงหน่อยเถอะน่า ลุงจ่ายไม่อั้นแล้วแต่หนูจะเรียก”

ความสุขุม สุภาพ ไม่ลวนลามลุ่มล่ามที่มันตาคิดไว้ ตอนนี้ไม่เหลือเลย มือของท่านเริ่มป้วนเปี้ยน ป่ายไปเรื่อย มันตาเริ่มมองหาพี่เปรี้ยว ให้ตาย ! พี่เปรี้ยวดันไม่อยู่แถวนี้ แล้วเธอจะทำอย่างไรกับคุณลุงคนนี้ดี

ฉับพลันยังต่อรองไม่จบ ร่างเล็กน่ารัก โดนท่านผู้พันยกขึ้นนั่งตัก ท่านหลงใหลคลั่งความแบบบางในรูปร่างสาวน้อย ผิดกับอีแก่พะโล้ที่บ้าน ความคลั่งจึงทำให้เก็บความสุขุมไว้ไม่ได้อีกต่อไป แสดงธาตุแท้ของผู้ชายออกมาอย่างระงับไม่อยู่  

“อย่าค่ะท่าน” สาวน้อยระงับความโกรธไว้จวนระเบิด สายตาเอาแต่มองหาพี่เปรี้ยว พี่เปรี้ยวๆ ช่วยหนูด้วย คำภาวนาอยู่ในใจ  

“ฉันอยากได้หนูมากรู้ไหม เรียกราคามาเถอะ เร็วเข้า ฉันยอมจ่ายนะ ฉันเงินเยอะ แล้วถ้าหนูทำให้ฉันพอใจ รับรองฉันเพิ่มให้อีก ขอแค่คืนนี้หนูไปกับฉัน ทำให้ฉันมีความสุข” ผู้พันรุกเร้าไม่ยอมลดละ

“ไม่ได้ค่ะท่าน หนูรับงานแค่นี้ ไม่ไปกับแขก”

“ไม่เอาน่าอย่าเล่นตัวนักเลย”

“เปรี้ยวเธอจะไม่เข้าไปขวางหน่อยล่ะ” พี่วิธานหุ้นส่วนใหญ่ของพี่เปรี้ยว ยืนดูเหตุการณ์อยู่กับพี่เปรี้ยวในห้องๆ หนึ่ง ไม่เข้าไปช่วยจัดการกับท่าน ซึ่งกำลังลวนลามมันตา แม้เธอบอกแก่เด็กไว้ว่าถ้าแขกทำเกินเลย ให้เรียกเธอไปช่วยจัดการกับสถานการณ์ล่อแหลมนั้นได้ก็ตาม

“มันตามันต้องการเงิน ถ้าแขกคนนี้จ่ายหนัก มันก็สมควรได้”

“รู้ได้ไงว่ามันต้องการเงิน”

“เด็กคนนี้น่าสงสาร พ่อแม่ก็ทิ้ง พึ่งพาใครไม่ได้ มีแฟนมันก็ทำตัวเป็นแมงดา ดูนี่สิ” เปรี้ยวยื่นโทรศัพท์ให้หุ้นส่วนดู หุ้นส่วนของเปรี้ยวก็ผัวลับๆ นั่นแหละ เปรี้ยวเองก็มีผัว แต่ก็แอบแซบกับวิธานยามผัวเผลอ

“โพสต์ขายกระเป๋า ของแบรนด์เนม อืม...แสดงว่าต้องการใช้เงิน งั้นก็ปล่อยไปเถอะ” สองคนแอบดูต่อไป ว่าเด็กนั่นจะยอมไปกับท่าน หรือจะยอมทิ้งรายได้ที่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้ ถ้าฉลาดน่าจะไป แต่ถ้าหวงตัวห่วงศักดิ์ศรีที่แดกเข้าไปไม่ได้ นั่นก็แล้วแต่เด็กเอง  

ท่านผู้พันยอมปล่อยร่างเล็กตัวหอมลงจากตัก แม้เสียดายแทบคลั่งแค่ไหน ถ้าหากเด็กมันทำตามสัญญา คืนนี้เขาจะยอมกลับไป โดยไม่ได้แอ้มสาวน้อยก็ตาม

“นี่ค่ะพี่ว่าน” มันตาพาเด็กในร้านอีกคนมาแนะนำให้ท่าน หลังจากตกลงกันตอนนั้น ท่านจึงหิ้วว่านออกไปอย่างเสียดายหนูเลิฟ

มันตาถอนใจอย่างโล่งอก คืนนี้รอดไปอีกคืน แม้ไม่มีพี่เปรี้ยวคอยกันท่า นั่นไงพี่เปรี้ยวเดินยิ้มให้แขกตามทางมาพอดี ทีนี้มาเชียว ทีตอนที่เธอต้องการความช่วยเหลือ กลับหายหัวมัน

ยังไงกันแน่ สาวน้อยได้แต่คิดอย่างหงุดหงิด และกลัวมากด้วยตอนท่านลวนลาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป