บทที่ 16 ซ่อน 4

          “ใครวะแก”

“นั่นสิ”

“มีด้วยหรา”

“แหล่งข่าวมาจากที่ไหน ต้นโพสต์ล่ะ ลองหาซิ”

“ที่แน่ๆ ไม่ใช่ฉัน อย่างฉันไม่มีคนเอา”

“เออ ถ้าฉันขายได้ ฉันก็อยากขาย เสียอย่างเดียว ไม่มีใครซื้อ”

“นั่นสิ เผื่อฉันจะได้มีเงินซื้อกระเป๋า ของแพงๆ ใช้มั่ง”

พอสิ้นสุดประโยคของแพงๆ ทุกสายตาหันไปทาง มันตา ที่เดินผ่านม้านั่งพวกนักศึกษาสาว และหนุ่มตุ้งติ้งนั่งล้อมวงกันอยู่ “หรือว่า...” ทุกคนตาตื่น เมื่อเห็นกระเป๋า รองเท้า และของประดับบนตัวมันตา ล้วนเป็นของแบรนด์ แม้นทุกคนจะดูไม่ออก ไม่เชี่ยวชาญการดูกระเป๋าแบรนด์เนมก็ตาม หากว่าต่อให้กระเป๋าที่คล้องในแขนมันตาเป็นของก็อป นับว่า ก็อปเกรดพรีเมียมเชียวละ

“แกว่าใช่ไหม” บรรดานักศึกษาสาว กับเพื่อนตุ๊ด ต่างสันนิษฐาน เดินกันไปล้อมรอบตัวมันตา ไม่ได้สนใจที่ตัวหญิงสาว หากว่าสนใจกระเป๋ามากกว่าคนสะพาย

“ของจริงหรือว่าโรงเกลือ” คนหนึ่งเอ่ยถาม

“อะไร” มันตารู้สึกตกใจที่จู่ๆ ผู้คนเหล่านี้มารุมล้อมรอบตัวเธอ ส่งคำถามเสียมารยาทมาให้  

“บ้านคงรวยน่าดู คุณหนูอะไรเทือกนี้ไหม ถึงได้ใช้แต่ของแพงๆ” ตุ๊ดนางหนึ่งว่า

“ของก็อปราคาไม่ถึงห้าร้อยเลย” มันตาบอกพร้อมกับเบี่ยงกระเป๋าหลบ ใบนี้ยังผ่อนไม่หมดเลย ที่ว่าของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่หาเกือบตายกว่าจะได้ของนอกกายมาครอง จึงหวงเป็นธรรมดา

“จริงหรา ก็อปเนียนมาก ฉันนึกว่าของจริงซะอีก”  

“หืม ก็อปดีขนาดนั้นเลย”

“เนื้อดีมาก”

“นี่ชาเนล รุ่นไหนนะ” ต่อให้ของก็อป ยังถือว่าสวยอยู่ดี หนังสวยมาก อีกคนที่พอจะรู้ชื่อสินค้าแบรนด์เนม แต่ไม่เคยใช้ ก็ใช้แค่ประเป๋าผ้าถือว่ารักษ์โลกที่สุดแล้ว

ของมือสองแถมซื้อแบบผ่อน เมื่อก่อนไม่เห็นพวกนี้รุมถาม ไม่ให้ความสนใจกับเธอมากเท่าวันนี้ ยกเว้นเพื่อนในคลาสเดียวกันใส่ใจเธอเหลือเกิน นักศึกษากลุ่มนี้คนละคณะกันไม่น่าสนใจเธอมากขนาดนี้ แม้ที่ผ่านมาอยากให้สนใจแทบตายยังไม่หันมอง 

มันตาพยายามสร้างตัวเองให้มีตัวตน เพื่อให้มีคนสนใจ ไม่อยากเป็นแค่ต้นหญ้าประดับสวน  รอวันโดนตัดทิ้งเท่านั้น เธอต้องการโดดเด่น เป็นคุณหนูบ้านรวย วันนี้การพยายามมีแสงของเธอมันเริ่มต้นแล้วสินะ

“ว่าแต่เธอเห็นข่าวนี้หรือยัง” คนหนึ่งถามขึ้น ท่ามกลางคนที่กำลังชื่นชมกระเป๋าใบสวย บนบ่านักศึกษาสาวนุ่งสั้น หุ่นดีแบบบาง ผิวพรรณราวกับคุณหนูบ้านรวย

“ข่าว ?” ตั้งแต่เช้ามันตายังไม่ได้จิ้มเข้าโซเชียลเลย พอตื่นก็รีบแหกขี้หูขี้ตาอาบน้ำ แต่งตัวมามหาวิทยาลัยนี่แหละ

“เขาว่ามีนักศึกษาขายตัว”

“วะ...ว่าไงนะ” มันตาหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า จิ้มเข้าเฟซบุ๊ก ข่าวแชร์กันเร็วมาก พันกว่าแชร์ ข่าวแบบนี้ไวเสมอ แม้ว่าจะมี พ.ร.บ คอมฯ คุ้มครองอยู่ก็ตามแต่

ในข่าวปรากฏภาพเบลอๆ คล้ายตั้งใจทำเบลอ สเตตัสพาดพิงกล่าวหาว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังค่าเทอมแพง หารำไพ่พิเศษ ด้วยการบริการเสี่ยกระเป๋าหนัก รู้กันตามภาษาบ้านๆ ขายบริการนั่นเอง

มันตาอ่านโพสต์จบ ผลุบตาลงต่ำ ไม่เงยหน้าท้าทายสายตาทุกคน ต่างไปจากการคุยเรื่องกระเป๋าแบรนด์ เหงื่อซึมกลางฝ่ามือ จนต้องกำไว้แน่น เดินหนีไปเสียดื้อๆ ขึ้นตึกไปจนถึงห้องเรียน พอเข้าไปในห้อง สิ่งที่เธอพบดูเหมือนจะหนักกว่า การกรูกันเข้ามาถามเรื่องกระเป๋าเสียอีก

“เพียว” ทักทายเพียวที่นั่งรออยู่ก่อน

“ดี...ตา” เพียวยกมือให้

“มาทันคลาสภาษาฝรั่งเศสด้วย”

“อืม...ทันสิ” มันตาพูดน้อย ถามคำตอบคำ นัยน์ตาหลุกหลิก มองวนไปรอบห้อง ทุกสายตาหันมาทางเธอ แล้วก็หันไปคุยกัน ยกเว้นเพียว ไม่แสดงอาการใดๆ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ท่าทางแบบนี้ดูเหมือนไม่ใช่ ถ้าเป็นเพียวจะต้องตื่นเต้น และพุ่งเข้าไปผสมโรงคุยกับเพื่อนๆ  

“พวกนั้นเป็นอะไรน่ะเพียว มองฉันแปลกๆ”

“คงเพราะข่าวนั่นแหละ เด็กมหา’ลัยขายตัวที่ร้านเปรี้ยวซ่า”

“เดี๋ยวนะ ว่าไงนะเพียว”

“เด็กมหาลัยขายตัว” มีชื่อร้านด้วย

เมื่อกี้เพียวพูดว่าเด็กมหา’ลัย ขายตัวที่ร้านเปรี้ยวซ่า แต่ในโพสต์ที่ถูกแชร์ต่อๆ กัน ไม่ได้ระบุชื่อร้านเลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว

“นักสืบโซเชียลกำลังสืบว่านึกศึกษาคนไหน ทำแบบนั้น ขุดหาต้นโพสต์ด้วย”  

“งั้นหรือ” มันตาจ้องมองเพียวราวกับต้องการค้นหาความจริง

“อะไร ทำไมแกมองฉันแบบนั้น ไม่ใช่ฉันแน่” เพียวเห็นว่ามันตาจ้องเขม็ง ไม่วางสายตา ราวกับกำลังจับผิด ทั้งที่ตัวเองผิด ยังกล้าใช้สายตาแบบนี้มองคนอื่นอีก ช่างไม่รู้สึกสำนึก  

“ดูแกไม่ตื้นเต้นกับข่าวโซเชียล นั่นมันไม่ใช่แกนะเพียว ผิดวิสัยกระต่ายตื่นตูมอย่างแก” ปกติเวลาเห็นข่าวดารา คนดังเลิกกัน มีอักษรย่อ ยายนี่จะดีดดิ้นอยากรู้จนไม่ต้องเรียน ครั้งนี้แปลก เพียวกลับเฉย นั่งฟังพวกเพื่อนๆ คุยกันแต่ไม่ไปร่วมวงปาร์ตี้ด้วย

“ตื่นเต้นสิ ก็ฉันมาถึงแต่เช้า เห็นพวกนี้คุยกัน แกมาสายเอง แกพอรู้ไหมล่ะตาว่าใครขาย”

“ทำไมฉันต้องรู้”

“เอ้า...แกทำงานกลางคืนนี่”

“ฉันไม่ใช่ริวที่จะสัมผัสได้ แล้วไม่ว่าใครขายก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”

“แต่อีกหน่อย นักสืบโซเชียลคงรู้แหละ พวกนี้มันเก่ง มีอะไรรู้หมด ขุดยันรากแก้ว”

“รำพังฉันต้องเอาตัวรอด หาเงินใช้ไปวันๆ ก็แทบตาย ทำไมฉันต้องไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน”

“เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องชาวบ้าน อาจจะเป็นเรื่องชาวเราก็ได้นะ”

อาจารย์นารามาพอดี เป็นการยุติการสนทนา เรื่องใครขาย ใครไม่ขาย แม้นั่งลงแล้วนักศึกษาผู้หญิงก็ยังเจ๊าะแจ๊ะคุยกันไม่เลิก จนอาจารย์ต้องเคาะโต๊ะเสียงดัง ถึงจะหยุดคุย

พวกผู้ชายต่างค้นหาข้อมูล หาที่มาที่ไป ขุดไปยันรากแก้ว อย่างที่เพียว่าจริงๆ แล้วนั่นพวกมันกำลังดำดิ่งขุดเข้าไปยังห้องลับ ห้องหนึ่งซึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งในห้องเป็นวีไอพี นักศึกษาหนุ่มๆ ต่างแคป และแชร์คลิปลับที่เจอในห้องลับกันเป็นว่าเล่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป