บทที่ 17 แอบถ่าย 1
“เชิญนั่งมันตา” อาจารย์ที่ปรึกษาอย่างนารา กับคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จำเป็นต้องเรียกนักศึกษาสาวคนหนึ่งเข้าพบ เพื่อชี้แจงเรื่องสำคัญมาก เกิดกระแสวิพากวิจารณ์ทั่วสถาบันในตอนนี้
“ค่ะอาจารย์” นักศึกษาสาวที่โดนเรียกตัวเข้าห้องเย็นของคณะ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วมหาวิทยาลัยเข้ามานั่งอยู่ต่อหน้าอาจารย์ผู้เกี่ยวข้อง
“ครูจะไม่อ้อมค้อมนะ”
“ค่ะ”
“ข่าวลือหรือไม่ใช่ข่าวลือก็ตาม ที่เกิดขึ้นสองสามวันมานี้ ทางครูไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ได้ปักใจเชื่อว่าเธอคือคนในข่าวลือ จนกระทั่งภาพนี้ถูกส่งเข้ามา”
ภาพ ! มันตาตกใจ ค่อนข้างมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ต่อให้ทำงานในสถานบันเทิง บริการผู้ชาย เธอก็แค่ทำในหน้าที่ของตัวเองเท่าที่ทำได้ ไม่ได้ขายบริการ หากว่าข่าวที่ลือกระจาย คือนักศึกษามหาวิทลาลัยเอกชนชื่อดัง ขายบริการ เพื่อนำเงินมาซื้อของแบรนด์เนม บำรุงตัวเอง เสริมให้ตัวเองดูเป็นคุณหนูบ้านรวย แถมยังมีอักษรย่อ ม อีกด้วย ในมหาวิทยาลัยนี้เชื่อว่าไม่มี ม เดียวเป็นแน่ จึงเชื่อมั่นแบบนั้น
“ภาพนี้ส่งเข้ามา เราจำเป็นต้องเรียกเธอเข้ามาพบ เพื่อชี้แจง ว่ายังไงใช่เธอไหม” อาจารย์นาราเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สอนภาษาต่างประเทศ และคอมพิวเตอร์ หันหน้าจอแทบเล็ต ไปทางนักศึกษาสาว
มันตารับไปดู สิ่งที่เธอเห็นบนหน้าจอ ทำให้ถึงกับหน้าถอดสี นั่นเธอที่กำลังเชียร์แขก เดินออกไปส่งแขกที่หน้าร้าน รวมถึงชงเหล้าให้แขก แต่งตัววาบหวาม ภาพนี้มาจากที่ไหน ใครแอบถ่าย ร้านพี่เปรี้ยวมีกฏห้ามถ่ายรูปนี่นา
“ใช่เธอไหมมันตา ชี้แจงด้วย อย่าเงียบ” อาจารย์นาราต้องการคำตอบ เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันไปทั่วมหาวิทยาลัย ฉะนั้นจะปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้
“หนูค่ะ”
“ว่าไงนะ ทีแรกครูหวังว่าอาจจะเป็นภาพตัดต่อ เธอยอมรับว่าเป็นเธออย่างนั้นหรือ” นาราไม่อยากเชื่อว่าคำตอบจะเป็นแบบนี้
“ใช่หนูค่ะ แต่หนูไม่ได้ขายบริการ อย่างที่โพสต์นั้นพยายามบอก”
“แต่นั่นเธอ จะบอกว่าไม่ได้ขายได้ยังไง”
“หนูก็จริง แต่หนูไม่ได้ขายให้แขกค่ะ แค่เป็นเพื่อนดื่ม”
“ต่อให้เป็นเพื่อนดื่ม ถือว่าเสียหาย” คณบดีรู้สึกหนักใจในคำตอบ
“เธอไปทำงานนี้ตั้งแต่เมื่อไร” อาจารย์นาราต้องการข้อมูลจากลูกศิษย์ให้มากที่สุด เพื่อจะได้ช่วยเหลือ บางทีการที่นักศึกษาคนใด คนหนึ่งก้าวเข้าไปทำงานแบบนี้ อาจจะมีความจำเป็นทางการเงิน รวมถึงปัญหาทางครอบครัว เธอเชื่อมันตาก็เช่นเดียวกัน ได้ยินข่าวอยู่ว่า ชีวิตนักศึกษาค่อนข้างต้องผลักดันตัวเอง มีปัญหาครอบครัว เธอเองก็อยากช่วยอย่างเต็มที่ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา
มันตาเล่าความเป็นมาเป็นไปที่ตนไปทำงานร้านเปรี้ยวซ่า ให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาพร้อมกับคณบดีได้ฟัง ในความจำเป็นต่างๆ จำเป็นต้องทำงานเลี้ยงดูตัวเอง
“งานอื่นก็มี ทำไมเธอไม่มาปรึกษาครู”
“เอาล่ะ เธอยอมรับแล้วว่าภาพนั้นเป็นเธอ แล้วเธอก็ทำงานนั้นจริง คำพูดของเธอที่ว่าไม่ได้ขาย ยังไม่มีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ ครูให้โอกาสพาคนมายืนยันว่าเธอไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา เธอจึงจะพ้นผิด”
“หนูไม่ได้ทำจริงๆ นะคะอาจารย์ ก็ตามที่เล่าไปทั้งหมด หนูจำเป็นต้องหาเงินเลี้ยงตัวเอง”
“อันนี้ครูเข้าใจเรื่องหาเงินเลี้ยงตัวเอง มันตาฟังครูนะ งานอื่นมีถมเถไป เธอไม่ควรไปทำงานแบบนั้น ขณะที่เธอเป็นนักศึกษา” คณบดีชี้แจงผลเสียของการทำอย่างนั้นอย่างละเอียดแก่นักศึกษาสาว
“ครูยืนยันว่าเธอควรขอทุน”
มันตาไม่ได้เรียนเก่งวิเศษวิโสขนาดขอทุนได้ อาจารย์นาราแนะนำมาแบบนี้ ราวกับไม่รู้จักลูกศิษย์ตัวเอง วิชาของอาจารย์นาราเธอแทบจะหมดสิทธิ์สอบอยู่รอมร่อ ที่ผ่านมาแต่ละเทอมได้เพื่อนที่ดีอย่างเพียว ช่วยให้ยืมสมุดแล็กเชอร์ ทำรายงานส่งงานให้ ถึงรอดมาได้ในแต่ละเทอม
“เธอไม่ใช่ไม่ฉลาดนะมันตา เธอฉลาดหากสนใจใฝ่เรียนเสียหน่อย เธอสามารถคว้าเกรดเอทุกวิชายังได้เลย” อาจารย์นาราว่า เท่าที่ดูผลการเรียนผ่านๆ มา
ผลการสอบสวน จะเรียกว่าคาดคั้นเลยก็ว่าได้ จบลงในเวลาเกือบสองชั่วโมงในห้องเย็น ที่แสนจะเยือกเย็นสำหรับมันตา เธอไม่รู้ว่าใครปล่อยภาพต้นเรื่องโพสต์ข่าว ทำไมจ้องเล่นงานเธอหนักอย่างนี้ ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้คนคนนั้น ถึงได้ทำร้ายทำลายอนาคตเธอเสียย่อยยับ
มันตาโดนตัดสินให้พักการเรียนหนึ่งเทอม หากไม่สามารถหาพยานบุคคล มายืนยันความบริสุทธิ์ และทางคณบดีกับอาจารย์นาราสั่งให้เธอเลิกทำงานนั้นนับจากวันนี้ ถ้าหลังจากยืนยันความบริสุทธิ์แล้ว ก็ให้ยื่นขอทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน อีกทั้งต้องเข้าพักในหอพักของมหาวิทยาลัย เพื่อให้อยู่ในการควบคุมของทางมหาวิทยาลัย หญิงสาวก้าวออกจากห้อง ด้วยหัวใจห่อเหี่ยวหมดทางต่อสู้หมดความหวัง
โชคชะตาไม่เคยปราณีต่อเธอ มันเล่นงาน กลั่นแกล้งจนหน้าทิ่ม เชื่อมั่นว่าคนที่ทำกับเธอได้แสบสันอย่างนี้ มีแค่คนเดียว จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ คนที่รู้ว่าเธอไปทำงานที่เปรี้ยวซ่ามีไม่กี่คน
มันตาไม่พูดกับใครเลย ภายหลังออกจากห้องคณบดี เดินจ้ำอ้าวออกจากมหาวิทยาลัย ทันใดนั้นก็ต้องตกใจเกือบสิ้นสติ เมื่อมีคนกระชากตัวเธอดึงไปหลังตึก
“ตาฉันเอง” เสียงหนึ่งดังขึ้นหลังจากฉุดมันตาเข้ามาหลังตึก
“แกเองหราเพียว” คำที่พูดออกไปขาดพลัง แม้แต่จะหายใจยังติดขัด อยากร้องไห้ แต่ร้องไม่ออก อึดอัด อัดอั้นในอกไปหมด
“เป็นไงมั่ง” เพียวอยากผลสรุป เฝ้ารออยู่ข้างนอกอย่างกระวนกระวาย
คนโดนถามถอนหายใจยาว อย่างระอาในชะตากรรมตัวเอง คนที่ทำกับเธอต้องได้รับผลตอบแทน คนอย่างเธอไม่เคยทำใครก่อน ไม่เคยสนใจว่าใครจะเป็นมาเป็นไปอย่างไร ขอแค่เอาชีวิตตัวเองให้รอด จากสังคมโสมมเท่านั้นเป็นพอ แล้วทำไมคนอื่นต้องมาทำร้ายเธอด้วย
“ว่าไงตอบสิแก ฉันเป็นห่วง” เพียวดูตื่นเต้นอยากรู้คำตัดสินในห้องนั้นเอามากๆ
“ไม่มีอะไรนี่ แค่อาจารย์เรียกไปคุย เรื่องที่ฉันขาดเรียนบ่อยๆ เท่านั้นเอง” มันตาปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น รอบตัวเธอมีใครไว้ใจได้บ้าง เพียวเองมีท่าทางแปลกๆ แถมคำพูดชวนสงสัยยังไงชอบกล
“วะ...ว่าไงนะ ไม่มีอะไรได้ไง ก็...” เพียวผิดหวังที่คำตอบออกมาแบบนี้ มันตาต้องโดนไล่ออก โดนพักการเรียนสิ ไม่ใช่ไม่มีอะไรแบบนี้
