บทที่ 19 แอบถ่าย 3
“ไม่เอาน่าอย่าหึงสิตา นายแค่สนุกเอง เห็นไหม นายตามง้อยายนั่นไหม”
“เธอไม่ควรทำกับฉันแบบนี้”
“แบบไหน บอกแล้วไงว่าแค่สนุก ฉันไม่เอาจริงกับผู้หญิงคนอื่นหรอก นอกจากเธอพอใจหรือยัง ฉันรักเธอคนเดียว” นายไม่เคยรักใครเลยต่างหาก ขนาดเจอแบบนี้เขายังวางท่ากร่างไม่ใส่ใจ ความรู้สึกคนอื่นเลยแม้แต่น้อย
“เธอไม่เคยรู้เลยใช่ไหม ว่าชีวิตฉันที่ผ่านมาลำบากแค่ไหน”
“พูดเรื่องอะไรของเธอ” นึกว่าอาละวาดเพราะหึง ไม่ใช่หรอกหรือ
“ฟังให้ดีนะนาย เธอจะมาทำลายชีวิตคนอื่นเล่นๆ อย่างนี้ไม่ได้”
“บ้าอะไรของเธอหา !” ยายบ้าเอ้ย นี่ไม่ใช่หึงหรือไงเล่า
“พ่อแม่ฉันเลิกกัน ทิ้งฉันไม่มีใครเอา ฉันต้องออกมาเช่าห้องถูกๆ ซุกหัวนอน บางเดือนติดค่าเช่า จนเขาจะไล่ออก ฉันต้องอ้อนวอนไม่ให้ไล่ ฉันตัดสินใจไปทำงานเป็นเด็กล้างจาน เสิร์ฟร้านอาหาร แล้วไงเงินเดือนล้างจานพอกินไหม ฉันเปลี่ยนมาเป็นเด็กเชียร์แขก ชงเหล้า เอนฯ ลูกค้า เพราะอยากได้เงินมากกว่าเด็กล้างจาน ฉันรู้ว่าอาจจะโดนพวกหื่นๆ เสี่ยบ้ากามลวนลาม ฉันเลยไปขอพี่เปรี้ยวว่าฉันไม่ขาย ไม่ทำอย่างที่คนอื่นทำ ฉันยังเรียน ขอแค่มีเงินไปใช้จ่ายเท่านั้น”
นายกอดอกยืนฟังพร้อมทั้งทำหน้านิ่งเฉย ฟังมันตาพล่าม สู้อุตส่าห์บุกมาถึงโรงแรมม่านรูด เพื่อจะเล่าประวัติตัวเองแบบนี้นี่นะ โทรมาก็ได้มั้ง อ้อ ยายนี่โทรแล้ว เขาเองไม่รับสาย จะรับได้อย่างไร ในเมื่ออยู่กับสาวอื่น
“แต่นาย นายทำลายชีวิตฉัน”
“ทำลายยังไง ฉันแค่ยืมเงินมาใช้ไม่กี่บาท ทำเป็นขี้เหนียวไปได้”
“นอกจากขโมยเงินฉัน นายยังทำลายอนาคตของฉัน นายเธอทำได้ยังไง”
“เดี๋ยวหามาคืนไง ทำเรื่องมากไปได้เงินแค่นี้เอง”
“นาย...เธอคิดว่าแค่นี้งั้นหรา แค่นี้สำหรับนาย มันเรื่องใหญ่สำหรับฉัน อนาคตชีวิตฉันคือการเรียน นายเคยเข้าใจอะไรบ้างไหม ฉันไม่มีใคร ไม่มีใครเลย การที่ฉันเจอกับนาย เข้าใจมาตลอดว่า นายจะดูและเป็นห่วง คอยปกป้องฉัน แต่ไม่เลยนอกจากนายไม่ทำตามที่พูด นายยังทำลายฉัน”
“เอ่อ...” นายพูดไม่ออก ก็...คือ ตอนเริ่มจีบกับมันตา ผู้ชายทุกคนมันก็งัดคำพูดดีๆ ออกมาจีบสาวทั้งนั้น มีใครบ้างพูดจามั่วซั่วในการจีบกัน คำพูดดีๆ ก็สรรหามาพูดทั้งหมดนั่นแหละ
“นายโพสต์แบบนั้นได้ยังไง ใส่ร้ายฉันว่าฉันขายตัว นายยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า รู้ไหมคณบดีพักการเรียนฉัน หมดแล้วอนาคต คิดดูฉันทำงานหนัก เพื่อจะได้เรียนที่นี่ อัปเกรดตัวเองให้มีหน้ามีตา ทำทุกอย่างเพื่อให้สังคมยอมรับ เพราะคนมันนับถือกันเพราะมีเงิน ฉันคิดว่าถ้าเรียนในสถานบันดีๆ สังคมย่อมดีตาม ไอ้บ้า ไอ้เลว แกทำลายชีวิตฉัน” มันตาเสียใจจนระบายทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก อะไรที่ไม่เคยบอกนาย ครั้งนี้พูดจนไม่เหลือเลย
พุ่งเข้าไปไล่ทุบนาย ต้องการระบายความอัดอั้น จากการโดนพิพากษาให้พักการเรียน เธอไม่ผิด ทำไมต้องยัดเยียดให้เธอผิดด้วย โลกนี้ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน เธอจะไปตามหา
“บ้าน่า ฉันไปทำยังงั้นตอนไหน อย่าใส่ร้ายไม่เข้าท่า”
“ไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร”
“ฉันจะทำยังงั้นทำไม” ในเมื่อตนได้ผลประโยชน์จากมันตา ไม่มีใครกล้าทุบหม้อข้าวตัวเองหรอกน่า ในขณะที่รับมือกับมันตา นายใช้ความคิดว่าใครกันที่ทำแบบนั้น มีใครบ้างที่รู้เรื่องการทำงานของมันตา
“นายมันชั่วไง ถ้านายกล้าขู่เอาเงินกับฉัน กล้าขโมยเงินจากน้ำพักน้ำแรงของฉันได้ มากกว่านั้นนายต้องกล้าทำ”
“ไม่ใช่ฉัน”
“ไม่จริง นายนั่นแหละ รีบไปบอกให้คณบดีเลิกทำโทษฉัน นายต้องทำ”
“พูดไม่รู้เรื่องหรือไง บอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำไง น่ารำคาญชะมัด” นายสะบัดมือจากการเกาะเกี่ยวของมันตา เดินไปขึ้นรถ ปิดประตูปัง หญิงสาวยังคงไล่ตามทุบกระจกรถ ต้องการให้นายลงมาคุยกันให้รู้เรื่อง จะหนีความผิดไปแบบนี้ไม่ได้ เธอไม่เหลืออะไรเลย ครอบครัว เงิน การศึกษา ไม่เหลือใครแม้แต่คนเดียว จะใจร้ายกันไปถึงไหน
ร่างบอบบาง มีแต่ความทุกข์หนัก วิ่งไล่ตามรถของนาย ตะโกนไล่ตามเขาไม่ลดละ ร้องไห้แทบขาดใจ สมองมึนงงไปหมด ไอ้สารเลว ไอ้ชั่ว ทำไมแกทำกับฉันอย่างนี้ หญิงสาวร่ำไห้ร่างทรุดลงกับพื้นฟุตบาทร้อนๆ
ความหมดอาลัย ออกเดินไปตามถนนไร้จุดหมาย ใช้เวลานานเท่าไรไม่สนใจ ร่างบอบบางยืนอยู่กลางสะพานที่มียวดยานแล่นด้วยความเร็ว แสงไฟจากสะพานส่องตลอดทาง เธอมองดูเวิ้งน้ำด้านล่าง สายน้ำไม่เคยย้อนกลับ ทำไมเธอถึงเอาตัวเองไปผูกติดกับสังคมจอมปลอม มองวัตถุเป็นเรื่องใหญ่ ของที่เธอเพียรพยายามหามา มันก็แค่วัตถุทางสังคม ทำให้เธอชื่นใจ แต่ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างที่หวัง
ดิ้นรนแทบตายเพื่อจะให้ตัวเองไปอยู่จุดสูง ในความเป็นลูกคนมีตังค์ของนาย ทำให้เธอหลงเขา ตอนที่เขาเข้ามาจีบ เชื่อว่าหนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างนายจะพาเธอไปอยู่ยังจุดที่เธอต้องการ สุดท้ายนายก็เป็นเด็กบ้านรวยใจแตก ไม่เรียน ไม่ทำงาน ไม่กลับบ้าน ไม่สนใจจิตใจคนอื่น แม้แต่ความลำบากในการหาเงินของพ่อแม่ รวมถึงเธอด้วย
มือที่จับราวสะพานอ่อนแรง เต็มไปด้วยความสั่นสะท้าน แก้มเนียนใส กลับแต้มไปด้วยคราบน้ำตา ชีวิตไม่เคยมีวันได้สงบจากเรื่องเลวร้าย คิดจนหัวหมุนว่าชีวิตจะไปต่ออย่างไร เธอเกลียดตัวเองที่เกิดมา เกีลยดความจน เกลียดเลือดที่อยู่ในตัวช่างไร้ค่า
แม้แต่เสียงรถคันหนึ่งบีบแตร ฉายไฟใส่มันตา เธอยังไม่สนใจ ลมพัดใบหน้าเส้นผมปลิวสยาย โบว์ผูกผมหลุดปลิวไปเบื้องหน้า ยื่นมือเอื้อมคว้าตัวเธอโน้มยื่นคร่อมราวสะพาน ใจที่คิดไปอย่างปลิดปลิว อยากจบชีวิตอยู่เหมือนกัน ชีวิตเธอน่าจะเปรียบเหมือนกับโบว์ผูกผมอันนั้น มันปลิวตามแรงลม ไม่ต่างจากเธอปลิวไปตามกระแสสังคม
