บทที่ 2 คุณแม่ขอร้อง
ตอนที่ 2 คุณแม่ขอร้อง
ภัทรพลสะพายกระเป๋าสัมภาระเดินมาหามารดาที่นั่งรออยู่ หลังจากการแข่งขันในคู่แรกจบลง ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดอะไรออกมา รมิดาที่รอท่าอยู่แล้วเมื่อเห็นเขาเดินผ่านมาจึงรีบปรี่เข้ามาหาเพื่อไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปอย่างง่ายๆ
“พี่หมวด รอจิ๊บก่อนค่ะ”
“เอ่อ…”
เมื่อถูกจู่โจมในระยะประชิดภัทรพลถึงกับตั้งหลักไม่ทัน นึกอยากบีบคอตัวเองยิ่งนักที่หาเรื่องหว่านเสน่ห์ไปทั่วจนอีกฝ่ายทำท่าจะคิดจริงจังขึ้นมาเสียแล้ว ทั้งที่ตอนนี้เขายังไม่อยากหาห่วงมาผูกคอให้ต้องกลายมาเป็นภาระ พานจะทำให้เขาทำงานลำบากขึ้น
“ผ้าเย็นมาแล้วค่า หมวดขา”
ปองรักเพื่อนสาวของรมิดารีบแทรกขึ้นมาบ้าง ขณะรีบพุ่งพรวดเข้ามาแล้วเบียดเพื่อนเสียจนออกไปพ้นทาง ก่อนยื่นผ้าเย็นมาให้ภัทรพลเพื่อแย่งซีน
“ขอบคุณครับ”
ภัทรพลกัดฟันยิ้มออกมา จำใจรับมาถือไว้อย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนทำท่าจะเดินเลี่ยงไปจากบริเวณนี้เพื่อความปลอดภัย เพราะเขาเองยังไม่อยากบริโภคของแปลก และใจยังไม่อยากลิ้มลองไม้ป่าเดียวกัน อดที่จะเสียววาบไปถึงไขสันหลังไม่ได้ เมื่อเห็นปองรักพยายามส่งสายตาหวานสุดพลังมาให้
‘หยึ๋ย…ซวยแล้วไอ้เต้’
“พี่หมวด เดี๋ยวสิคะ”
รมิดารีบปราดมาขวางหน้าเอาไว้ เมื่อภัทรพลหันหลังให้แล้วเดินเลี่ยงออกมา ในขณะนั้นภาวิณีที่เห็นเหตุการณ์อยู่ก่อนแล้วกำลังเดินรี่เข้ามายังจุดที่ทั้งสองยืนอยู่อย่างรู้ทัน
“ตาเต้ ทำอะไรอยู่จ๊ะ ชักช้าจริง”
หล่อนปราดเข้ามาดึงแขนลูกชายของตนออกมา เมื่อเห็นว่ากำลังถูกรุมทึ้งจากสาวๆ ที่มาร่วมเชียร์ในวันนี้ สายตาปรายมองไปทางรมิดาอย่างไม่เป็นมิตร รอยยิ้มหวานที่คลี่ออกมานั้นรมิดาไม่อาจคาดเดาได้ว่าหมายถึงอะไร
“ฉันต้องขอตัวหมวดก่อนนะ เดี๋ยวหนูลิลลี่จะงอนเอาจ้ะ”
“คุณแม่…”
“เงียบไปเลย แม่กำลังช่วยเราให้รอดพ้นจากสาวๆ พวกนั้นอยู่นะ”
ทั้งสองกระซิบคุยกันให้ได้ยินกันแค่สองคน ท่าทีแปลกๆ ของสองแม่ลูกทำให้รมิดามองตามไปด้วยความกังขา หากแต่ว่าก็ก้าวก่ายอะไรไม่ได้ เพราะคนที่ตนมีใจให้นั้นมีปราการแน่นหนาเป็นถึงมารดา แถมดูท่าแล้วเขาจะรักและเกรงใจท่านอยู่มากด้วย
“โธ่…ไม่ต้องอ้างลิลลี่ก็ได้ ข้ออ้างมีถมไป”
“จะอ้างจ้ะ เพราะอีกหน่อยลิลลี่ก็จะมาเป็นทองแผ่นเดียวกันกับบ้านเรา ผู้หญิงคนไหนก็หมดสิทธิ์”
เมื่อมารดาย้ำออกมาเช่นนั้น ส่งผลให้ภัทรพลทำหน้าบอกบุญไม่รับขึ้นมาในทันใด รีบเดินหนีมารดาไปนั่งเปลี่ยนรองเท้า ภาวิณีจึงเดินตามไปเพื่อเตรียมเก็บของกลับบ้านเช่นเดียวกัน
“ลิลลี่ เอาผ้าเย็นไปให้พี่เขาสิจ๊ะ
ภาวิณีรีบยัดผ้าเย็นใส่มือของลีลาวดี ขณะทำหน้าพยักพเยิดไปทางภัทรพล เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคนยืนเฉยจึงเอามือดันหลังของเจ้าหล่อนเพื่อให้เดินไปหาลูกชายของตนที่กำลังนั่งเปลี่ยนรองเท้าอยู่อีกมุมหนึ่ง เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านพร้อมกัน
“เอ่อ…”
“ไปสิจ๊ะ”
“เดี๋ยวหมวดก็ดุลิลลี่อีก เมื่อกี้ก็ทำตาขวางใส่ ลิลลี่กลัวนี่คะ”
หญิงสาวพยายามหาเหตุผลมาอ้าง แท้จริงหล่อนไม่ได้กลัวเขา แต่กลัวจะระงับอารมณ์ไม่ได้กับความปากเสียของเขามากกว่า จึงไม่อยากเข้าใกล้มากไปกว่านี้
“ลองแผลงฤทธิ์อีกสิ เดี๋ยวคุณแม่จะจัดการเอง หากหนูมัวอายอยู่อย่างนี้ คนอื่นมาชุบมือเปิบไปไม่รู้นะ”
“ก็ช่างสิคะ ไม่เกี่ยวกับลิลลี่”
“ลิลลี่! ทำไมพูดแบบนั้น ใจคอจะให้คนแก่ตรอมใจตายไปเลยใช่มั้ย ก็ได้ ให้คนแก่กลุ้มใจจนอาการกำเริบไปเลย”
“คุณป้า! อะ เอ่อ คุณแม่ อย่าเล่นมุกนี้สิคะ”
“ไม่ได้เล่นมุก แต่คุณแม่กำลังจะเป็นจริงๆ ยาดม...ยาดมอยู่ไหนกันนะ”
พูดพลางรื้อค้นยาดมยาหอมในกระเป๋าขึ้นมาอังไว้ที่จมูก พลางยกมือขึ้นทาบอกแล้วถอยหลังไปนั่งบนแท่นอัฒจันทร์ แสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่านั่นไม่ได้เป็นแค่คำตัดพ้อแต่กำลังจะเป็นจริงๆ ทำให้ลีลาวดีเกิดการละล้าละลังขึ้นมาทันที เพราะอาการแบบนี้ภาวิณีเคยเป็นจริงจนต้องหามส่งโรงพยาบาลมาแล้ว
