บทที่ 1 คำเตือน + บทนำ
พยศรักอสูร
คำโปรย
จากน้องชายที่รัก กลายเป็นผู้ชายที่ร้ายที่สุด “พี่น้องกัน..มันดี ไม่รู้จักเหรอ”
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่ออรรถรสของนักเขียนและนักอ่านเท่านั้น มิได้มีเจตนายุยงส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ มิได้มีเจตนาทำให้วิชาชีพใดเสื่อมเสีย หรือละเมิดกฎหมายแต่อย่างใด
มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง ใช้ถ้อยคำด่าทอ ดูถูก เหยียดหยาม และพฤติกรรมของตัวละครที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง และไม่มีเจตนาชักจูงให้ผู้อ่านเห็นผิดเป็นชอบแล้วกระทำตามตัวละครที่ดำเนินเรื่อง ทุกอย่างเป็นเพียงนิยายที่ถูกแต่งขึ้น เพื่ออรรถรสและรสนิยมในการอ่าน
ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน อายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ {เสพอย่างมีสตินะคะ}
+++ นิยายเรื่องนี้มีถ้อยคำรุนแรง ไม่ควรลอกเลียนแบบ +++
ทุกตัวละครเป็นเพียงจินตนาการของน้องภัสเท่านั้น ไม่มีตัวตนจริง ๆ สร้างขึ้นมาเพื่ออรรถรส
พูดคุยกันก่อนอ่าน
นิยายเรื่องนี้เป็นแนวหลัวเด็กนะคะ ที่สำคัญเด็กมันร้ายและคลั่งรักมาก ถ้าต้องมีใครสักคนผิด ขอให้เป็นนางเอกค่ะ เพราะน้องภัสแพ้น้ำตาผู้ชาย แถมยังคลั่งรักอสูรมาก ๆ เพราะการแต่งนิยายเรื่องนี้สูบพลังมาก อาจเป็นเพราะรักอสูรมากทำใจไม่ได้ค่ะ 555555 ในทุก ๆ ตอนกำหมัดแล้ว กำแล้วกำอีก อยากเปลี่ยนตัวนางเอกเป็นตัวเองมาก
ยังไงฝากเอ็นดูผู้ชายคลั่งรักที่ชื่ออสูรคนนี้กันด้วยนะคะ
ที่สำคัญนิยายเซ็ตนี้มีสองเล่มค่ะ
1. พยศรักอสูร (อสูรxตะวัน)
2. พรากใจปีศาจ (ปีศาจxซัมเมอร์)
นักเขียน พรลภัส.น้องภัส
บทนำ
คุณเคยรู้สึกชอบอะไรมาก ๆ ไหม ชอบถึงขนาดที่ว่าสักลงบนร่างกาย พยายามทำทุกอย่างให้เขารู้ แม้ว่าสุดท้ายจะถูกปฏิเสธก็ตาม..
เขาเคยคิดว่ามันคงเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งของความรู้สึกเหล่านั้น ทว่าวันเวลาผ่านไปทุกอย่างก็ยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่าความรู้สึกนั้น..ไม่ใช่แค่ชั่วคราว และไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ยังจดจำวันเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
มาเฟียหนุ่มในวัย 24 ปี ไม่เคยคิดอยากจะมีแฟนหรือมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหญิงใด เพียงเพราะอยากเก็บความบริสุทธิ์นั้นไว้ให้เธอคนที่รัก..แม้จะรักข้างเดียว
“ที่ตัวมึงมีถุงไหม?”
“..ไม่มี”
“ทำไมไม่พกวะ!”
“แล้วทำไมกูต้องพก”
“แก้ขัดไง!”
“ปกติก็ไม่เห็นใส่ อะไรเข้าสิงมึงล่ะ?”
“ซัมประจำเดือนมา พอใจมึงยัง”
“พักบ้าง ร่างกายพี่เขาอ่อนแออยู่”
“พักอะไร กูต้องง้อ”
“มีวิธีอื่นอีกเยอะ”
“วิธีไหนก็ไม่ดีเท่านอนคุย จำคำพูดกูไว้น้อง อ้อ..แต่กูลืมไป มึงไม่มีเมียนี่ แล้วก็ไม่เคยผ่านร่างกายใคร เต็มที่ก็แค่ผ่านปาก..ใช่ไหม?”
“ถ้าจะมาพูดเรื่องไร้สาระก็ไสหัวมึงกลับไป”
“ไอ้อสูร กูรู้ว่ามึงคลั่งรักผู้หญิงคนนั้นมาก แต่ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ เป็นตัวของตัวเองเถอะ คนจะรักยังไงก็รัก”
ก็ใช่..คนจะรักยังไงก็รัก แต่อสูรคนนี้ไม่ได้ถูกรัก คนมีเมียอย่างมันจะไปเข้าใจอะไร
“เจอจี้จุดหน่อยเงียบเลยเหรอวะ”
“ไอ้ปีศาจ..กูรู้ว่ามึงพูดเพราะอยากให้กูปล่อยวาง แต่มึงรู้ไหม ถ้าความรักความชอบมันเปลี่ยนกันได้ง่าย ๆ ป่านนี้กูคงมีเมียไปตั้งนานแล้ว ไม่มาทำงานงก ๆ อยู่ไทยแบบนี้หรอก”
“ผู้หญิงที่จีนก็ไม่ได้แย่ มึงแค่ต้องเลือก”
“กู-ไม่-ชอบ”
“แล้วไอ้เด็กตะวันนั่นมีอะไรดีนักหนา ผัวก็มีแล้ว ตอนนี้ก็กำลังจะแต่งงาน มึงคงไม่ได้หวังให้งานแต่งของผู้หญิงคนนั้นล่มใช่ไหมอสูร”
“กูจะหวังแบบนั้นทำเพื่อ?”
“ขนาดว่าตะวันกำลังจะแต่งงานมึงก็ยังอาลัยอาวรณ์ไม่เลิก ยังมีหน้ามาถามกูอีกเหรอ”
“ก็เพราะตอนนี้กูเป็นน้องชายไง น้องชายก็ต้องแสดงความยินดีกับพี่สาวดิวะ กูผิดอะไร” ในเมื่อพี่ตะวันให้เป็นได้แค่นี้ก็ต้องแค่นี้ จะให้ก้าวข้ามล้ำเส้นทำไม่ได้หรอก เขายังอยากอยู่เป็นที่ปรึกษา เป็นที่พักพิง เป็นความสบายใจให้พี่ตะวันอยู่ แม้จะไม่ได้ครอบครองร่างกายหรือหัวใจเธอก็ตาม
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ความรักที่เคยมีก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอยากเอาชนะ เขาอยากชนะใจเธอ อยากชนะผู้ชายคนนั้นของเธอ..
ไร่ตะวัน
ว่าที่เจ้าสาวในวัย 26 ปี กำลังเดินตรวจตราดูความเรียบร้อยภายในไร่ทานตะวันของตัวเอง เนื่องจากว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะต้องใช้สถานที่นี้ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง
ในขณะที่กำลังสำรวจความเรียบร้อย อยู่ ๆ ก็มีขวดน้ำดื่มยื่นมาให้จากด้านหลัง ซึ่งเดาได้ไม่ยาก เพราะนอกจากเขาแล้วก็ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอ..
“มาตากแดดร้อนขนาดนี้”
“ขอบคุณนะ” หญิงสาวหันไปคลี่ยิ้มหวานขอบคุณอสูรที่มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยครั้งในช่วงที่เธอแวะกลับมาไร่ตะวัน เจ้าของขวดน้ำพยักหน้ายิ้มส่งสายตาให้ดื่มน้ำ ก่อนจะกางร่มให้สองเราเพื่อเดินกลับไปยังที่ร่ม
“มานานแล้วเหรอ”
“นานพอที่จะเดินหาพี่จนรอบบ้านนั่นแหละ”
“ทำไมไม่โทรมา”
“ไม่อยากให้พี่ต้องลบประวัติการโทรเข้าออก ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากโทร”
“ไม่เป็นอะไรหรอกน่า พี่ธันเขาไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยหรอก” ว่าแล้วหันไปวางมือลงบนหน้าขาอสูรให้วางใจไม่ต้องคิดมาก เพราะยังไงแล้วเราสองคนก็ยังจะเป็นพี่น้องกันอยู่เหมือนเดิม ต่างจากอสูรที่ส่ายหน้าไปมาวางมือลงบนหลังมือเรียวเล็กก่อนจะรั้งขึ้นมากุมมือกัน
“พี่คิดดีแล้วใช่ไหม?”
“เรื่องอะไร”
“แต่งงาน”
“คิดดีแล้วสิ พี่ธันเป็นคนขอ พี่ก็ไม่ได้ติดปัญหาอะไร”
“พี่เพิ่งคบกับเขาไม่นานเองนะ”
“นานอยู่นะ ตั้งสองปีแน่ะ ไหนจะช่วงที่รู้จักกันคุยกัน ไม่รวมว่าเป็นแฟนกันก็รวม ๆ ห้าปีได้แล้วมั้ง”
“ผมกับพี่ล่ะ กี่ปี” ถามไปเผื่อว่าพี่ตะวันจะลังเล ทว่าคำตอบของเธอก็ยังคงชัดเจน
“เราเป็นพี่น้องกันมาสิบปีแล้วไง ทำไมชอบถามบ่อย ๆ เป็นอะไรหรือเปล่า”
“อยากให้ลองคิดอีกที”
“ไม่ดีใจเหรอ”
“ดีใจดิ..ถ้าคนนั้นเป็นผม”
“เราคุยกันแล้วนะอสูร..” เอ่ยกับรุ่นน้องด้านข้างเสียงแผ่วเบา พลางวางขวดน้ำในมือลงเพื่อไปจับมือรุ่นน้องปลอบอีกมือ นั่นยิ่งทำให้อสูรหันมาสบตานัยน์ตาใสเหมือนกำลัง..ผิดหวังเสียใจ
“ผู้ชายด้วยกันดูออก มันไม่ใช่คนดีหรอก”
“แค่เขาดีกับพี่ ก็พอแล้ว”
“อืม คำตอบของพี่มันชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่แรกนี่เนอะ คงเป็นที่ผมนี่แหละที่ยังหวังอยู่”
“นายไม่ชอบพี่ธันเหรอ”
“มันไม่คู่ควรกับพี่”
“แล้วใครที่คู่ควร นายเหรอ” ถามอสูรที่พูดเหมือนอยากให้เธอเลิกกับว่าที่เจ้าบ่าว ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอเพิ่งจะตอบตกลงรับคำขอแต่งงานของแฟนหนุ่มไป แต่แล้วก็ไม่ได้คำตอบเพราะคนข้างกายตอนนี้เอาแต่นั่งสบตานิ่ง
“ความสัมพันธ์ของเราตอนนี้มันยั่งยืนที่สุดแล้วนะอสูร พี่รักนาย นายรักพี่ เรารักกันแบบพี่น้อง มันดีแล้วนะ ดีที่สุดแล้ว”
“ก็คงดีที่สุดสำหรับพี่นั่นแหละ แต่ก็..ช่างเถอะ ผมถือว่าผมเตือนพี่แล้ว”
“ทุกคนมีข้อดีข้อเสีย และข้อเสียของพี่ธันพี่ก็พอรู้ พอรับได้ มันไม่ได้มากมายถึงขนาดที่จะปฏิเสธหรือเลิกรานะอสูร”
“ไว้พี่รู้เห็นด้วยตัวเองก่อนก็แล้วกัน”
“ทำไมนายชอบพูดแบบนี้ มีอะไรก็บอกพี่มาตรง ๆ เลยไม่ได้เหรอ” ตะวันว่าพลางลุกขึ้นยืนย่อตัวนั่งลงตรงหน้าอสูรเพื่อมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลบสายตากัน จนอสูรผละมือที่กอบกุมกันอยู่ออกแล้วล้วงโทรศัพท์มือถือมากดปลดล็อก หันหน้าจอให้เธอดู
“อ๋อ..พี่ขอให้เอวาช่วยไปเลือกของกับพี่ธันเองแหละ”
“เลือกเสร็จแล้วไปส่งที่ไหน ส่งที่คอนโดจนถึงหน้าห้อง..เข้าไปในห้องใช่ไหม”
“ก็ซื้อของเยอะ ต้องช่วยถือไหมล่ะ”
“โลกสวย” พึมพำว่าให้พี่ตะวันที่เชื่อมั่นในตัวว่าที่เจ้าบ่าว ทั้งที่เขาก็อุตส่าห์เตือนไปแล้วหลายครั้ง และไอ้การที่เชื่อใจขนาดนี้ก็คงไม่ต้องให้เขามานั่งอธิบายสาธยายอะไรให้มากความ คงต้องรอให้เห็นจะจะคาตา จะได้รู้ว่าระหว่างผัวกับเพื่อนสนิท มันสิ้นสุดแค่นั้นหรือมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านั้น
“คิดมากเกินไปแล้ว เอวาเพื่อนรักพี่เลยนะ นายก็รู้นี่..”
“เรื่องของพี่ ผมถือว่าผมเตือนแล้ว” และถ้าหากวันใดวันหนึ่งร้องไห้ซมซานกลับมาหากัน ก็อย่าหาว่าเขาใจร้าย เพราะทุกอย่างที่ผ่านมามันเกินกว่าคำว่ารักและหวังดีไปมากแล้ว
นิยายเรื่องนี้เผยแพร่เมื่อ 09/07/23
