บทที่ 10 ตอนที่ 9 ผมไม่เคยรังเกียจพี่เลยสักครั้ง
ตอนที่ 9 ผมไม่เคยรังเกียจพี่เลยสักครั้ง
ตกดึก
คนบอกจะไม่มาสรุปคือเมาแอ๋มายืนกดกริ่งหน้าห้องรัว ๆ พอเปิดประตูเขาก็แทบทิ้งน้ำหนักตัวโถมใส่เธอ จนต้องรีบปิดประตูพยุงเข้าไปในห้องนอน ไม่วายล้มลงไปนอนทับกัน
“หมดสภาพเลย..” ว่าให้อสูรที่ดูเมามากจนทรงตัวแทบไม่อยู่
“ไม่หมด เมาแต่ไม่มาก”
“มากแล้วแหละ เดินเซเนี่ย”
“แต่ผมกลับมาหาพี่ได้นะ”
“ขับรถมาเอง?”
“ครับ ค่อย ๆ ขับมา”
“อันตรายมาก เมาแล้วขับเลยนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นซวยแย่ วันหลังอย่าทำแบบนี้นะอสูร”
“เป็นห่วงเหรอ?”
“ก็เป็นห่วงน่ะสิ เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง” บ่นให้คนที่ไปดื่มจนเมาแล้วยังอุตส่าห์กลับมา ทว่าอสูรกลับดันเธอให้ล้มลงนอนด้านข้างแล้วขยับตัวขึ้นมาคร่อม..
“อุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นคือผมกลัวของตัวเองแข็งแล้วเผลอไปทิ่มกับคนอื่นที่ไม่ใช่พี่มากกว่า”
“เมาขนาดนั้นเชียว?”
“ผู้หญิงที่บ้านขึ้นทำให้ได้ทุกที่ทุกท่าเลย พี่ไม่รู้หรอก เดินไปทางไหนก็เจอ..ไม่แข็งอะแปลก”
“เขาไม่อายกันบ้างเหรอ”
“เมาหมดแล้ว” ตอบขณะที่กดปลายจมูกไซ้คอขาว โดยที่พี่ตะวันก็เอียงคอให้ไซ้ไม่ทักท้วง
“แล้วนายโดนอะไรไหม..ไปทำกับคนอื่นป้องกันหรือเปล่า”
“ผมไม่ได้เอา”
“ถามเผื่อผู้หญิงทำนาย”
“ไม่มี”
“…”
“ผมอยากเอาพี่คนเดียว เลยรีบกลับมาหา..”
“ขนาดนั้น?”
“อืม เงี่ยนจะตายอยู่แล้ว โคตรแข็ง..” ร่างสูงพูดไปมือก็ลูบไล้เรือนร่างคนใต้ร่างไม่หยุดหย่อน จนพี่ตะวันช่วยเขาปลดเข็มขัดกระดุมกางเกง เลยต้องพยายามประคองสติให้ลุกขึ้นเปลื้องเสื้อผ้าออกก่อน
“อสูรนายไหวไหมเนี่ย” เจ้าของห้องถามอย่างระแวง กลัวอสูรจะเมาจนจำอะไรไม่ได้เผลอทำรุนแรง เธอไม่สลบคาเอ็นเขาเลยหรือไง แน่นอนว่าคำถามไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงมือปลาหมึกที่พยายามถอดชุดนอนของเธอออกให้เหลือตัวเปลือยเปล่าเหมือน ๆ กัน และทันทีที่ร่างกายสองเราไม่มีอะไรมาปกปิด อสูรก็แสดงสีหน้าท่าทางหื่นกระหายราวกับว่าอดอยากปากแห้งมานาน ทั้งที่เรา..ลึกซึ้งกันบ่อยจนนับไม่ถ้วน ที่ตกใจไปมากกว่านั้นคืออสูรไม่ได้คลอเคลียใบหน้าลำคอหรือช่วงบนเลย เขามุ่งลงไปยังของหวงใต้สะดืออย่างเดียว..
“ขอเลียได้ไหม..ผมไม่ไหวแล้ว”
“อ..อสูร ย..อย่าทำเลยนะ มันสกปรก”
“ผมไม่เคยรังเกียจพี่เลยสักครั้ง พี่ก็รู้” พูดแล้วสอดมือเข้าไปบีบขยำบั้นท้าย จับขาสองข้างแยกออกกว้าง พรมจูบความสวยงามที่เขาได้ครอบครองเพียงคนเดียวอย่างหลงใหล
มีภาพประกอบ ติดต่อที่ Fanpage พรลภัส.น้องภัส ค่ะ
ก่อนจะขยับจัดท่าให้กุหลาบงามอยู่ในระดับพอดีริมฝีปาก เพื่อที่เขาจะได้ปรนเปรอให้เธอถึงฝั่งฝัน ไม่ใช่แค่เพื่อเธอแต่เพื่อตัวเขาเองด้วย เขาไม่รู้ว่าตัวเองชอบการใช้ปากทำรักให้พี่ตะวันตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้อีกทีก็ตอนที่โหยหาอยากกลืนกินของเธอแค่คนเดียวเหมือนอย่างตอนนี้ที่ปลายลิ้นกระดกเลียเม็ดเสียวรัว ๆ จนเธอร้องครวญครางแทบขาดใจ แล้วยิ่งมีเสียงเขาก็ยิ่งอยากเพิ่มระดับเสียง และการเพิ่มเสียงของเขาก็คือการดูดเม็ดเล็กให้แรงขึ้นพร้อมกับตวัดลิ้นเลียรัว ๆ จนบั้นท้ายกลมกลึงลอยตามส่วนไร้กระดูกที่กำลังปรนเปรอ ตบท้ายด้วยการห่อลิ้นดุนดันเข้าไปในร่องคับแคบเพื่อชิมน้ำหวาน ก่อนจะใช้นิ้วช่วยเพิ่มความต้องการให้เธออีกแรง..
ร่างเล็กบิดเร้าขยับไปมาราวกับว่ากำลังจะทนไม่ไหว เขาเลยรีบเร่งขยับข้อมือกระแทกของรักเธอรัว ๆ สลับกับใช้ริมฝีปากปลายลิ้นช่วยส่งให้พี่ตะวันแตะสวรรค์ชั้นแรกไปก่อน
“อ..อร้ายย ~ พ..พอ พอแล้ว”
เพียงครู่เดียวเท่านั้นสองมือเรียวเล็กก็เอื้อมมาดันใบหน้าเขาออก จำต้องผละริมฝีปากออกยกยิ้มมุมปากสบตาเธอที่หอบหายใจไม่เป็นจังหวะ
“ชอบไหม?” ถามแล้วแลบลิ้นเลียให้เห็นซึ่ง ๆ หน้า หญิงสาวเจ้าของกุหลาบงามที่เห็นคาตาเม้มปากติดกันแน่นเบือนหน้าหนีทันที แม้ว่าจะพยายามไม่มองไม่ดูแต่สัมผัสที่อสูรมอบให้นั้นไม่สามารถทำให้เธอหักห้ามใจตัวเองได้เลย ทั้งที่เสียวจนแทบขาดใจไปแล้วหนึ่งครั้งก็ไม่วายร่อนของรักของหวงป้อนให้ถึงปากอสูรต่อ แทนที่จะพอได้แล้ว..
เธอกลายเป็นผู้หญิงไร้ยางอายทันทีที่โดนลิ้นร้ายของอสูรปลุกอารมณ์ ไม่ว่าเขาจะสั่งจะว่าอะไรเธอก็เต็มใจพร้อมยอมทำมันทุกอย่าง เขาสั่งให้แลบลิ้นก็แลบลิ้น สั่งให้อมก็อม ยอมทำมันทุกอย่างขอแค่อสูรบอก.. ‘น่าอายสิ้นดี’
กระทั่งตอนนี้ที่อสูรสั่งให้เธอขึ้นมานั่งขย่มบนตัว เธอก็ขย่มให้..ไม่หือไม่อือ
“ผมชอบพี่มากเลย..โคตรชอบ” พูดในตอนที่มือบีบขยำหน้าอกอวบสองข้าง ก่อนจะดันตัวเองขึ้นมาตะครุบดูดดุนปลายถันสีสวยที่แข็งรอให้เขาดูดเลีย จะว่าพี่ตะวันยั่วกันก็คงได้ เล่นครางเสียวซะจนเขาแทบแตก กลั้นแล้วกลั้นอีกขย่มรัว ๆ พร้อมเสียงน่าฟังแบบนี้ใครมันจะทนไหว..
“อือ ~ อ..อสูร ~ อย่าเกร็ง” บอกร่างสูงให้อย่าเกร็งสวนเพราะมันเข้าลึกมาก ลึกจนเธอหายใจไม่ทั่วท้อง เสียวซ่านทุกครั้งที่ขยับจนกลัวว่าตัวเองจะเสพสุขไปก่อนที่อสูรจะเสร็จ และถ้าเสร็จอีกครั้งเธอก็คงหมดเรี่ยวแรงจะทำต่อ ไม่เหมือนอย่างคนเมาที่บอกใกล้แล้ว ใกล้แล้วตั้งแต่ใช้ปากให้จนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววเขาจะเสร็จเลย
“ผมจะแตกแล้วพี่..” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอก โดยสองมือที่ประคองเอวเล็กคอดอยู่กดเอวร่างเล็กลงกระแทกของตัวเองอย่างแรงพร้อมกับสวนขึ้นรัว ๆ จนพี่ตะวันร้องครางไม่เป็นภาษา กระทั่ง..อสูรร้ายยอมปล่อยน้ำ
“ซี้ดดดด!” เสียงซี้ดปากดังในตอนที่ท่อนลำกระตุกพ่นน้ำรัก แต่ยังไม่ทันจะสุดเขาก็พลิกพี่ตะวันให้ลงไปนอนราบ นอนรองรับแรงกระแทกของเขาต่อ..
“อึก..อ อสูร ~ น..นายปล่อยอีกแล้ว” เสียงขาดหายเป็นห้วง ๆ เอ่ยบอกร่างสูงที่ขยับโถมสะโพกสอบกระแทกเธอถี่รัวไม่พักตั้งแต่ที่เขาขึ้นคร่อมได้ ทั้งที่อุตส่าห์พูดอุตส่าห์เตือน คนเมากลับไม่ฟังกันเอาแต่โถมแรงรักใส่เธอย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ นานติดต่อกันหลายนาที จากที่ตาสว่างเสียวซ่านตอนนี้ตาเริ่มปรือลืมแทบไม่ขึ้น ได้แต่ร้องขอบอกเขาให้ผ่อนแรงลง เบากว่านี้อีกหน่อย เธอจะไม่ไหวแล้ว..
ครึ่งชั่วโมงต่อมา..
คนเมาที่ใกล้แล้วใกล้อีก พยายามกระแทกกระทั้นรัวให้ตัวเขาและตัวเธอถึงฝั่งพร้อมกัน ทว่ายิ่งโถมแรงร่างเล็กก็ยิ่งปล่อยตัว ปล่อยจนเขาแปลกใจ เธอไม่แม้แต่จะขยับหรือส่งเสียงครางบอกให้พอ มีแค่เสียงครางอือในลำคอพอให้ได้ยินบางจังหวะเท่านั้น ความที่เมามากเขาเลยขยับล้มลงนอน จัดท่านอนตะแคงกระแทกแทน ระหว่างนี้ก็เรียกพี่ตะวันให้ขึ้นมาขย่มเป็นระยะ แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นจนหงุดหงิด จำต้องผละออกรั้งแขนให้หันมาสบตา จึงได้รู้ว่า..พี่ตะวันหลับไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จากที่หงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นเอ็นดูเมื่อได้เห็นกลีบกุหลาบงามที่บวมแดงจากอสูรร้ายที่กระแทกไม่พัก..
ที่คิดว่าอยากจะแตกอีกน้ำแล้วนอน กลายเป็นว่าได้แค่น้ำเดียวก็ต้องนอนแล้ว เพราะถ้าฝืนทำอีก พรุ่งนี้เช้าพี่ตะวันจับไข้แน่ เขาเล่น..ย่ำยีเธอซะขนาดนี้
แม้ว่าจะเมามากจนแทบไม่มีสติ เขาก็ยังประคองตัวเองเข้าห้องน้ำไปล้างทำความสะอาดได้ ทันทีที่จัดการตัวเองเรียบร้อยเขาก็รีบออกมาเช็ดทำความสะอาดให้พี่ตะวันต่อ พร้อมกับเอ่ยขอโทษซ้ำ ๆ ก่อนทิ้งตัวลงนอนรั้งเธอมาโอบกอด เพียงแค่หลับตา สติสัมปชัญญะที่ไม่ครบถ้วนก็หายวับไปเลย
สายของวันต่อมา
ตะวันขยับตัวพลิกไปมาเนื่องจากรำคาญเสียงสั่นครืดของโทรศัพท์ที่ไม่รู้ว่าอยู่มุมไหนของเตียงนอน จำต้องลุกขึ้นหันมองซ้ายมองขวาจนไปเจอตัวการอยู่ในกระเป๋ากางเกงอสูร เธอหันไปปลุกเจ้าของมือถือให้ตื่นมารับสาย ซึ่งเขาก็ครางอือ ๆ เธอเลยกดรับเปิดลำโพงแล้วแนบหูให้
(ไอ้เหี้ย! กูโทรเป็นร้อยสาย ทำเหี้ยไรอยู่)
“…” ไร้เสียงตอบกลับจากอสูร มีเพียงเธอเท่านั้นที่ตาสว่างเพราะคำว่าไอ้เหี้ยที่ได้ยินเต็มสองรูหู
(มึงเมาเหรอ มึงเอากับพวกมันไหมเนี่ย ไอ้เหี้ยมันมีคนน็อกยานะเว้ย!)
“กูไม่ได้อัป..” อสูรครางตอบในลำคอ
(ดีไม่ตายห่า เมาเหี้ยไรนักหนา)
“อือ..”
(มึงอยู่ไหน! กูอยู่ห้องมึง โทรไม่รับจนต้องถอกโคยมาหาเสือกไม่อยู่อีก)
“…”
(อยู่กับตะวัน?)
ประโยคนี้ทำเจ้าของชื่อตาโตตกใจ รีบปลุกอสูรให้ตื่นขึ้นมาคุยก่อนจะถูกพี่ชายเขาพูดจาใส่สีตีไข่จนสองเราป่นปี้
(เดี๋ยวนี้ติดฮีจนไม่กลับคอนโดเลยนะมึง!)
(ผู้หญิงแม่งจะแต่งงานไม่ใช่หรือไง ไปเอาเมียเขาไม่กลัวตายเลยนะ!)
(ไอ้อสูร!)
“อือ!” ครางตอบเสียงดัง เริ่มรำคาญเต็มที
(ลูกผู้ชายเขาไม่ยุ่งกับเมียชาว..) ตืด
ด้วยความรำคาญอสูรเลยกดตัดสายทิ้งทั้งที่ยังไม่ลืมตา ไม่วายเอื้อมมือไปคว้าร่างเล็กที่นั่งปิดปากตกใจให้ขยับลงมานอนกอด
“อย่าไปฟังมัน” พูดในตอนที่ซุกซอกคอพี่ตะวันเหมือนอย่างทุกครั้งก่อนตื่นนอน
“แค่มีพี่ผมก็มีความสุขแล้ว”
“อือ..” ตะวันพยักหน้าไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอะไรออกไป เพราะมันจริงอย่างพี่ชายอสูรว่า ตอนนี้เธอยังเป็นแฟนคนอื่นอยู่ ไม่ใช่หญิงโสด..เหมือนที่แล้วมา แล้วเธอก็กำลังจะแต่งงาน..
“ปีศาจมันปากหมา ไม่ต้องสนใจมัน”
“พี่นายพูดเรื่องจริง” ประโยคนี้ทำอสูรผงกศีรษะปรือตาขึ้นขมวดคิ้วมอง เอ่ยเสียงไม่พอใจ..
“พี่บอกจะไม่แต่ง ไม่ใช่หรือไง?”
“ใช่ แต่ตอนนี้ก็…”
“แค่พี่ไม่แต่งมันก็มากพอแล้ว อีกอย่างผมไม่ใช่พวกชอบพรากผัวพรากเมีย แล้วถ้าพี่ยืนยันจะแต่งงาน ผมคงไม่มานอนเอากับพี่แบบทุกวันนี้หรอก”
“อสูร..”
“ผมชอบพี่ รักพี่ก็จริง แต่ผมไม่ได้เหี้ยขนาดนั้น” แต่ก็ไม่แน่ถ้ายังยืนกรานจะแต่งกับคนนี้ เพราะไอ้เหี้ยนั่นมันไม่ได้มีดีอะไรเลย แถมยังทำระยำลับหลัง เธอไม่รู้แต่เขารู้ และคงไม่ยอม อุตส่าห์เฝ้าคอยดูแลมาตลอด จะให้คนอื่นมาทำร้ายง่าย ๆ แบบนี้เหรอ ฝันกลางวันไปก่อน!
“พี่อยากข้ามเวลาไปให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ จัง..”
“เดี๋ยวก็ถึง ไม่นานเกินรอ” ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ถึง ถึงแน่นอน บันเทิงแน่
หลังจากที่นอนคุยนอนปลอบพี่ตะวันให้ไม่ต้องคิดมากอยู่นาน เธอก็ยอมไปอาบน้ำแต่โดยดี ทำให้เขารีบคว้าโทรศัพท์มาพิมพ์ข้อความส่งไปด่าไอ้ปีศาจ
DE : วันหลังถ้าจะโทรมาพูดเรื่องไร้สาระไม่ต้องโทร กูรำคาญ
DE : อย่าเสือกเรื่องของกู!
PE : อย่าปากดี กูเพิ่งไปเคลียร์กับตำรวจมาไอ้หน้าเหี้ย เมาพ่อง เมาแม่ง! ติดต่อยากเหลือเกินสัดนรก
DE : ขอบคุณ แต่เวลาโทรไม่ต้องพาดพิงถึงคนของกู!
PE : กูจะพาด ตราบใดที่มึงยังให้ซัมช่วยอยู่กูก็จะพาดแบบนี้แหละ
DE : ปากดี เดี๋ยวกูไม่บินไปถอนเงินให้มึงนะ
PE : อสูร กูพี่มึงนะ ^_^
DE : ที่มึงพูดไม่ให้เกียรติก็คนของกู
PE : หวงห่วงหึง? เป็นอะไรกับเขา เป็นผัวเหรอ
DE : เป็น..
PE : เป็น?
DE : เป็นอะไรก็ได้ ไม่ต้องเสือก
PE : ไอ้เด็กเหี้ย!
จะด่าจะว่าอะไรคนอย่างอสูรไม่เคยสะทกสะท้าน ขออย่างเดียว อย่ามาทำให้คนที่เขารักไม่สบายใจเท่านั้นพอ พี่ก็พี่เถอะ ใส่เดี่ยวได้หมดไม่สนลูกใคร พ่อแม่เดียวกันก็ช่างแม่ง เมียมันเขายังไม่เคยพูดถึงเลย มีก็แต่บอกให้อดทนกับความประสาทของมันหน่อย แค่นั้นแหละ!
บทสรุปของคนเมามากคือต้องหอบสังขารไปโรงพัก เพื่อเซ็นว่านักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของเขา และจะไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก พร้อมกับให้สินบนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตำรวจอุตส่าห์เมตตาปล่อยให้กลับไปนอน ดีกว่ามานอนพื้นแข็ง ๆ ในห้องขัง หรือความจริงแล้วนอนแล้วก็ไม่รู้ เพราะไอ้ปีศาจบอกมาเคลียร์แล้ว
โชคดีที่โดนในท้องที่ที่เขาพอจะรู้จักตำรวจอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงต้องเผยธาตุแท้ จนพี่ตะวันตกใจแน่ ๆ ถือว่ารอดตัวไปก็แล้วกัน
ภายในรถ
“โดนอะไรบ้าง”
“จ่ายค่าปรับเฉย ๆ”
“แค่จ่ายนายต้องมาเองเลยเหรอ”
“พี่ก็ถามแปลก ๆ ผมเป็นเจ้าบ้านนะ ถ้าผมไม่มาใครจะมา”
“นั่นสิ..พี่ถามอะไรเนี่ย” งุนงงกับประโยคคำถามของตัวเองมากจริง ๆ ไม่รู้ถามอะไรออกไป ที่ผ่านมาอสูรก็ไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด ไม่ได้มี..ใครคอยติดตามเหมือนพี่ชายเขาสักหน่อย อสูรเห็นว่าคนข้างกายเริ่มสงสัยเลยถามหยั่งเชิง..
“คิดว่าผมต้องมีลูกน้องแบบปีศาจเหรอ”
“อือ พี่คิดว่านายน่าจะมี..” ไม่ใช่แค่น่าจะ เธอว่าต้องมี พี่กับน้องจะใช้ชีวิตคนละขั้วกันขนาดนี้มันใช่เหรอ พี่ปีศาจมีลูกน้องคอยอารักขา อสูรไม่มีแม้แต่คนเดียว ทำอะไรด้วยตัวเอง ไปไหนมาไหนคนเดียว แปลกแฮะ..
“ถ้าคิดว่ามีก็มี แต่ผมไม่ได้อยู่บ้านเลยไม่จำเป็น”
“แสดงว่าเรียกใช้ได้ตลอด”
“ก็ตลอด แต่ไม่รู้จะเรียกทำไม ส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไร”
“เหมือนบอดีการ์ดเลยไหม”
“ครับ”
“เท่ห์อะ ~”
“ตรงไหน”
“ก็มีคนคอยทำนู่นนี่นั่นให้ ดีจะตาย”
“ทำเองเถอะ ไม่ทำเลยจะเป็นง่อยเอา”
“ใจร้ายมาก!” ว่าให้อสูรแล้วยู่ปากใส่เขา มันก็แค่ความคิดของเธอหรือเปล่า ทำไมต้องมาดับฝันกันด้วยไม่เข้าใจ!
แม้จะถกเถียงกันมากแค่ไหน สุดท้ายแล้วอสูรก็ไหวไหล่ไม่ต่อปากต่อคำทำให้บทสนทนาชวนทะเลาะสงบลง จบด้วยการหาอะไรกิน กลับห้องไปนอนกกกัน นอนดูหนังบ้างตามประสา หากเธอมีงานก็จะไปนั่งอยู่อีกห้องเพื่อเคลียร์งานให้เสร็จก่อนจะใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งงานส่วนใหญ่ที่มีปัญหาก็มักจะมาไม่ถึงเธอ หัวหน้าแต่ละฝ่าย แต่ละแผนกเอาอยู่ หากมันหนักหนาสาหัสจริง ๆ จะมีเมลสำคัญแจ้งเข้ามา ทว่าหลังจากที่อสูรซัปพอร์ตโรงงาน ตั้งแต่นั้นก็ไม่เคยได้รับเมลอะไรอีกเลย เหมือนว่าปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นจบลงไปแล้วทั้งที่ยังไม่ทันได้เกิดขึ้น
ต้องขอบคุณอสูรที่ยื่นมือมาช่วยเหลือ ทำให้ไม่ต้องปากกัดตีนถีบอย่างก่อนหน้านี้ ยิ่งถ้ายังไม่ตาสว่างแล้วฝืนทนเชื่อมั่นอยู่..ตายอย่างเขียดแน่นอน
“พี่..ผมลืมถามไปเลย เรื่องงานแต่ง..”
“ทำไมเหรอ”
“ผู้ใหญ่ฝั่งพี่มาหรือเปล่า?”
“ถ้าเป็นพ่อแม่ พี่บอกแล้วนะว่าไม่ต้องบินมาให้เสียเวลา”
“ครับ งั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเจ้าสาว..จะหายไป”
“นายจะเป็นคนมารับพี่ใช่ไหม?”
“ครับ” ตอบเสียงหนักแน่นเอื้อมมือไปกุมมือเรียวสวยขึ้นมาพรมจูบหลังมืออย่างรักใคร่
