บทที่ 11 ตอนที่ 10 วิวาห์รัก(ล่ม)
ตอนที่ 10 วิวาห์รัก(ล่ม)
สามเดือนต่อมา..
ก่อนงานแต่งงานหนึ่งคืน
ใบหน้าสวยใสที่เคยมีรอยยิ้มตอนนี้ขมวดคิ้วจนแทบผูกกัน พลางกระชับกอดร่างสูงที่นอนหนุนแขนอยู่แน่น..จนเขาเอ่ย
“เป็นอะไร”
“กังวล”
“เรื่อง?”
“งานแต่ง พี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะแยกตัวออกมาตอนไหน ถ้าตอนแต่งหน้าเอวาก็คงอยู่ด้วย คงจะตามติดเป็นเงาเลย..”
“เดี๋ยวพี่เอวาผมจัดการเอง พี่แค่หาทางออกก็พอ”
“ไหนบอกจะมารับ?”
“ถ้าผมไปรับแล้วเจ้าสาวหาย คนสนิทของพี่จะไม่สงสัยเอาเหรอ”
“…”
“ทำตามที่ผมบอกเถอะ เดี๋ยวผมตามไป ไม่ทิ้งพี่แน่นอน”
“ตอนนี้พี่ผูกพันกับนายมากกว่า..เขาอีกนะ”
“แล้วคำว่าผูกพันของพี่มันคืออะไร มากแค่ไหน?”
“…” นั่นสิ คืออะไร ในฐานะอะไร พี่น้องท้องชนกัน? คนรัก..หรือแฟน?
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่กำลังคิดอะไร แต่หลังจากงานแต่งล่มแล้วผมคิดว่าพวกมันน่าจะเล่นพี่แล้วเหมือนกัน มันคงไม่ยอมเสียหน้าฝ่ายเดียวแน่”
“นายพอรู้เรื่อง..”
“ถ้าบริษัทผมรู้นะ หาทางออกให้อยู่ คงดีสำหรับพี่สำหรับมัน”
“พี่ไม่อยากให้พี่ธันหรือเอวามีสิทธิ์ออกความคิดเห็นในห้องประชุม..”
“พี่กำลังกลัวอะไร”
“พี่ธันโน้มน้าวคนเก่ง พี่กลัว..”
“กลัวอะไรมีผมอยู่ทั้งคน”
“บริษัทมาจากน้ำพักน้ำแรงพ่อแม่พี่นะ ถ้าวันหนึ่งต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจคนอื่น พี่คง..”
“ทำใจไม่ได้”
“อือ”
“ไม่มีใครทำใจได้หรอก ของเคยเป็นของเรา”
“นายเข้าใจพี่ใช่ไหม..”
“ผมเข้าใจพี่เสมอ..ถึงแม้พี่จะไม่เคยเข้าใจผมเลยก็ตาม” พูดเหมือนตัดพ้อให้ได้ยินแค่ตัวเอง เพราะถ้าพี่ตะวันได้ยินด้วยอีกคนก็คงจะเก็บมาคิดมาเครียดหนักมากกว่าเดิม ลำพังเรื่องนี้เธอก็ยิ้มได้ไม่สุดหัวเราะได้ไม่สุดมานานแล้ว เขาไม่อยากเป็นหนึ่งในความเครียดสะสมของเธอ อยากเป็นความสุขมากกว่า..
ค่ำคืนก่อนงานแต่งจะเริ่ม..สองเราไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันด้วยที่กลัวว่าจะอ่อนแรงอ่อนเพลียกันทั้งสองคน เลยตกลงว่าจะนอนกอดกันแทน ไม่รู้เลยว่าทำไมต้องมานอนกอดกันทั้งที่ความจริงแล้วพี่ตะวันควรจะไปนอนโรงแรมเพื่อรอเวลาตื่นมาแต่งหน้า แต่งตัว เหมือนอย่างเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่จองโรงแรมนอนรอแล้วตั้งสองคืน..
03.00 นาฬิกา
“อย่าทิ้งพี่นะอสูร พี่เหลือแค่นายคนเดียวแล้ว..จริง ๆ” ตะวันเอ่ยบอกรุ่นน้องน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยที่กลัวว่าเขาจะหักหลังทรยศเธออีกคน กว่าเธอจะทำใจจากเรื่องพี่ธันกับเอวาได้ก็ใช้เวลาพอสมควร ทั้งที่อยากจะล้มให้นานกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้ ถ้าเธอล้มนานเกินไปแล้วโรงงาน บริษัท ไร่ตะวัน ใครจะดูแล พนักงานอีกนับร้อย..ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้นเธอเลยต้องลุกขึ้นสู้ เปลี่ยนความรักความหวังดีที่เคยมีให้เป็นความเกลียดชัง โกรธแค้น จนมาถึงวันนี้..ที่พร้อมจะเริ่มประกาศศึกแล้ว
อสูรที่เห็นนัยน์ตาหญิงสาวคนรักสั่นไหวก็อดไม่ได้ที่จะดึงพี่ตะวันกลับมาสวมกอด พลางเอ่ย..
“ถ้าพี่เลือกผมตั้งแต่แรก พี่จะไม่ต้องเจ็บปวดกับอะไรแบบนี้เลย”
“ฮึก..อสูร” น้ำเสียงถ้อยคำที่เขาเอ่ยทำหยดน้ำสีใสหยดเผาะนับครั้งไม่ถ้วน มันจริงอย่างเขาว่า แต่เขาจะรู้บ้างไหม..ว่าเธอพยายามมากแค่ไหนกับการตีตัวออกหากเขามากขนาดนั้น ทั้งที่โคตรพยายามแต่สุดท้ายก็ต้องกลับมายืนที่เดิม และวันนี้ก็ถลำลึกไปมาก เกินกว่าคำว่าพี่น้องแล้วจริง ๆ
“รีบไปเถอะ พี่เลือกมันหนิ” อสูรพูดแล้วจับเรียวแขนพี่ตะวันให้คลายกอด ปล่อยให้เธอยืนมองเขากลับเข้ามานั่งในรถตาพร่ามัว ในเมื่อเธอเลือก ก็จงยอมรับผลของการเลือกนี้ซะ มันจะดีหรือร้ายขึ้นอยู่ที่เธอ เขาเตือนไปแล้ว..
ระหว่างทางที่ขับรถออกมา เขามีน้ำตาไม่ต่างจากเธอ แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยเลือกผิดเลยคือการเลือกรักเธอ ต่างจากเธอ..ที่ไม่เคยมีอสูรคนนี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว บางครั้งก็ไม่รู้ว่าที่ทำอยู่ทำไปเพื่ออะไร ทำเพื่อใคร? เหมือนชีวิตไม่มีจุดหมายปลายทาง ได้แต่แอบชอบแอบรักไปวัน ๆ รอให้เธอหันมาสนใจกัน
ที่จริงแล้วความสัมพันธ์ของเรามันไม่ควรเริ่มต้นแบบนี้เลยด้วยซ้ำ มันควรจะเริ่มจากแอบรักแอบชอบกัน สารภาพรัก ดูใจ เป็นแฟนกัน ถึงจะมีเรื่องอย่างว่าเข้ามาข้องเกี่ยว แล้วตอนนี้เป็นยังไง กายผูกกาย..แต่ใจไม่เคยผูกกัน ‘เจ็บฉิบหาย!’ เธออาจไม่รู้ไม่เห็นว่าเขาเจ็บยังไง มันก็..ดีนะ จะได้ไม่ต้องสมเพชมากเวลาที่เห็นเขาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนบ้าเวลาที่โดนเธอปฏิเสธ
จากที่คิดว่าจะกลับมานอนสักตื่นแล้วค่อยแต่งตัวไปร่วมงาน ทว่า..ตอนนี้แค่สั่งให้ตัวเองนอนหลับตาก็ยังทำไม่ได้ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องรักต้องห่วงคนที่ไม่ได้รักไม่ได้แคร์กันมากขนาดนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ
ณ โรงแรม VIVA
ภายในงานตอนนี้เริ่มมีข้าวของมาทยอยวางเรียงราย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนถึงฤกษ์งามยามดี และแน่นอนว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เจอกันแล้วเหมือนกัน
“วันนี้ตะวันของพี่ต้องสวยมากกว่าใครทุกคนแน่ ๆ”
“พี่ธันก็ด้วยค่ะ ~” ยิ้มตาหยีตอบ พยายามฮึบบอกตัวเองให้อย่าร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจผิดพลาด
“พี่ไปแต่งตัวก่อนนะ เจอกันตอน..พิธีกรเรียกนะครับ”
“ค่ะ ~” ตะวันตอบเสียงหวานโอบกอดว่าที่เจ้าบ่าวที่สวมกอดเธออยู่ก่อนแล้วแน่น จนสองเราผละออกจากกัน ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง ไม่พูดไม่จากับใครแม้กระทั่งเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่เสนอตัวมาช่วยแต่งตัว
“ฉันล่ะดีใจกับแกจริง ๆ”
“เหรอ”
“อิจฉาแกที่ได้ผู้ชายดี ๆ อย่างพี่ธันไปครอบครอง”
“^^”
“ขอให้แกรักกับพี่ธันนาน ๆ นะ รีบมีหลานมาให้ฉันอุ้มเร็ว ๆ เลยด้วย”
“ขอบคุณนะ พักนี้แกดูอวบขึ้นนะเอวา แกมีแฟนเหรอ” ถามเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เปล่า ฉันเปลี่ยนยาคุมตามที่หมอสั่งน่ะ ประจำเดือนมาปกติแล้วแต่..อวบขึ้น คงต้องไปหาหมอใหม่อีกรอบ รอยาแผงนี้หมดก่อน”
“นึกว่าแกท้องซะอีก”
“ฉันจะท้องก่อนแกได้ยังไงล่ะ”
“ก็ไม่แน่ แกอาจจะกินเงียบฟาดเรียบก็ได้”
“จ้า ~ ใครจะไปเหมือนแกล่ะ เก็บความบริสุทธิ์ไว้รอเข้าห้องหอเนี่ย”
“อยากให้คนที่ได้ไปรู้สึกพิเศษน่ะ..”
“สมัยนี้ยังมีคนหัวโบราณแบบนี้อยู่อีกเหรอ ฉันว่า..ไม่มีใครเขาสนแล้วนะ แกลองนึกดู ถ้าแกแต่งงานไปแล้วเรื่องบนเตียงเข้ากันไม่ได้จะทำยังไง” พูดน้ำเสียงกึ่งแซะ เบ้ปากมองเพื่อนรัก
ตะวันที่เงยหน้าขึ้นไปเห็นเงาสะท้อนพอดีเลยแสร้งหัวเราะเบา ๆ แล้วเอ่ย..
“ที่จริงพี่ธันก็ขอหลายครั้งแล้วแหละ วนเวียนร่างกายฉันก็บ่อย แต่ฉันขอเขาเอง แกไม่ต้องห่วงหรอก ฉันศึกษามาอย่างดี..ขนาดของพี่ธันก็ประมาณ..”
“พอ ๆ พอ แกจะเอาขนาดมาเล่าแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“ฟังหน่อยสิ หรือรอฟังหลังวันเข้าหอ ถ้าแบบนั้นแกต้องรอหน่อยนะ เพราะพี่ธันบอกว่าจะกินฉันทั้งตัว คงใช้เวลานานหน่อย”
“แหม ทำเหมือนพี่เขาจะกินแกทั้งคืนเลยนะ”
“ฉันคิดว่า..ถ้าพี่เขาไม่กินฉัน ฉันก็คงจะกินเขาแทน” พูดอย่างไม่อายด้วยที่ต้องการตอกให้เอวาหน้าหงาย เมียลับ ๆ เมียน้อยที่ต้องแอบลักกินขโมยกินจะได้รู้สึกเจ็บซะบ้าง
แต่ก็มีพวกลักกินขโมยกินบางประเภท ที่หน้าด้านหน้าทนไม่สะทกสะท้าน ตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนผัวใครอย่างคนแถวนี้ ที่กล้าแย่งแม้กระทั่งว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อน! ที่ผ่านมาเธออาจจะโง่ที่ไว้ใจคนสองคนมากจนเกินไปเลยทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่มาลองคิดดูแล้ว มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยด้วยซ้ำ เป็นความผิดของสัตว์เดรัจฉานที่สมสู่ไม่เลือกมากกว่า เผลอ ๆ คงทำจนเคยชิน เลยไม่รู้สึกเขินอายเวลาที่ต้องเจอตัวจริง อยากจะรู้นัก..การหลบ ๆ ซ่อน ๆ เจอกันแค่ตอนเงี่ยนมันสุขใจนักเหรอ หรือชอบ..ที่ตื่นเต้นเร้าใจ? ‘น่าขยะแขยง น่ารังเกียจที่สุด!’
“นี่ แกว่าฉันควรใช้ปากให้พี่เขาเลยไหม..ก่อนจะเริ่ม..” เจ้าสาวอย่างเธอยังคงเย้าแหย่เพื่อนรักให้เจ็บใจเล่น ๆ ทั้งที่รู้ว่าคงไม่ได้คำตอบก็ไม่วายสุมไฟราดน้ำมันให้เอวาต้องเผยธาตุแท้ออกมา แต่ถ้าจะยังไม่เผยธาตุแท้ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวคนก็ได้รู้กันแล้ว อาจจะรู้ทั้งงานเลยด้วยซ้ำ
“ก..แกจะทำอะไร ก็ทำเถอะ ฉันฟัง..ไม่ไหว” เอวาตอบมือไม้สั่น ครั้นจะกระชากหัวเจ้าสาวเลยก็กระไร จำต้องยอมอดยอมทนให้ตะวันกระแหนะกระแหนต่อ เพราะนอกจากเธอกับพี่ธันแล้วก็คงไม่มีใครรู้เรื่องดีไปกว่านี้ และเธอก็มั่นใจว่าพี่ธันคงไม่สามารถทำต่อกับเพื่อนรักเธอได้ทั้งคืนแน่นอน เพราะก่อนมาที่นี่เธอก็เข้าไปนั่งใช้ปากผ่อนคลายให้เขามาแล้ว ถ้ายังมีอารมณ์มากเหลือล้น เวลาพักเบรกงานแต่งเธอก็จัดให้ได้ ตอนนี้ในห้องแต่งตัวเลยก็ได้เหมือนกัน!
“ทำไมล่ะ แกเชี่ยวชาญนี่มาสอนฉันหน่อยไม่ได้เหรอ”
“เอ่อ..” จะให้สอนผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานกับผู้ชายที่เธอพยายามยัดเยียดตัวเองให้ได้มานี่นะ ไม่ตลกไปหน่อยเหรอ ท่าทางเหม่อลอยของเอวาทำให้ตะวันหัวเราะในลำคอเชยปลายคางใบหน้าจิ้มลิ้มที่เสแสร้งแกล้งทำมาตลอดยิ้ม ๆ
“ฉันล้อเล่นน่า ทำหน้าเป็นตุ๊กตาตกใจไปได้ ฉันเข้าใจนะ เรื่องเซ็กซ์น่ะ แกเขินใช่ไหม”
“อ..อืม” เอวาพยักหน้าแสร้งมองไปทางอื่น แล้วเงยหน้าพัดลมให้เข้าตาเผื่อว่าหยดน้ำตาจะเหือดแห้งไป
“ฉันฝากแกไปดูพี่ธันหน่อยได้ไหม ฉันไปไม่ได้แล้ว ~ แต่ได้กอดเมื่อกี้หายคิดถึงแล้วแหละ ฝากบอกพี่เขาด้วยนะ ว่าฉันรักและคิดถึง”
“อ..อืม ฉันจะบอกให้นะ” ตอบเสียงสั่นเทา ข่มความไม่พอใจไว้ในใจลึก ๆ สาวเท้าออกจากห้องแต่งตัวของเจ้าสาวไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องแต่งตัวของเจ้าบ่าว
บังเอิญหรือตั้งใจก็ไม่แน่ใจ อสูรกำลังยืนช่วยพี่ธันแต่งตัวอยู่ทั้งที่..ความจริงแล้วอสูรควรจะโกรธเกลียดพี่ธันที่พรากตะวันไป แล้วทำไม..
“อ้าว มาได้ไงครับ” ธันแสร้งถามเพื่อนเจ้าสาวยิ้ม ๆ
“งั้นผมขอตัวไปให้ช่างช่วยทำผมต่ออีกหน่อยก่อนนะ เดี๋ยวไว้เจอกันตอนเข้างานครับ” อสูรเอ่ยกับทั้งสองคนสีหน้าราบเรียบเหมือนอย่างปกติที่เคยแสดงออก เพียงแค่วันนี้ต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดีมากกว่าเดิมหน่อย ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากมองคนทั้งสองคนด้วยหางตา..
ทันทีที่อสูรเดินลับตาออกไป เอวาก็รีบเข้าไปสวมกอดชายคนรักแน่น..
“พี่ธัน..อย่าทิ้งเอวานะ อย่าทิ้งเอวาได้ไหม”
“เอวา เราคุยกันแล้วนะ”
“เอวาไม่อยากให้พี่ธันเลือกตะวัน ให้คนนั้นเป็นเอวาได้ไหม เอวายอมหมดเลยนะ..ยอมจริง ๆ ให้เอวาทำให้ตอนนี้ก็ได้..” เธอพูดแล้วย่อตัวนั่งลงคุกเข่าตรงหน้าเจ้าบ่าว เอื้อมมือไปจับที่เข็มขัดเพื่อที่จะปลดออกโดยใช้วิธีนี้เหนี่ยวรั้งให้พี่ธันไม่ไป เพราะถ้าเธอไม่ร้องไห้เรียกคะแนนสงสารพี่ธันจะต้องเขี่ยเธอทิ้งแน่ ๆ ยิ่งโรงงานบริษัทตะวันเริ่มคล่องตัวแบบนี้ด้วย พี่ธันต้องอยากเข้าไปมีส่วนร่วมมากกว่าแย่งชิงแน่ ๆ ทว่าการคุกเข่าตอนนี้กลับไม่มีประโยชน์..
“ถ้ายังอยากอยู่ด้วยกันก็อยู่เงียบ ๆ ซะเอวา พี่กำลังจะแต่งงาน ส่วนเธอถ้ายังงี่เง่าก็อย่าหวังว่าพี่จะเลี้ยงไว้!”
“เพราะอีตะวันมีเงินใช่ไหม..”
“เพราะความเจริญก้าวหน้าในชีวิตต่างหาก ตอนนี้เธอมีอะไรดีบ้างบอกพี่มาสิ?”
“ตอนนี้เอวาไม่มีอะไรเลย T-T” เธอยังคงแสร้งบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสาร เผื่อว่าผู้ชายที่ร่วมหลับนอนกันบ่อยครั้งจะเห็นใจกันบ้าง แต่ถึงจะไม่เห็นใจเธอก็มีแผนสำรองพร้อมขู่พี่ธันอยู่ดี และถ้าไม่ยอมกันจริง ๆ คงต้องตายกันไปข้าง
“อยู่เงียบ ๆ อยู่ให้เป็น ที่ผ่านมาพี่มีเวลาให้เธอมากกว่าแฟนอีกนะเอวา ลองคิดทบทวนดู”
“ฮึก..ค่ะ”
“ถ้าหลังจากนี้พี่จะต้องสนใจเมียตัวจริงบ้าง หวังว่าเธอจะไม่งี่เง่างอแงนะ ในเมื่อยอมขนาดนี้แล้ว ยอมพี่อีกหน่อยนะครับเอวา..”
“ค่ะ เอวาจะยอม..”
“ดีมากครับ ทำตัวน่ารักแบบนี้ค่อยน่าคุยหน่อย ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะเสียผลประโยชน์ พี่แบ่งให้เธออยู่แล้วสาวน้อย ~” ธันพูดพลางลูบศีรษะเช็ดน้ำตาให้เพื่อนเจ้าสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะรั้งขึ้นมาจูบปลอบให้ใจเอวาชื้นขึ้นมาหน่อยจะได้ไม่งอแงร้องไห้มีน้ำตาตอนเห็นภาพบาดตาบาดใจ
อีกด้านของเจ้าสาวที่นั่งให้ช่างแต่งหน้าให้ด้วยอาการเหม่อลอย..
เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจหรืออยากมีน้ำตาในวันนี้เลย ออกจะสะใจด้วยซ้ำที่รู้ว่าเรื่องระหว่างเรากำลังจะจบลง แต่ที่ทำให้คิดให้เครียดอยู่ตอนนี้คือรุ่นน้องที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันยาวนานถึงหกเดือนต่างหาก คิดแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดที่อสูรพูดเหมือนไม่แคร์กัน ทั้งที่บอกรักบอกชอบมาตลอด หรือ..วันนี้จะเปลี่ยนใจ ได้แล้วเบื่อแล้วก็จะเปลี่ยนแล้วใช่ไหม
“เหอะ!” แค่นหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว ‘ใช่สิ ตามมาสิบปี ได้สมใจแล้วก็เลยเบื่อ ไม่อยากได้แล้ว นี่สินะนิสัยผู้ชาย!’
“เหอะ ๆ เป็นอะไร วันนี้วันดีนะ”
เสียงนี้ใช่เลย! เพิ่งก่นด่าในใจไปก็โผล่มาให้เห็นเลยสินะ!
“เปล่า”
“ดูช่างแต่งหน้างงแล้วนะน่ะ” อสูรส่งสายตาให้มองช่างแต่งหน้า จนเมื่อเธอเงยหน้ามองก็ได้เห็นรอยยิ้มเจื่อน ๆ จึงพอจะเข้าใจว่าไอ้เสียงถอนหายใจ ท่าทางไม่พอใจที่แสดงออกไปนั้น ไม่ได้มีแค่เธอรู้เห็นคนเดียว! ‘ให้ตายเถอะ!’
“ยิ้มสวย ๆ ทำหน้าน่ารักหน่อยครับ วันนี้พี่สวยที่สุดเลยนะ”
“เจ้าบ่าวก็หล่อมากเหมือนกันค่ะ นี่แอบมาหาเจ้าสาวใช่ไหมคะเนี่ย ~” ช่างแต่งหน้าเอ่ยแซวคนมาใหม่ยิ้ม ๆ ก่อนจะต้องรีบตะครุบปากเมื่อคนที่เธอเรียกเจ้าบ่าวเอ่ย..
“เจ้าบ่าวอยู่ชั้นบนครับ ผมเป็นน้องชายของเจ้าสาว”
“อูย..ขอโทษทีค่ะคุณน้อง”
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่งต่อได้เลยค่ะ” ตะวันยิ้มตอบบอกให้พี่ช่างแต่งหน้าแต่งต่อได้เลย จนอสูรดึงเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ
“สวยจังครับ”
“ขอบคุณนะ ^^” ยิ้มตาแทบปิดที่เห็นอสูรแวะมาหากัน เพราะถ้าเขาไม่มาหาตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเข้างานไปจะได้เจอกันหรือเปล่า ส่วนตัวเธอนั้นใส่รองเท้าผ้าใบเตรียมวิ่งแล้ว ใครอยากจะแต่งก็แต่ง ตะวันขอลา ~
“เดี๋ยวผมลงไปช่วยดูความเรียบร้อยก่อนนะ ไว้เจอกันครับ”
“อือ..” ครางตอบในลำคอ มองตาอสูรที่มองไปอีกทางอย่างรู้กัน จนร่างสูงลุกออกไป คนด้านหลังก็เอ่ย..
“มีน้องชายหล่อขนาดนี้เลยเหรอคะเนี่ย”
“เป็นรุ่นน้องที่สนิทกันค่ะ รู้จักตั้งแต่อายุสิบกว่า..”
“หล่อมาก เขามีแฟนไหมคะ”
“โสดค่ะ โสดมานานแล้ว”
“เสียดายของแย่ งั้นแบบนี้พี่ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ เผื่ออนาคตจะได้ทำความรู้จักกัน ~”
“ได้ค่ะ” เธอตอบเสียงใส พลางคิดว่าถ้าอสูรเล่นด้วยนะ
การแต่งหน้าแต่งตัวกินเวลาไปมาก จนเกือบเข้าพิธี พี่ช่างแต่งหน้าก็ยังหาอะไรมาตกแต่งบนหัวเธอไม่จบไม่สิ้นสักที
“เสร็จแล้วค่ะ ~ อีกสิบนาที เหลือ ๆ”
“ค่ะ..” สิบนาทีแบบไหนไม่รู้ กะจะไม่ให้เตรียมตัวหรือแวะเข้าห้องน้ำทำอย่างอื่นเลยสินะ แบบนี้เธอก็แย่น่ะสิ ไม่รู้เลยว่าจะต้องหาทางออกไปยังไง ‘บ้าจริง ๆ’
ในตอนที่ตะวันกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ เสียงพิธีกรในงานก็ประกาศดังขึ้นให้ทุกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อม เพราะใกล้จะถึงฤกษ์งามยามดีของเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้วเต็มที เธอจึงถอนหายใจเบา ๆ เหลือกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายก่อนร่างจะลอยขึ้นแล้วทุกอย่างก็มืดมิด
09.09 นาฬิกา
“ฤกษ์งามยามดี ขอเชิญคุณธันวาและคุณตะวันครับผม ~” พิธีกรประกาศท่ามกลางเสียงดีใจและเสียงปรบมือ แต่แทนที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะออกมาพร้อมกัน กลับมีเพียงเจ้าบ่าวและผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวเท่านั้นที่เดินออกมา จนพิธีกรต้องประกาศอีกครั้ง..
“ขอเปิดตัวว่าที่เจ้าสาวครับผม ~”
“เอ..สงสัยเจ้าสาวจะขี้เล่นเป็นพิเศษ ~ แบบนี้แขกผู้มีเกียรติต้องปรบมือกันดัง ๆ แล้วนะครับ ขอเชิญคุณตะวันครับ ~” ท่ามกลางเสียงดีใจและปรบมือกลับมีแต่ความว่างเปล่า จนต้องผสานงานกับทางทีมงาน..
ด้วยความที่พิธีค่อนข้างมีประสบการณ์ เลยเบี่ยงเบนความสนใจของแขกภายในงานให้ชมวิดีโอความน่ารักของคู่บ่าวสาวก่อนแทน ผิดกับว่าที่เจ้าบ่าวที่ขมวดคิ้วมองแล้วมองอีก
จำต้องเดินเลี่ยงไปตามหาด้วยตัวเอง จนเจอเข้ากับเอวา..
“ตะวันไม่อยู่ค่ะ เอวาพยายามหาแล้วนะคะ”
“ไม่เจอครับ” อสูรแสดงท่าทีเหนื่อยหอบพูดขึ้นอีกคน
“ช่วยโทรให้พี่หน่อย” ว่าที่เจ้าบ่าวพูดอย่างคนร้อนรนใจ เนื่องจากว่าวันนี้เขาตั้งใจจะเปิดตัว ตัวเองและตะวันอย่างเป็นทางการ แต่อีกคนกลับหายไป..ทำให้งานแต่งของเราต้องล่มไม่เป็นท่า แล้วแบบนี้เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงผ่านไป งานแต่งที่ควรจะมีเจ้าสาวตอนนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าสาว ทำผู้คนในงานเริ่มซุบซิบนินทาว่าวิวาห์รักวันนี้อาจจะล่มเพราะเจ้าสาวไม่อยากแต่งงาน และปากต่อปากที่พูดกันก็…
“นี่ถ้าลูกฉันเป็นเจ้าของไร่นับร้อยขนาดนั้นนะ ฉันไม่ให้ลูกแต่งงานกับคนกระจอก ๆ แบบนี้หรอก”
“แหงสิ! ทำงานดีโพรไฟล์ดี แต่ไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยคงเตรียมมาเกาะแน่ ๆ”
“เห็นว่าทำงานเก่งดูแลดี แต่ลืมไปหรือเปล่า สังคมไฮโซมันต้องรวยด้วย มีดีแค่นั้นมันไม่พอหรอก”
“นี่ ฉันได้ยินมาว่าหนูตะวันน่ะฝากงานให้ว่าที่เจ้าบ่าวด้วยนะ แบบนี้เขาเรียก..”
“ตัวอะไรนะที่ดูดเลือดน่ะ..หรือจะเป็นแมงในทะเล”
“ฉันว่าเราให้เกียรติเจ้าบ่าวกันหน่อยดีกว่า เรียกคุณธันวาเขาเพราะ ๆ เช่น..คุณธันวาปีกทอง”
“ปีกทอง คืออะไร..” หญิงมีอายุมีหน้ามีตาคนหนึ่งถามขึ้น..
“แหม..รุ่นเราก็น่าจะรู้กันอยู่นะคะ สุภาษิตที่ว่า..”
“เกาะผู้หญิงกินน่ะเหรอ”
“วร้าย ~ ฉันไม่ได้พูดนะคะ ฉันแค่เรียกคุณธันวาปีกทองเฉย ๆ แล้วแต่คุณหญิงจะพิจารณาเลยค่ะ”
เสียงซุบซิบนินทาทำนองนี้แว่วเข้าหูเจ้าบ่าวแทบทุกครั้งที่เดินผ่าน จนความอดทนที่มีแทบขาดสะบั้น ทว่าเขาก็ยังไม่อยากทำอะไรผลีผลามมากจนเกินไปเผื่อว่า..ตะวันจะกลับมา
กระทั่ง..งานช่วงค่ำ ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าสาว เขาจึงมั่นใจแล้วว่าเธอตั้งใจจะทำให้เขาเสียหน้าในวันงานจริง ๆ
“ทำกันแบบนี้เหรอ..ได้สิ! ได้ ได้เลย!” ธันกัดฟันกรอดเค้นเสียงลอดไรฟันพูดกับรูปภาพพรีเวดดิ้งที่ถูกจัดเรียงภายในห้องหอ..
