บทที่ 5 ตอนที่ 4 ไม่อยากได้กลิ่นผู้ชายคนอื่น Mini Nc
ตอนที่ 4 ไม่อยากได้กลิ่นผู้ชายคนอื่น Mini Nc
มื้ออาหารง่าย ๆ จบลง แต่ที่ไม่ง่ายเลยคือเอวาไม่รู้ไปทำอีท่าไหนรถถึงยางแบนพร้อมกันทีเดียวสี่ล้อ แทนที่เพื่อนรักจะรีบลงไปหน้าห้างเพื่อโบกหาแท็กซี่หรือเรียกรถสักคัน เปล่าเลย เอวาเลือกขอให้พี่ธันไปส่ง
“พี่ไปส่งไม่ได้ครับ มีธุระต้องไปทำต่อ”
“ธุระอะไรคะ เอวาถามได้ไหม”
“เรื่องส่วนตัวครับ” ธันปฏิเสธอย่างนอบน้อม ทำสีหน้าเอวาดูเศร้าลง หญิงสาวที่ยืนดูละครอยู่จึงเอ่ยขึ้น
“พี่ธันไปส่งเอวาก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวเราค่อยเจอกันที่บ้าน ตะวันว่าจะเดินดูเสื้อผ้าอีกสักหน่อยค่ะ”
“…” ธันส่ายหน้าปฏิเสธรีบคว้ามือเรียวเล็กขึ้นกอบกุม ท่ามกลางสายตาไม่เป็นมิตรของเอวา
“คืนนี้พี่ธันจะไปค้างที่ไร่เหรอ” เอวาถามเพื่อนสาวท่าทางดีอกดีใจ
“ใช่ มีเรื่องให้คุยกันหน่อยน่ะ”
“ให้อยู่เป็นเพื่อนไหม” ปกติก็ให้อยู่ด้วยตลอดถ้าคราวนี้ไม่ให้ แสดงว่าทั้งสองคนต้องมีอะไรลึกซึ้งกันแน่!
“ไม่เป็นไร ใกล้งานแต่งแล้วว่าจะลองคุย ๆ วางแผนกันอีกสักหน่อยคงปรับตัวได้”
“อือ..เหรอ” เอวากัดฟันถามอย่างไม่เต็มใจ
“พี่ธันไปส่งเอวาเถอะค่ะ แล้วเจอกันที่บ้านนะคะ”
“แต่..”
“ไม่เป็นไรค่ะ ตะวันโอเค”
“จะให้พี่ทิ้งแฟนตัวเองเหรอครับ”
“เปล่าสักหน่อย ตะวันอยากเข้าไปเลือกซื้อของต่อต่างหาก”
“เอาแบบนี้..พี่ไปส่งเอวาแล้ววนรถมารับเราดีไหม”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ”
“ตะวัน..”
“ไปเถอะค่ะ เอวารีบอยู่นะ เดี๋ยวตะวันจะได้ยืนรอช่างให้เอวาด้วย”
“งั้น..ขอฝากด้วยนะ ไปกันค่ะพี่ธัน” เอวายิ้มกริ่มคว้ามือเพื่อนสาวมาวางกุญแจรถให้ แล้วรีบเดินนำหน้าไปยังรถของพี่ธันทันที
“ตะวัน..” ธันหันกลับมามองแฟนสาวตาละห้อย
“เถอะค่ะ ถือว่าช่วยกัน” ตะวันพยักหน้ายิ้มราวกับว่าไม่สงสัยระแคะระคาย จนเมื่อทั้งสองขับรถออกไปด้วยกัน เธอก็ก้มมองกุญแจรถในมือก่อนจะวางกระแทกลงที่กระโปรงรถเสียงดัง หยิบแอลกอฮอล์ในกระเป๋าสะพายข้างออกมาฉีดทำความสะอาดมือ
ในขณะที่เดิน อยู่ ๆ ก็เห็นแสงไฟจากหน้ารถคันหนึ่งที่กะพริบ..
“ไปไหน?” อสูรลดกระจกถามพี่ตะวัน
“ขับรถขึ้นมาเหรอ” ตะวันมองรถสลับกับที่จอด แน่นอนว่าอสูรไม่ขับรถวนขึ้นมาจอดชั้นบนแบบนี้แน่
“ขึ้นมาหาพี่”
“หาพี่?”
“ขึ้นมา เดี๋ยวไปส่ง”
“ม..ไม่เป็นไร” ตอบติดประหม่า ทำให้อสูรลงจากรถมาดันเธอเข้าไปนั่งที่นั่งข้างคนขับ แล้วตัวเขาก็เดินอ้อมรถมานั่งประจำตำแหน่ง..
“ผมได้ยินนะ”
“อะไร..เหรอ”
“ต้องให้พูด?” หันถามพี่ตะวันที่แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ หญิงสาวจึงขมวดคิ้วงุนงงถามซ้ำ
“หมายถึงอะไร”
“หายเจ็บแล้วใช่ไหม ถึงได้ให้มันไปนอนด้วยคืนนี้”
“ไปกันใหญ่”
“…” อสูรหรี่ตามองเพียงเสี้ยววิ ก่อนจะเหยียบคันเร่งจนล้อฟรีทำให้พี่ตะวันกรี๊ดเสียงดังพร้อมกับอธิบายว่ามันไม่มีอะไร
“พูดมา!” เป็นน้ำเสียงกึ่งบังคับที่ทำให้ต้องยอม
“คือว่า..พี่ธันจะมานอนที่บ้าน แต่นอนห้องข้าง ๆ ไม่ได้นอนด้วยกัน”
“เพื่อ?”
“คงมีอะไรอยากคุยหน่อยละมั้ง พี่ก็ไม่รู้..”
“มันต้องมีอะไร!”
“ไม่มี พี่เขาเป็นสุภาพบุรุษ”
“เหรอ” ชมได้ไม่อายปาก สุภาพบุรุษแบบไหนทำตัวแบบนี้ถามหน่อยเถอะ
“แล้วนี่รออยู่เหรอหรือยังไง”
“มันจะมากี่โมง”
“พี่ธันเหรอ เห็นว่าจะวนรถมารับ หลังส่งเอวาเสร็จ”
“แสดงว่าอีกไม่นาน”
“ประมาณนั้น”
“คืนนี้มาหาผม”
“อ..อะไรนะ” ตะวันหันไปถามคนด้านข้างเสียงหลง และคำตอบของอสูรก็คือประโยคเดิมที่ออกคำสั่ง ทั้งที่เขาก็รู้ว่าเธอกำลังพยายามทำตัวไม่ให้มีพิรุธอยู่..
“ผมไม่พูดซ้ำ จะมาไม่มา”
“อสูร นายก็รู้นี่ว่า..” เราต้องทำตัวปกติไม่ให้ทั้งสองสงสัย
“จะมาหรือไม่มา!” พูดแทรกไม่สนใจเสียงทักท้วงของพี่ตะวัน ต่อด้วยประโยคที่ทำให้เธอต้องไม่กล้าปฏิเสธ..
“คนของผมส่งเอกสารขอเป็นสปอนเซอร์ไปแล้ว อยากให้ผมเรียกคืนใช่ไหม”
“อสูร..” เรียกเขาเสียงแผ่วเบา มองตาละห้อยอย่างคนไม่มีทางสู้
“ผมไม่ชอบเวลาที่ใครมาจับตัวพี่”
“…”
“แล้วผมก็ไม่อยากได้กลิ่นผู้ชายคนอื่นบนตัวผู้หญิงของผม”
“นี่พี่เป็นผู้หญิงของนาย..เหรอ”
“อยากเป็นอะไรล่ะ นอกจากพี่สาว?”
“ก็เป็นพี่สาว” ตอบเสียงเบา
“ก็แค่พี่สาว”
คำว่าแค่พี่สาวนั้นดังก้องในหูในหัวมาตลอดทางจนอสูรมาส่งที่ไร่ตะวัน ขนาดว่าอาบน้ำอาบท่าให้ได้สติ เธอก็ยังไม่สามารถสลัดคำนี้ออกจากหัวได้ ‘แค่พี่สาว แค่พี่สาว’ ความรู้สึกตอนนี้ไม่ต่างจากวันวานที่เธอปฏิเสธให้เขาเป็นแค่น้องชาย มันคง..รู้สึกแบบเดียวกันสินะ
จนเมื่ออาบน้ำเสร็จ ตะวันก็ได้รับข้อความจากแฟนหนุ่มว่าทางบริษัทเรียกประชุมด่วนไม่สามารถปฏิเสธได้ และคืนนี้ก็คง..ไม่ได้มา เธอเลยถอนหายใจอย่างโล่งใจที่รู้ว่าสุดท้ายพี่ธันก็มาไม่ได้
สองชั่วโมงต่อมา..
ร่างเล็กขับรถออกจากไร่ตะวันโดยมีจุดมุ่งหมายคือคอนโดAmBay ทว่าตอนที่เธอกำลังเปิดไฟเลี้ยว สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรถหรู..อสูร ทำให้ต้องเปิดไฟฉุกเฉินแล้วค่อย ๆ ประคองรถเข้าจอดข้างทางแทน
ทันทีที่เธอยืนอยู่ข้างคนขับ เจ้าของรถก็ลดกระจกลง
“ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เย็น”
“ตั้งแต่ที่ออกจากไร่เหรอ”
“ใช่ ขับรถไปจอดที่ไร่เลย เดี๋ยวจบเกมนี้เข้าไปรับ”
“ทำไมไม่บอก”
“บอกไปกระต่ายก็ตื่นตูมหมดพอดี” อสูรพูดพลางเงยหน้าสบตา กระตุกยิ้มมุมปาก ปิดกระจกให้กลับมามืดทึบดังเดิม ก่อนจะตบไฟเลี้ยวหมุนพวงมาลัยกลับขึ้นไปบนถนนใหญ่มุ่งหน้าไปยังไร่ตะวัน ซึ่งเจ้าของไร่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม..มองรถหรูขับผ่านไปจนลับสายตา
สิบห้านาทีต่อมา
ตะวันลงจากรถเดินไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับเข้าไปนั่งคาดเข็มขัดนิรภัยนิ่ง
“สวัสดีครับพี่ตะวัน” อสูรพูดกวน ๆ เปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์ถอยเพื่อถอยหลังออกแทนการกลับรถหน้าบ้าน
“ทำเกินไป”
“ไม่เกิน”
“นายจอดรถดักรอ”
“ไม่ได้รอ จอดเล่นเกม”
“เพื่อ?”
“ความสบายใจของผม พี่มีปัญหาเหรอ” เลิกคิ้วถามพี่ตะวันที่หน้าบึ้งเหมือนคนอมทุกข์ หญิงสาวจึงส่ายหน้าขยับตะแคงข้างหันไปสบตา
“นายทำแบบนี้คนอื่นจะสงสัย”
“ใครจะสงสัย?”
“ทุกคน”
“ผิด ไม่ทุกคน เพราะที่ผ่านมาผมก็แวะมาหาพี่บ่อย ๆ ถ้าพี่มาไร่ จะมีก็ช่วงที่พี่มีมันแล้วไปอยู่คอนโดเข้าบริษัทนั่นแหละที่ผมไม่ได้ไปหา”
“พี่ธันถามพี่ว่านายหึงพี่ใช่ไหม..”
“มันก็ถามผมว่าผมชอบพี่ใช่ไหม”
“นั่นไง สองคนนั้นกำลังสงสัยเราอยู่” เพราะถ้าไม่สงสัยก็คงไม่ถาม นี่ถึงขั้นถามไถ่ มันไม่ธรรมดาแล้วนะ อสูรจะสงสัยไหมไม่รู้แต่ที่แน่ ๆ เธอสงสัยแน่นอน
“ผมจะบอกอะไรให้ พวกมันน่ะรู้อยู่แล้วว่าผมกับพี่สนิทกันมากแค่ไหน การไปหากันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยนะ เรื่องที่แปลกกว่าคือมันสองคน มากกว่า แฟนที่ไหนจะไปทำตัวสนิทสนมกับเพื่อนแฟน? แล้วดูเพื่อนพี่แม่งโคตรขี้ตื๊อ ร้อยทั้งร้อยไม่มีเหลือ”
“แต่เราก็ควร..ห่างกัน หน่อยไหม”
“ก็หลายชั่วโมงแล้วนะ ลองนั่งนับดู” ตั้งแต่เมื่อวานจนวันนี้ที่เป็นวันใหม่ ก็นานอยู่นะ..ยังไม่เรียกห่างกันอีกเหรอ หรืออยากห่างมากกว่านี้? รู้แหละว่าอยากห่าง เขาก็อยากห่าง แต่พอเห็นเธออยู่กับมันแล้วคันมือคันตีนอยากกระชากกลับมาในอ้อมแขน แต่ก็ทำไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่ได้สักอย่าง ถ้ามันกอดมันจูบต่อหน้าก็ทำอะไรไม่ได้ นอกเสียจากว่าจะเก็บไว้รอเช็กบิลทีเดียว
ร่างเล็กถอนหายใจเสียงแผ่วเบาให้กับความเอาแต่ใจของรุ่นน้อง ถึงเขาจะเอาแต่ใจหรือบีบบังคับกันมากแค่ไหนมันก็คงไม่เท่าที่คนสองคนแอบแทงข้างหลังหรอก ในวันนี้ตอนนี้ไม่มีอะไรปวดใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว..
หากใครมองว่าเธอเจ้าคิดเจ้าแค้น..ก็ยอมรับ เพราะแค้นมากจริง ๆ และถ้าแค้นเฉย ๆ ก็คงไม่มีประโยชน์ ฉะนั้นต้องใช้ความเคียดแค้นเป็นแรงผลักดัน อย่างน้อย..ก็ได้มากกว่าเสีย ดีกว่าอยู่เฉย ๆ ให้สองคนนั้นรวมหัวกันมาหลอก
ใช่..เธอโง่ที่เชื่อใจไว้ใจ แต่ก็เชื่อว่าไม่มีใครที่รู้แล้วยังยอมโง่ให้คนอื่นมาหลอกทำร้าย ทำลายชีวิตตัวเองแน่นอน ยิ่งเป็นเรื่องผลประโยชน์แล้วด้วย..เธอสู้ยิบตาเลยล่ะ ลำพังแค่เรื่องงานเธอสู้ไหวแน่นอน เพราะค่อนข้างมั่นใจในฝีมือของตัวเอง แต่ถ้านอกเกมเธอไม่รู้เลยว่าสองคนนั้นจะทำอะไรบ้าง สู้มีอสูรคอยหนุนหลังไว้ไม่ดีกว่าเหรอ ก็รู้ว่าล้มยังไงก็ต้องเจ็บ แต่ล้มบนเบาะมันดีกว่าล้มบนพื้นปูน..นะ
คอนโดAmBay
ตลอดทางมีเพียงเสียงเพลงที่ดังคลออยู่ภายในรถ กระทั่งถึงคอนโด สองเราก็เว้นระยะห่างจากกันแม้จุดหมายปลายทางจะเป็นที่เดียวกัน
ห้องxxx
ทันทีที่อสูรดันประตูเข้าไปความเย็นก็แผ่กระจายกระทบใบหน้า พร้อมกับเสียงใครบางคนที่ดังขึ้น..
“มึงไปไหนมาวะ กูโทรไม่ติดเลยไอ้เชี้ย!”
ร่างเล็กที่ตามหลังมาติด ๆ พนมมือไหว้พี่ชายของอสูรด้วยรอยยิ้มแห้ง ก่อนจะตกใจที่อสูรดันเธอเข้าไปในห้องนอนปิดประตูเสียงดัง ปึง! ไม่มีแม้แต่คำพูดหรืออธิบายให้เข้าใจว่าที่ทำ ทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร
“เดี๋ยวนี้พามาห้องเลยเหรอวะ”
“ออกไป”
“กูพลาดตรงไหนไป?”
“กลับไป!”
“โอเค ไม่เล่น งั้นมานั่งกูจะคุยเรื่องงานจริงจังเลย” ปีศาจตบที่นั่งด้านข้างเรียกน้องชายให้มานั่งข้างกัน อสูรเลยส่ายหน้าเดินไปนั่งโซฟาอีกตัว
“สัด!”
“พูดมาเร็ว ๆ” เจ้าของห้องหลับตาส่ายหน้าไปมาพยายามปลงให้ได้มากที่สุดกับการเจอไอ้ปีศาจถึงสองครั้งสองคราวในรอบวัน และท่าทางที่แสดงออกก็คงทำให้มันรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจกับการกระทำของมันเอามาก ๆ
“เพื่อนกูกำลังจะบินมาอยู่ยาว เลยจะมาขอเช่าบ้านมึงหน่อย กูเห็นว่างอยู่เลยมาถามมึงก่อน”
“กูไม่ลดราคา”
“เออกูรู้ ไม่ได้มาขอลดราคาแต่มาขอส่วนแบ่ง”
“เอาเงินไปทำอะไร?”
“เอาไปฟาดหัวซัม”
“มึงเป็นบ้าเหรอ”
“ไม่บ้า กูอยากเอาเงินที่ไม่ใช่เงินร้อนให้ซัมบ้าง” ที่ผ่านมาเงินร้อนจัดมาไวไปไวด่วนจี๋ยิ่งกว่าวินมอเตอร์ไซค์เมืองไทยอีก เลยอยากลองเงินเย็น เงินขาวสะอาดดูบ้าง เผื่อจะทำให้สองเราไม่หัวร้อนใส่กัน รักกันดี ๆ อยู่กันมีความสุข ไม่ใช่เอะอะอะไรก็แดกหัวกันอย่างเดียว
ประโยคของปีศาจทำอสูรพยักหน้า เอาที่สบายใจ ทำแล้วสบายใจก็ทำ เพราะปกติเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว
“เออ..ส่วนแบ่งของมึงมาแล้วนะ กูเอาไปเก็บไว้ในเซฟให้มึงแล้ว”
“เอาข้ามมายังไง?”
“ใส่กระเป๋ามา”
“กูถามว่ามึงขนเงินเยอะขนาดนั้นมายังไง!” อสูรขมวดคิ้วถามพี่ชายเสียงดัง เขารู้ว่าไม่เกินมือคนอย่างมัน แต่มันจะรู้ไหมว่าเงินพวกนี้จะถูกจับตามอง แล้วถ้ารัฐบาลจีนรู้ว่ามันทยอยขนเงินออกนอกประเทศแบบนี้อะไรจะเกิดขึ้น ไม่ซวยอีกหรือไง แค่นี้ก็ฉิบหายพอแล้วไหม ทำไมไม่หยุดสักที
“เออน่า ลูกน้องกูบินมา เลยให้เอาติดมือมา”
“วันหลังไม่ต้อง”
“ไม่ต้องแล้วกูจะแดกอะไรครับ”
“มึงใช้เงินเป็นกระดาษเลยไอ้ปีศาจ”
“แน่นอน” เจ้าของเงินร้อนไหวไหล่ไม่ยี่หระ เงินสำหรับเขาน่ะหาง่ายยิ่งกว่าอะไร กระดิกนิ้วสองทีก็ได้แล้วไม่เห็นยากตรงไหนเลย อสูรเห็นท่าทางไม่สะทกสะท้านจึงส่ายหน้าไปมาขยับคอเสียงดังกรอบแกรบเอ่ย..
“มึงควรอยู่เงียบ ๆ นะปีศาจ รู้ว่าถูกเพ่งเล็งทำไมยังไม่อยู่เงียบ ๆ จะให้ลูกน้องเทียวไปเทียวมาทำไม?”
“เงินต้องกินต้องใช้”
“ใช้ของกูไปก่อนไม่ได้หรือไง”
“ของมึงก็ของมึงดิวะ! เกี่ยวไรกับกู”
“มันใช้ด้วยกันได้!”
“กูไม่อยากใช้เงินมึง เงินกูก็มี”
“มึงหยุดไม่มีเหตุผลได้ไหมปีศาจ! แค่นี้มึงก็โดนหนักแล้วนะ”
“มึงก็อย่าโวยวายได้ไหม เรื่องมันยังไม่เกิดกลัวเหี้ยไรนักหนา”
“ต้องรอให้มันเกิดใช่ไหม..”
“เฮ้อ รำคาญ เตรียมบ้านไว้ด้วย มีหลายคน” ปีศาจตัดความรำคาญด้วยการเดินหนีน้องชาย ทว่าประโยคของมันกลับทำให้เขาหันไปสบตา..
“ปีนี้มึงอยากใช้เงินเท่าไหร่บอกมา กูจะบินไปขนมาให้มึงเอง”
“…จริง?”
“แค่มึงพูด แล้วอยู่เงียบ ๆ ไม่ต้องมีตัวตนได้ยิ่งดี”
“โอเค มึงพูดเองนะ”
“เออ มึงบอกมาเลย”
“กลับไปถามซัมก่อน เผื่อเมียกูอยากได้รถคันใหม่”
“หยุดสักทีดิวะ! กูบอกให้มึง-อยู่-เงียบ-เงียบ-ไง!”
“เออ ๆ ไว้เดี๋ยวบอก” ปีศาจพยักหน้าเหมือนเข้าใจ เปิดประตูห้องออกไปทันที ขืนอยู่เถียงกับไอ้อสูรต่อคงอีกยาว..สองวันก็ไม่จบ
บทสนทนาเมื่อครู่ทำอสูรนั่งกุมขมับคิดไม่ตก..
ตัวเขาเป็นสีขาว ตัวมันเป็นสีเทา เพราะเกิดก่อนประสบการณ์มากกว่ามันเลยต้องแบกรับทุกอย่าง ไม่มีมันก็ไม่มีอสูรที่มีต้นทุนทำเงินสะอาดอย่างทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าเจอหน้าจะเขม่นไม่อยากมองไม่อยากคุย แต่เวลาที่เกิดปัญหามันก็มาหาเขาก่อนใครทุกคนทุกที ข้อดีมันมีล้น ข้อเสียมันก็ล้นทะลักมากเหมือนกัน
“ป..ไปแล้วเหรอ” ตะวันแง้มประตูชะโงกหน้าหันมองซ้ายขวาถามรุ่นน้องคนสนิท ทันทีที่อสูรพยักหน้าเธอก็เดินออกมานั่งด้านข้างเขา
“เป็นอะไร ดูนายเครียด ๆ นะ”
“ไม่มีอะไร”
“พี่นายทะเลาะกับแฟนมาเหรอ”
“เปล่า”
“แล้วเป็นอะไร พี่พอจะได้ยินแว่ว ๆ เรื่องเงินเหรอ”
“แอบฟัง?” ขมวดคิ้วถาม ซึ่งพี่ตะวันก็พยักหน้ายอมรับตาใส
“เดี๋ยวรู้ความลับก็ตกใจอีก” เอ่ยเสียงเรียบปัดผมระเกะระกะไปไว้ด้านหลัง ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้คอขาวขบเม้มทำรอยรักเล็ก ๆ แผ่วเบา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า..
“กินยายัง วันก่อนผมไม่ได้ป้องกันนะ”
“อือ เรียบร้อยแล้ว”
“ครับ” พยักหน้ายิ้มคลายกังวล
“พี่ถามอะไรหน่อยได้ไหม..ตอนนี้นายทำงานอะไรอยู่เหรอ”
“ผมเหรอ?”
“อือ เห็นมีเวลาว่างเยอะแยะ”
“ผมใช้เงินทำงาน เหมือนบริษัทที่มีพนักงาน”
“แล้วงานของนายคืออะไร”
“ผมทำเกี่ยวกับโครงการหมู่บ้าน”
“อสังหาริมทรัพย์..”
“แค่โครงการหมู่บ้าน จะเรียกแบบนั้นก็..ดูเยอะไป”
“เงินดีไหม”
“มีกินมีใช้ไม่ขาด”
“ชื่อโครงการอะไรเหรอ ขอหน่อยสิ”
“หมู่บ้านสวรรค์”
คำตอบของอสูรถูกพิมพ์ลงในแอป G ทันทีที่รายละเอียดบ้านเช่าขึ้นมาตากลมสวยก็ลุกวาว ที่น่าตกใจคือเรื่องของราคาและบ้านที่วิวหลักล้าน บริการยอดเยี่ยม ทุกอย่างครบครัน แถมในโครงการหนึ่งมีบ้านไม่ถึงยี่สิบหลังด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ได้มีแค่หมู่บ้านสวรรค์หนึ่ง ยังมีสวรรค์สอง สาม สี่อีก ‘รวยมาก!’
“ทำมานานหรือยัง”
“ไม่กี่ปี..”
“ทำไมพี่ไม่รู้”
“ก็ไม่ได้ถาม” ไม่ถามก็ไม่รู้จะบอกไปทำไม ลำพังบ้านเธอก็ไม่ใช่ยากจนข้นแค้น ออกจะมีกินมีใช้ แค่ไร่ตะวันก็เป็นร้อยไร่แล้ว ไหนจะโรงงาน บริษัทอีก ไม่น้อยไปจากเขาสักเท่าไหร่หรอก
“อยากไปอะ บ้านสวยมาก”
“ไว้ว่างจะพาไป”
“จริงเหรอ”
“จริง เร็ว ๆ นี้เพื่อนปีศาจจะมาเช่า ผมต้องเข้าไปดูความเรียบร้อยก่อน”
“ขอไปด้วยนะคะ เฮียอสูร..” ตะวันแสร้งพูดเสียงออดอ้อนกอดแขนรุ่นน้องยิ้ม ๆ ทำให้อสูรหลุดหัวเราะ รั้งมือที่กอดแขนมากอบกุม
“รับสมัครคนใช้อยู่นะ..”
“เท่าไหร่”
“ไม่อั้น”
“หน้าที่อะไรเนี่ย..คนใช้ที่ว่าใช้ทำอะไร”
“ก็..คนใช้ชีวิตร่วมกัน ไง”
“นี่หยอดหรืออะไร?” หรี่ตาจับพิรุธอสูรตัวร้าย นิสัยเจ้าเล่ห์หลอกล่อ ล่อลวง
“ถ้าคิดว่าหยอดก็หยอด แต่ถ้าติดก็เอา..”
“ติดขึ้นมาซวยเลยนะบอกไว้ก่อน”
“ดีดิ รอมานานแล้ว”
“ทำเป็นพูด” ตะวันว่าแล้วหัวเราะกลบเกลื่อนทั้งที่ภายในใจเต้นระส่ำไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขวยเขินจนไม่รู้ต้องต่อบทสนทนายังไง ต่างจากอสูรที่นั่งสบตายักคิ้วเล่นหูเล่นตาก่อนจะเล่นทีเผลอช้อนเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวตรงไปยังห้องนอนที่สองเราเคย..
