บทที่ 9 ตอนที่ 8 ลองชุดแต่งงาน

ตอนที่ 8 ลองชุดแต่งงาน

สองเดือนต่อมา

เราต่างก็อยู่ในความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียกนี้ยาวนานมากว่าสามเดือน นับตั้งแต่วันที่ความเคียดแค้นเข้ามาแทนที่ความรัก จากที่เคยรักตอนนี้มีแต่เกลียด แค้น อยากเอาคืน และเหมือนว่าเวลาเหล่านั้นก็เข้าใกล้มาทุกที 

“วันนี้ต้องไปลองชุดเหรอ?” อสูรคลอเคลียถามร่างเล็กบนเตียงนอนสีดำของตัวเอง ทำมือเรียวเล็กขยับมาประคองใบหน้าหล่อมากดปลายจมูกหอมแก้มเอ่ย..

“อือ เผื่อต้องเอาเอวเข้า” 

“ยังจะเอาเข้าอีกเหรอ กินเก่งขนาดนี้” 

“อาหารอร่อยไง” 

“มีแฟนเป็นคนจีนดิ ได้กินบ่อยแน่” 

“มีนายก็พอแล้ว” 

“ไม่พอหรอก” ส่ายหน้าไปมาขยับขึ้นคร่อมพี่ตะวันในเช้าวันนี้ พร้อมกับซุกไซ้ลำคอขาวบีบขยำหน้าอกอวบหยอกล้อ ดูดดุนให้มันแข็งตัวก่อนจะปล่อยให้เธอไปอาบน้ำ เตรียมไปร้านขายชุดแต่งงาน 

เราคุยกันไว้ว่าเขาจะอยู่รอที่คอนโดไม่ตามไปด้วยเพราะไม่อยากเห็นหน้ามัน แล้วก็ไม่อยากเห็นหน้าเพื่อนสนิทของพี่ตะวัน แต่ไม่รู้ทำอีท่าไหนตอนนี้สองเรามาอยู่ในร้านขายชุดแต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาถึงก่อนสองคนนั้นด้วยซ้ำ 

“น้องคะ ชุดนี้ราคาเท่าไหร่นะคะ” 

“เจ้าบ่าวชำระเงินเรียบร้อยแล้วนะคะ ราคาจะอยู่ที่แปดหมื่นเก้าพันบาทค่ะ” 

“ขอบคุณค่ะ” พยักหน้าเอ่ยขอบคุณหันมายิ้มตาหยีให้อสูร 

“มันก็เปย์เหมือนกันนี่” อสูรแสร้งพูดขึ้น เพราะตัวเขาเองไม่เคยเปย์พี่ตะวันมากขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินไม่อยากเปย์ แต่เธอไม่เคยรับเงินหรือสิ่งของจากเขาเลยต่างหาก แค่เป็นสปอนเซอร์โรงงานพี่ตะวันก็พูดแล้วพูดอีกว่าอนาคตจะทยอยคืนเงิน ทั้งที่บอกไปแล้วว่าไม่เป็นอะไร คนกันเองช่วย ๆ กัน.. 

“ก็เปย์นะ ให้ค่าขนมตลอด” 

“รักมันเพราะแบบนี้หรือเปล่า” 

“ไม่หรอก ตอนที่รู้สึก..พี่เขานิสัยดีนะ ทุกอย่างดีหมดเลย ยกเว้นเรื่องนั้นแหละ” 

“หว่านพืชหวังผลอะดิ” 

“ที่สุด พี่คิดว่าพี่ธันคงคำนวณไว้แล้วแหละว่าเสียไปเท่าไหร่ จะได้คืนเท่าไหร่” 

“ก็ดีที่ตาสว่างก่อนแต่ง” 

“น่า..ก็รู้ แค่ยังไม่เต็มร้อย” แต่พอได้เห็นกับตาได้ยินกับหู ความรู้สึกที่มีก็ตัดทอนจนติดลบ ยิ่งคนสองคนแสร้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งก่อให้เกิดความเคียดแค้นมากขึ้นเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าทั้งสองคนมีเหตุผลอะไร แต่ที่แน่ ๆ ทั้งสองคนไม่ควรทำแบบนี้กับเธอ! เพราะที่ผ่านมาเธอคอยช่วยผลักดันให้มีหน้ามีตา มีหน้าที่การงานที่ดีทำ แต่กลับตอบแทนกันแบบนี้ ทุเรศสิ้นดี! 

“อ้าว มาถึงก่อนพี่อีกเหรอครับ” ธันคลี่ยิ้มกว้างกางแขนไปสวมกอดว่าที่เจ้าสาว 

“เพิ่งมาถึงเองค่ะ เอวาติดรถมาด้วยเหรอคะ” ถามแล้วชี้ไปด้านหลังที่เอวากำลังถือสายพูดคุยกับใครบางคนอยู่ จนพี่ธันพยักหน้าบอกว่าเอวาจะมาลองชุดเพื่อนเจ้าสาว เธอเลย..อ๋อ เหมือนเข้าใจ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

“มาเป็นเพื่อนตะวันเหรอ” ธันเอ่ยทักทายรุ่นน้องคนสนิทของว่าที่เจ้าสาวสีหน้าราบเรียบแฝงไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“อืม” 

“อยากลองชุดเพื่อนเจ้าบ่าวไหม ที่จริงเพื่อนพี่ก็มีเยอะแล้ว มีอสูรเพิ่มอีกคนคงไม่เป็นอะไร” 

“ไม่ต้องการ” 

“หรือจะอยู่ฝั่งเจ้าสาวก็ได้นะ” 

“…” ประโยคของมันเหมือนต้องการยั่วโมโห จำต้องส่งสายตาไม่เป็นมิตรบอกให้รู้ว่าตอนนี้ไม่สบอารมณ์จะเล่นด้วย ว่าที่เจ้าบ่าวเลยหัวเราะในลำคอเดินไปโอบเอวว่าที่เจ้าสาวเข้าไปในห้องลองชุด

ยังไม่ทันจะหายหงุดหงิดรำคาญ เสียงแขกไม่ได้รับเชิญอีกคนก็ดังขึ้นพร้อมกับมานั่งเกาะแขนเขาอ้อน ๆ หากเป็นผู้ชายคนอื่นคงรู้สึกดีแต่กับเขาไม่ใช่!

“ไม่เจอกันนานเลยอะ ~ ไปช่วยพี่เลือกชุดหน่อย” 

“ชุดอะไร?” 

“เพื่อนเจ้าสาวไง” 

“อืม” พยักหน้าจำยอมตามไปแต่โดยดี ระหว่างที่รอก็นั่ง ๆ เดิน ๆ ด้วยความรำคาญ เดี๋ยวก็มากอดเอว กอดแขน ให้ช่วยจับชุด จับชายกระโปรงบ้างจนเกินกว่าคำว่ารำคาญไปมาก

“อสูร ~ เข้ามาช่วยพี่รูดซิปหน่อย” เสียงอ้อนดังมาจากในห้องแต่งตัว ทำเจ้าของชื่อถอนหายใจเดินไปเรียกพนักงานให้มาบริการแทน เพราะตัวเขานั้นใกล้จะหมดความอดทนแล้วเต็มที ยิ่งออกมาเห็นไอ้เวรนั่นลูบหัวเอ็นดูพี่ตะวันเขาก็ยิ่งหงุดหงิดรำคาญ เลยเดินเลี่ยงออกไปยืนสูบบุหรี่รอด้านนอกร้านแทน 

ร่างเล็กมองออกไปนอกกระจกเห็นอสูรยืนพ่นควันซ้ำ ๆ เลยชี้ให้เอวามองไปยังรุ่นน้องพลางกระซิบ..

“อสูรดูโตมากเลยเนอะ ว่าไหม..” 

“ใช่ โตแล้วหล่อมาก ~” 

“ยังโสดอยู่นะ ไม่เห็นมีเจ้าของสักที” 

“รอแกแต่งงานก่อนหรือเปล่า” 

“งั้นเหรอ แบบนี้ต้องรีบแต่งแล้วมั้ง ฉันอยากไปงานแต่งอสูรบ้าง” ตะวันพูดสีหน้าตื่นเต้นดีใจต่างจากเอวาที่ได้ยินแล้วนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เพียงแค่พยักหน้าหันมองว่าที่เจ้าบ่าว ที่กำลังยืนผูกไทอยู่ 

แววตาเอวาเหมือนคนกำลังน้อยเนื้อต่ำใจเหมือนว่าไม่สามารถพูดหรือต่อรองอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับ จนพี่ธันเดินมาสวมกอดเธอ สายตาเอวาก็แปรเปลี่ยนเป็นคนละคนทันที 

“พ..พี่ธัน เอวาอยู่นะคะ” แสร้งพูดเหมือนเขินอายทั้งที่เมื่อหลายเดือนก่อนก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะกอดหรือจู๋จี๋กัน ทำให้เอวาหันมาสบตาเผยรอยยิ้มเจื่อน ๆ เดินเลี่ยงไปอีกทาง เธอเลยแสร้งพูดต่อ..

“เห็นไหมคะ เพื่อนหนีไปแล้ว” 

“แปลกเหรอครับ พี่กอดเราไม่ได้เหรอ” 

“ได้ค่ะ แต่อย่าทำต่อหน้าเอวาสิคะ เอวายังไม่มีแฟนนะ” 

“ครับ” ธันพยักหน้ายิ้ม หันไปมองเอวาที่เดินหายไปในห้องลองชุดราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนอย่างตะวันที่ก็มองไม่ต่างกัน

ขณะที่คนสองคนกำลังยืนพูดคุยช่วยกันจัดชุดให้เข้าที่ ก็มีสายตาของอีกคนที่กำลังจ้องมองอยู่สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน จำต้องเดินขึ้นไปขัดจังหวะด้วยการเปิดประตูเสียงดัง..

“โทษที ประตูมันแข็ง” อสูรพูดราวกับไม่สะทกสะท้าน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าเกมเล่นฆ่าเวลา

นานนับชั่วโมงที่ทั้งสามอยู่ในห้องลองชุด ซึ่งก็มีอยู่คนหนึ่งที่เรื่องมากจนน่ารำคาญเหมือนทุกครั้งจนอดไม่ได้ที่จะเอ่ย..

“อันนี้ลองชุดจะแต่งเองหรือเป็นเพื่อนเจ้าสาวครับ?” 

“แต่งเองได้นะ ถ้านายเป็นเจ้าบ่าว” 

“ผมไม่ชอบผู้หญิงเรื่องมาก มันน่ารำคาญ..ครับ” เติมคำว่าครับไปหน่อยจะได้ดูเบาลง

“คนเราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองสิอสูร” 

“ก็ถูก แต่ต้องไม่ใช่ของคนอื่นสิครับ” 

“ชุดนี้ไม่มีของใครนะ..” เอวาพูดแล้วหมุนตัวให้อสูรดู ก่อนจะหน้าหงายเพราะประโยคที่อสูรเอ่ย..

“ชุดนี้ชุดแต่งงานพี่ตะวันไม่ใช่เหรอ มีมารยาทหน่อยสิครับ รู้ว่าสนิทกันมากแต่เกรงใจกันหน่อยก็ดี” ประโยคของเขาทำพี่เอวาถึงกับเงียบจนพูดไม่ออก

นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก สบายหูขึ้นเยอะ คลายความรำคาญได้เยอะเลย แต่ความรำคาญยังคงไม่จบเมื่อข้อความเด้งขึ้นมา

Tawan : พี่ต้องไปกินข้าวกับพี่ธัน 

Tawan : ช่วงนี้เวลาไม่ตรงกัน ไม่ค่อยได้คุย 

Tawan : จะโกรธไหมถ้าพี่อยากให้นายเดินมาบอกว่ามีธุระด่วนต้องรีบกลับ 

Tawan : ขอโทษนะ..

ยังไม่ทันจะได้ร่ำลา อสูรก็เปิดประตูออกจากร้านไปทันที โชคดีที่ไม่มีใครสังเกตทำให้ไม่ต้องตอบคำถามอะไรให้มากความ ส่วนเอวาก็ยังคงลองชุดอยู่ และคงลองอีกหลายชุด พี่ธันเลยเดินไปกระซิบบอกพนักงานให้ช่วยดูแลแทน เพราะมีธุระด่วน จึงทำให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง..

ภายในรถ

“งานเป็นยังไงบ้างครับช่วงนี้” 

“โอเคดีค่ะ มีสปอนเซอร์มาสนับสนุนโรงงาน ตอนนี้ไปได้สวยเลย” 

“เราหามาเองเหรอครับ” 

“ไม่ค่ะ เขาติดต่อมา” โชคดีที่ติดต่อในนามบริษัทไม่ใช่ชื่ออสูรไม่อย่างนั้นแผนที่วางไว้ล่มไม่เป็นท่าแน่ ทว่าคำตอบที่ตอบไปดูจะไม่ค่อยเข้าหูพี่ธันเอาซะเลย..

“มารู้จังหวะพอดีเลย กำลังจะแต่งงานพอดี” 

“ใช่ค่ะ” พยักหน้ายิ้ม ดีซะอีกที่มาทันจังหวะ เพราะถ้ามาหลังงานแต่งหรือช่วงงานแต่งเธอก็จะไม่มีเวลามากพอในการเจรจาเซ็นสัญญาอาจทำให้ล่าช้า ไม่ก็..ต้องเลื่อนนัดออกไป 

“โชคดีมากเลยครับ” 

“ค่ะ ~” ตอบด้วยรอยยิ้มกว้างราวกับว่าไม่รู้ว่าคนด้านข้างกำลังคิดอะไร 

ช่วงเวลาที่มีกันและกันนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี เพราะพี่ธันคือผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง อาจจะดีมากจนเอวาอยากได้ ดีมากจน..ผู้หญิงทุกคนอิจฉาเธอ มีอย่างที่ไหนเปย์ไม่อั้นมีเท่าไหร่ก็ทุ่มให้หมดตั้งแต่แรกคบ แถมยังสม่ำเสมอมาถึงวันนี้อีกต่างหาก ไม่แปลกใจเลยทำไมวันวานเธอถึงรู้สึกมั่นใจในตัวผู้ชายคนนี้มาก จนถึงขั้นยอมตกลงแต่งงาน 

พอวันเวลาผ่านไปก็ได้รู้ว่าความใกล้ชิดสนิทสนม..มันทำให้ใจคนเราเปลี่ยน รักมากแค่ไหน ดีมากแค่ไหนก็เปลี่ยนเป็นอื่นได้เสมอ..

หลังมื้ออาหารจบลงพี่ธันก็ชวนไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ โดยบอกให้ลองพักผ่อนกายใจ เดินไปเรื่อย ๆ ฟังเพลงชิลล์ ๆ พูดคุยกันบ้าง เพราะช่วงหลังมานี้เราต่างก็มีหน้าที่ให้ทำจนแทบไม่มีเวลาให้กันและกันเลย 

“ถ้าแต่งงานแล้ว เราจะมาอยู่คอนโดของพี่ไหมครับ” 

“พี่ธันสะดวกไหมคะ” 

“สะดวกครับ จะมาอยู่ตอนนี้เลยก็ได้พี่ไม่ถือ” 

“^^ ไว้รอแต่งงานกันก่อนสิคะ” 

“อยากนอนกอดเราบ้างไม่ได้เลยเหรอ แค่นอนจับมือก็ได้นะ..” 

“ไม่ได้สิคะ ผู้ใหญ่ถือนะ” 

“แต่พ่อแม่เราก็ไม่ว่าอะไรไม่ใช่เหรอ” 

“ทำให้ถูกต้องก่อนสิคะ ~ เดี๋ยวก็ได้กอดแล้ว อีกแค่นิดเดียวเอง” พูดยิ้ม ๆ คว้ามือพี่ธันขึ้นมาแนบแก้มอ้อน ๆ ทั้งที่ในใจสะอิดสะเอียนแทบจะอาเจียน ท่าทางน่ารักนี้ทำให้ว่าที่เจ้าบ่าวยอมใจอ่อนพยักหน้ารั้งว่าที่เจ้าสาวมาโอบกอดแน่น กดปลายจมูกหอมหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างรักใคร่ 

“รอพี่หน่อยนะ..พี่จะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย จะได้มีแค่เรา..สองคน” 

ประโยคนี้เธอรู้เลยว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เขาจะรู้ไหมว่าทุกอย่างมันสายเกินจะกู่กลับแล้ว เธอที่เคยรักเคยไว้ใจตอนนี้ไม่มีเหลือแม้แต่ความเชื่อใจ หรือต่อให้มาคุกเข่าขอโทษขอขมา ตะวันคนนี้ก็คงอภัยให้ไม่ได้ เพราะสิ่งที่คนสองคนทำกับเธอมันเกินจะเยียวยาแล้วจริง ๆ 

“เรื่องงานเรื่องแขกไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวพี่จัดการเองครับ เรามีหน้าที่แค่รอพี่ก็พอ” 

“พี่ธันก็พูดแบบนี้มาตลอด อะไรที่ตะวันพอจะช่วยได้บอกได้เลยนะคะ” 

“ไม่เป็นไรครับ พี่เป็นผู้ชายเหนื่อยเองดีกว่า ดีกว่าให้ว่าที่ภรรยาของตัวเองต้องเหนื่อย” 

“พี่ธันน่ารักที่สุด ~” 

“พี่อยากให้เรารู้สึกโชคดีที่เลือกผู้ชายอย่างพี่มาเป็นสามี” 

“^^” ตอนแรกก็รู้สึกแบบนั้นแหละ หลงโง่หลงเชื่ออยู่ได้เป็นปี ๆ พอตาสว่างเห็นภาพชัดระดับเอชดีก็หายโง่ขึ้นมาทันที เลยได้รู้ว่าที่พูดพล่ามมานี้เป็นแค่คำหลอกลวง แต่เพื่อให้สมจริง จะยอมใช้น้ำตาจระเข้ซาบซึ้งหน่อยก็แล้วกัน ให้รู้สึกปลาบปลื้มหัวใจ ถึงวันงานจริง ๆ จะได้ยืนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น สีหน้าพี่ธันตอนหาเจ้าสาวไม่เจอคงเหวอน่าดู ยิ่งตอนที่พิธีกร แขกถามหาเจ้าสาว แล้วไม่มีเจ้าสาวอยู่ร่วมในงานแต่ง คงจะอายจนไม่รู้ต้องเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนเลยล่ะ คิดแล้วก็รู้สึกสะใจหน่อย ๆ ที่ได้ตอกหน้าคนทรยศหักหลัง แต่ก็ยังเหลืออีกหนึ่งคนคือเอวาเพื่อนรัก เพื่อนรักเพื่อนร้าย เดี๋ยวจะร้ายให้ดู ให้ได้รู้ว่าเล่นกับตะวันแล้วตะวันแผดเผามันเป็นยังไง!

หลังจากที่ยอมให้ว่าที่เจ้าบ่าวพร่ำเพ้อรำพันวาดฝันสวยงามอยู่นานจนเขาพอใจ เราก็ต้องแยกย้ายกันเพราะถึงเวลาอันสมควรแล้ว 

“เดี๋ยวพี่แวะเข้าไปเซ็นเอกสารแล้วแวะมาหาเราได้ไหมครับ ไหน ๆ ก็มานอนคอนโดแล้ว” 

“ตะวันกำลังจะกลับไร่ค่ะ ไว้วันอื่นได้ไหมคะ” 

“แบบนั้นก็ได้ครับ” แม้จะรู้สึกเสียดายเวลาของสองเรามากก็ตาม 

“ไว้วันไหนตะวันมานอนคอนโด เดี๋ยวจะไปเซอร์ไพรส์นะคะ” 

“กลัวไม่อยู่ห้องน่ะสิครับ ถ้าพี่ออกต่างจังหวัดทำยังไง เสียเที่ยวแย่” 

“ถ้าแบบนั้น..ตะวันโทรบอกก่อนก็ได้ค่ะ ดีไหมคะ” 

“ดีครับ พี่จะได้รีบกลับห้องไปอาบน้ำตัวหอม ๆ มาให้เรากอดหอมให้ชื่นใจ” 

“น่ารักจัง ~” ยิ้มตาหยี โบกมือให้พี่ธันที่มีงานต้องไปทำต่อ จนเมื่อเขาขับรถผ่านไปลับตา เธอก็รีบเดินจ้ำไปเข้าห้องน้ำที่ล็อบบี้ กดสบู่ล้างมือนับสิบครั้งถูขึ้นมาจนถึงแขน ไม่วายถูซ้ำอีกครั้งสองสามครั้งจนมั่นใจว่าเสนียดจะไม่ตามติดตัวขึ้นไปบนห้อง 

ห้องxxx

ทันทีที่กลับเข้ามาในห้องตะวันก็รีบล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไปหาใครอีกคนที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังโกรธกันอยู่หรือเปล่า 

Tawan : ถึงห้องแล้วนะ ทำอะไรอยู่เหรอ 

ส่งปุ๊บอ่านปั๊บ แต่..ไม่ตอบ คืออะไร? 

Tawan : อ่านไม่ตอบ 

DE : ครับ 

Tawan : แค่นี้เหรอ 

DE : โทรมา 

คำว่าโทรมาของอสูรคือให้เธอเป็นฝ่ายFaceTimeไป ~ หลังจากที่กดโทรก็รอสายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีภาพเคลื่อนไหวขึ้นมา..

“ทำอะไรอยู่ ~” 

(อยู่บ้านสวรรค์ มาเล่นสนุกเกอร์) 

“เสียงดังมาก อยู่กับเพื่อนเหรอ” 

(เพื่อน ๆ ปีศาจ) อสูรพูดแล้วก็กลับกล้องให้พี่ตะวันดู 

“มีผู้หญิงด้วยเหรอ” 

(เรื่องปกติครับ) 

“เรียกมาเผื่อนายไหม?” ถามน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ 

(เรียกมาเยอะกว่าที่มีกันอยู่อีก ใครอยากควบก็ลากไป ชวนไป) ขณะที่กำลังพูดก็มีเสียงแว่วเข้ามาเรียกร่างสูงให้ลงไปเล่นน้ำ ซึ่งเขาก็ส่ายหน้าปฏิเสธเพราะไม่ได้เตรียมชุดมา กะจะแวะมาเที่ยวฆ่าเวลาแต่ไม่คิดว่าพวกมันกำลังปาร์ตี้กันอยู่ 

“ไม่เล่นเหรอ” ตะวันถามยิ้ม ๆ อสูรจึงส่ายหน้ายิ้มตอบ ก่อนจะมีผู้ชายหน้าตาดีมายืนกอดคออสูรพูดเป็นภาษาจีนแล้วส่งยิ้มให้เธอ

ไม่รู้ว่าทั้งสองคนพูดคุยอะไรกัน อยู่ ๆ อีกคนในกล้องก็ส่งมินิฮาร์ทพร้อมกับคำว่า ‘ระนะจุบจุบ’ มาให้ 

(มันบอกว่าพี่สวย รักนะจุ๊บ ๆ) 

“น่ารักดีนะ” 

(ชอบไหม เดี๋ยวติดต่อให้ แต่พี่ต้องพูดจีนให้ได้ก่อนนะ) 

“ถ้าบอกว่าชอบนายจะให้ช่องทางติดต่อเหรอ” 

(ครับ แต่ของมันเล็กกว่าของผมนะ) 

“ขอร้อง..” 

(ร้องแบบไหน?) 

“หยุดเลย” 

(ชอบไหม เดี๋ยวไปขอวีแชตให้) 

“ไม่เอาอะ ว่าแต่นาย..จะมาหาพี่ไหม ถ้าไม่มาพี่จะไปอาบน้ำนอนแล้วนะ” 

(ผมคงไม่ไปครับ ดื่มไปแล้ว) 

“ติดสาวแถวนั้นหรือเปล่า” 

(เปล่า) พูดพลางยักคิ้วมองพี่ตะวันที่หรี่ตามองจับพิรุธ 

“อือ ๆ วางนะ” 

(อยากให้ไปหาไหม?) 

“ฮึ แค่นี้แหละ” 

(หึหึ) ก็แค่หยอกเล่น ทำเป็นตัดสายทิ้งไปได้ ทีให้เขาไปนั่งรอเป็นชั่วโมงแถมยังไม่กลับด้วยกันเขายังไม่ว่าอะไรเลย หึ..ขำตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป