บทที่ 5 5

วันสิ้นปีเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุขและการพักผ่อนที่ทุกคนรอคอย แต่ละครอบครัวก็มีการนัดรวมตัวเฉลิมฉลองกัน รวมไปถึงคฤหาสน์สองหลังที่อยู่ติดกันเพราะนอกจากวันนี้เป็นวันสิ้นปีแล้วยังเป็นวันเกิดของดวงใจของบ้านด้านขวามืออีกด้วย ทำให้วันนี้ด้านหลังของบ้านถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งสีฟ้าขาวซึ่งเป็นสีโปรดของเจ้าของวันเกิด ภายในงานไม่ได้ตกแต่งอะไรมากเพราะเป็นการรับประทานอาหารกับคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้น อาหารก็เป็นฝีมือของแม่นมที่เลี้ยงดูหญิงสาวมาตั้งแต่คลอดออกมา

“อาหารเสร็จหรือยังครับป้าพิกุล” ชนาเทพเดินเข้ามาในครัวที่ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันทำอาหารให้เสร็จ ตอนแรกเขาเสนอให้สั่งอาหารจากโรงแรมมาแต่เพราะป้าพิกุลอยากมีส่วนร่วมเลยขอเป็นคนทำอาหารเอง ด้วยความที่ท่านเป็นคนมีฝีมือทำอาหารได้ทั้งไทยและต่างชาติทำให้มื้อนี้หญิงสูงวัยแสดงฝีมือเต็มที่

“ใกล้แล้วค่ะคุณหนึ่ง ตอนนี้เหลือแค่ของหวานเท่านั้น ว่าแต่คุณหนึ่งอยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่าคะ” พิกุลถามนายน้อยที่ตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว

“ผมไม่ได้อยากได้อะไรหรอกครับ ที่ลงมาเพราะจะมาตามป้าพิกุลให้ไปอาบน้ำแต่งตัวสวย ๆ ไปกินข้าวด้วยกันครับ” ชนาเทพพูด เขาและน้องสาวไม่เคยมองว่าป้าพิกุลเป็นแค่บ้าน ท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของครอบครัว

พิกุลมีสีหน้าลังเล แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ร่วมรับประทานอาหารกับเจ้านาย แต่เพราะเป็นเจียมตัวทำให้ไม่กล้าที่จะแสดงตัวไปเทียบชั้นคุณ ๆ ทั้งหลาย และดูเหมือนว่าชนาเทพจะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่เขาเลยพูดดักทางขึ้นมา

“เจ้าของวันเกิดเป็นคนบอกให้ผมมาตามป้าเองนะครับ” เป็นอันว่าคำปฏิเสธถูกกลืนหายไปทันทีเมื่อรู้ว่าเป็นความต้องการของใคร

“ถ้าอย่างนั้นขอเวลาป้าสั่งงานในครัวก่อนนะคะแล้วจะรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ” พิกุลพูดยิ้ม ๆ และหันไปสั่งงานให้กับลูกมือทั้งหลาย แล้วรีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยโดยเร็ว

“พอเป็นคำสั่งของคุณรดาป้าพิกุลรีบไปอาบน้ำเลยนะ” เด็กรับใช้คนหนึ่งพูดแซวและหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าเจ้านายและป้าพิกุลออกไปแล้ว ทุกคนรู้ดีว่าอะไรก็ตามที่เป็นคำสั่งหรือคำพูดของรินรดาทุกคนในบ้านมักจะไม่ปฏิเสธ

“แกรักของแกนั่นแหละถึงไม่กล้าปฏิเสธ” เด็กรับใช้อีกคนที่อยู่มานานกว่าทุกคนพูดขึ้นมา แม้ว่าคุณหนูของบ้านจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนใจร้ายนิสัยไม่ดีอะไร ในวันเกิดของสาวใช้ทุกคนในทุกปีรินรดายังไม่เคยลืมและมักจะมีของขวัญมาให้เสมอ เวลาเจ็บป่วยก็เป็นคนพาไปหาแม้ว่าจะปฏิเสธแต่คุณหนูก็สั่งให้คนขับรถพาตัวเธอเข้าไปนั่งในรถแล้วเป็นคนพาไปโรงพยาบาลอยู่ดี เพราะแบบนี้เธอเลยไม่คิดจะลาออกไปไหนตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่ไปจนกว่าเจ้านายจะไม่ต้องการ

ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเตรียมสถานที่เจ้าของวันเกิดก็กำลังหมุนตัวสำรวจว่าแต่งตัวเรียบร้อยหรือยัง และตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นและเปิดเข้ามาเลย คนที่เข้ามาก็ไม่ใช่ใครแต่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ

“สวยแล้วค่ะคุณหนูรดา” ผู้มาใหม่พูดแซวขึ้นเมื่อเห็นว่ารินรดายังแต่งตัวไม่เสร็จ

“ไม่ได้สิงานนี้ฉันกลัวสวยสู้เธอไม่ได้” รินรดาพูดแล้วสองสาวก็หัวเราะเสียงดังออกมา พอหัวเราะจนพอใจแล้วน้ำทิพย์ก็เดินเข้ามากอดก่อนจะยื่นกล่องของขวัญให้เจ้าของวันเกิดทันที

“ของขวัญจากฉันและพี่เปาจ้า มีความสุขมากนะยัยคุณหนูขี้เอาแต่ใจ”

“เสียดายจังที่ชัยยุทธติดบินไม่อย่างนั้นงานคงสนุกกว่านี้” รินรดาพูดถึงเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งที่งานไหนงานนั้นถ้ามีชัยยุทธงานจะสนุกสนานเพราะความขี้เล่นและคุยสนุกมีมุกตลกตลอดเวลาทำให้ไม่เบื่อเลย

“ไปเรียกแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนแหกอกเอาหรอก แต่ไปบินแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะกลับมาคงจะได้ของขวัญเริ่ด ๆ” น้ำทิพย์พูดและหัวเราะออกมา นับว่าเธอยังโชคดีที่วันนี้ไม่มีบินไม่อย่างนั้นแม่เพื่อนรักคงได้งอนยาวข้ามปีแน่

“ที่จริงไม่ต้องซื้อมาก็ได้เปลืองเงินเปล่า ๆ ทำเหมือนกับว่าเราเป็นคนอื่นคนไกลกันอย่างนั้นแหละแค่ทิพย์มาฉันก็ดีใจแล้ว” ถึงพูดแบบนั้นแต่รินรดาก็ยื่นมือไปรับแล้วเอาไปวางไว้บนโต๊ะเพราะไม่อยากให้เพื่อนเสียน้ำใจและความรู้สึก

“รับไปเถอะ เพราะเงินที่ซื้อไม่ใช่เงินฉันแต่เป็นเงินพี่เปาต่างหาก” น้ำทิพย์พูดถึงคนรักที่เขาเป็นคนพาเธอไปเลือกซื้อของขวัญกล่องนี้พร้อมกับเป็นคนจ่ายเงินให้ด้วย ตอนแรกเขาก็จะมากับเธอแต่เพราะมีงานด่วนเจ้านายเรียกหาเลยต้องรีบไป

“ฉลาดมาก พูดแล้วก็เสียดายที่พี่เปามาไม่ได้” เธอรู้จักและสนิทสนมกับปฏิพนเพราะเคยเป็นแม่สื่อให้สองคนนี้ได้รู้จักและรักกัน

“ยังไม่ชินอีกหรือไง ฉันน่ะชินแล้วเสียงโทรศัพท์มาทีไรมีอันต้องแยกย้ายทุกที” น้ำทิพย์พูดยิ้ม ๆ อย่างเข้าใจในอาชีพของคนรัก ปฏิพนเป็นนายทหารหนุ่มที่กำลังก้าวหน้าในอาชีพทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาให้มากนัก เพราะถ้านายเรียกหาเขาก็ต้องพร้อมทันที ตอนแรกก็ไม่เข้าใจแต่ก็ได้แม่สื่อตัวดีนี่แหละที่พูดให้เข้าใจทุกอย่าง เธอรู้ว่าที่เขาทำงานหนักเพื่อความก้าวหน้าและอนาคตที่ดีของเราทั้งคู่

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวไว้พี่เปาว่างค่อยให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงอีกทีก็ได้” รินรดาพูดแล้วหัวเราะออกมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป