บทที่ 8 8
รินรดามองหน้าบิดาและพี่ชายก่อนจะก้มมองกล่องของขวัญในมือแล้วตัดสินใจเปิดดู พอเห็นก็ต้องตาโตแล้วรีบหันไปมองหน้าบิดาทันที
“พ่อคะ มันมากเกินไป” เธอพูดเพราะของที่อยู่ในกล่องเป็นกุญแจรถสัญชาติยุโรปยี่ห้อดังที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปม้า รถยี่ห้อนี้ขึ้นชื่อเรื่องความแรงและเร็วของเครื่องยนต์ ที่สำคัญราคาไม่ใช่น้อยเลย นี่เป็นของที่แพงที่สุดที่บิดาเคยให้มา
“พ่อรู้ว่าราคามันสูง แต่พ่ออยากให้หนูรับเอาไว้ พ่อเชื่อว่าหนูจะรักษารถคันนี้ได้ดีและปลอดภัยที่สุด” จามรพูด แม้คนอื่นอาจจะมองว่าเขาใช้เงินมากมายเพื่อเลี้ยงลูก แต่เขาทำงานหนักมาทั้งชีวิตทำไมจะซื้อความสุขให้ลูกสาวไม่ได้
“รับไปเถอะยังไงพ่อกับพี่ก็ซื้อมาแล้วจะให้ไปคืนเขาหรือไง” ชนาเทพพูดแล้วกอดไหล่น้องสาวเอาไว้
รินรดามองหน้าบิดาและพี่ชายก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วกราบไปที่อกบิดาพร้อมกับพูดออกมา
“ขอบคุณพ่อมากนะคะ รดาสัญญาว่าจะรักษารถคันนี้ให้ดีที่สุด แต่ปีหน้าไม่เอาของแพงแบบนี้อีกแล้วนะคะเสียดายเงิน” เธอพูดติดตลกแล้วหันไปกอดพี่ชายอีกคน อ้อมกอดของผู้ชายสองคนนี้ให้ความอบอุ่นและปกป้องเธอมาตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่ากอดกี่ครั้งก็อุ่นใจทุกครั้ง
“ได้ของขวัญชิ้นใหญ่ไปแล้วจะลืมของขวัญของป้าหรือเปล่านะ” ดวงเดือนแกล้งพูดขึ้นมา
“ไม่ลืมหรอกค่ะ ของขวัญที่ทุกคนให้มีค่าสำหรับรดาทั้งนั้นเลยค่ะ” รินรดาพูดและยิ้มเอาใจคุณดวงเดือน ใจจริงอยากจะลุกไปกอดท่าน แต่เพราะพีรวัสนั่งอยู่ข้าง ๆ ท่านเธอเลยไม่อยากเดินเข้าไปหา
“ป้าล้อเล่นจ้าคนสวย เอาไว้โอกาสหน้าป้าจะเตรียมของขวัญชุดใหญ่ไว้ให้เลยนะ” ดวงเดือนพูดพร้อมกับมองไปที่จามรด้วยสายตาที่อีกฝ่ายก็รู้ดีว่าคืออะไร
พีรวัสมองใบหน้าเรียวของรินรดาและคิดว่าเวลาผ่านมานานจากเด็กหญิงผมเปียหน้ากลมกลายเป็นสาวสวยเต็มตัวแล้ว ทุกอย่างดูเปลี่ยนไปเว้นเสียแต่แววตาที่รินรดามองเขา มันดูว่างเปล่าจนเขานึกโมโหไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะดื้อและทำตามคำพูดสุดท้ายของเขาได้ พอเห็นว่าเวลาผ่านเกือบจะเที่ยงคืนแล้วเขาก็พูดขึ้นมาบ้างหลังจากที่นั่งเงียบไปนาน
“ผมมีของฝากมาให้ทุกคนด้วยนะครับ”
“ฉันว่าจะถามอยู่ แต่กลัวถูกไล่ออกเลยเก็บปากเอาไว้ก่อน” ชนาเทพพูดและหัวเราะออกมา พีรวัสไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มแล้วหยิบของฝากในกระเป๋าให้คุณจามรก่อนแล้วตามมาด้วยมารดาและผู้สูงวัยอีกทั้งสอง ของฝากทั้งสี่กล่องเป็นวิตามินและอาหารเสริมยี่ห้อดังที่เลือกมาให้เหมาะสมตามสภาพร่างกายของทุกคน
“อ้าวของฉันล่ะ” ชนาเทพโวยวายขึ้นเมื่อไม่เห็นของฝากของตัวเอง
“นายนี่นะกวนประสาทไม่เลิก กับคนไข้ไปกวนเขาแบบนี้ไหม แล้วของนายน่ะเรียกว่าของฝากได้เหรอวะ” พีรวัสพูดขึ้นมา เพราะไอ้เพื่อนตัวดีโทรไปบอกว่าอยากได้อะไร
“เออน่าอะไรที่นายซื้อก็คือของฝากนั่นแหละ ว่าแต่ได้มาไหมล่ะ” ชนาเทพถาม
พีรวัสส่ายหน้าไปมาแล้วหยิบของฝากออกมาส่งให้เพื่อนรักไปก่อนจะพูดแซวขึ้นมา
“เอาไป...ฉีดให้สาว ๆ วิ่งตามไปเลยนะ” ของที่ชนาเทพอยากได้เป็นน้ำหอมยี่ห้อดัง
“ไม่ฉีดสาว ๆ ก็วิ่งตามอยู่แล้วโว้ย” คุณหมอหนุ่มพูดและยักคิ้วให้เพื่อนอย่างรู้กัน
พีรวัสส่ายหน้าไปมาแล้วสายตาก็มองไปที่กล่องของขวัญอีกกล่องที่เขาตั้งใจซื้อมาฝากเจ้าของวันเกิดวันนี้โดยเฉพาะ เขามองอยู่สักพักก็ตัดสินใจพูดและยื่นกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็กให้หญิงสาว
“รดา...พี่มีของขวัญมาให้ แต่ไม่รู้ว่าถูกใจหรือเปล่านะพอดีไม่เคยเลือกของผู้หญิงเท่าไร”
ทุกคนที่นั่งอยู่พอได้ยินคำพูดของพีรวัสก็พากันนั่งเงียบพร้อมกับมองและลุ้นว่ารินรดาจะยอมรับของขวัญไหม ด้านรินรดาเองก็หันไปมองคนพูดแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา จนรู้สึกว่ามือของตัวเองถูกบีบจากน้ำทิพย์ทำให้เธอต้องพูดออกมา
“ขอบคุณนะคะที่ซื้อมาฝาก” รินรดาพูดและยื่นมือไปรับ พยานทุกคนต่างก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ยังไม่ทันได้โล่งอกดีก็ต้องพากันชะงักเมื่อคนรับพูดประโยคต่อมา
“แต่วันหลังไม่ต้องลำบากซื้อมาให้หรอกค่ะ” รินรดาพูดเสียงเรียบและยกยิ้มมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย
พีรวัสเดินลงมาข้างล่างในช่วงเช้าของวันหยุดซึ่งเป็นวันพักผ่อนที่เขาโหยหา เพราะเริ่มเข้าไปทำงานเต็มตัวได้เกือบเดือน ช่วงที่ผ่านมาเลยต้องจัดการเอกสารที่มอบอำนาจหลายรายการ ไหนจะมีการประชุมตามแผนกต่าง ๆ นี่ขนาดว่าเรียนรู้งานมาบ้างแถมตอนที่เรียนอยู่เมืองนอกก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาไม่น้อย แต่พอเข้ามาทำงานที่เป็นธุรกิจของครอบครัวทำให้เขาเหนื่อยและเครียดเป็นอย่างมาก เพราะเขาต้องพิสูจน์ฝีมือให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นเชื่อและไว้ใจว่าสามารถบริหารงานได้ แต่ละวันที่กลับมาถึงบ้านก็หมดแรงเรียกได้ว่าหัวหมอนก็หลับไปทันที ทำให้ไม่มีเวลาไปจัดการคนดื้อที่ไม่ยอมรับของขวัญที่เขาตั้งใจซื้อมาให้
“อ้าวคุณพีททำไมตื่นแต่เช้าจังเลยล่ะคะ” บังอรร้องทักเจ้านายอย่างแปลกใจที่ตื่นแต่เช้าในวันหยุดแบบนี้
“ผมตื่นมาออกกำลังกายสักหน่อยน่ะครับ ตั้งแต่กลับมาเจอแต่อาหารอร่อยถูกปากเลยเหมือนว่าตัวเองจะอ้วนขึ้น” พีรวัสตอบหญิงสูงวัยกลับไป ปกติเขาออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่เพราะหน้าที่การงานที่รัดตัวทำให้ไม่ค่อยมีเวลา
